ยิ่งลักษณ์ โผล่ไลพ์สด ประกาศไม่เป็นนายกอีก หนุนคนรุ่นใหม่! สัญญาณชัดเปิดทาง “อุ๊งอิ๊ง”?

825

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แลกเปลี่ยนข้อมูลกับแฟนเพจ ให้ส่งข้อความ หรือคำถามได้

ล่าสุด นางสาว ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณทุกข้อความ ทุกคำถาม ทุกความรู้สึกและทุกความห่วงใย ที่ส่งมาให้กันผ่านเพจนี้ แล้วเจอกันให้หายคิดถึงใน Facebook Live วันจันทร์ 28 กุมภาพันธ์ นี้ 10.00 น. นะคะ”

โดยในการไลพ์สดในครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เปิดเผยว่า อยู่ต่างประเทศกว่า 4 ปีคิดถึงบ้านเกิดประเทศไทย ตัวอยู่ได้แต่ใจคิดถึงประเทศ ได้รับคำแนะนำจากพี่ชาย “นายทักษิณ ชินวัตร” ว่าต้องรักษาสุขภาพ ทำตัวเองให้มีความสุข รอดจากโควิดมา 2 รอบถือว่าโชคดี

ทั้งนี้ได้ติดตามสถานการณ์ความเดือดร้อนของคนไทยโดยตลอด จึงส่งกำลังใจให้ว่าต้องเข้มแข็ง และเรียกร้องรัฐบาลให้ความช่วยเหลือประชาชน ส่วนใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งประเทศไทยมีคนที่มีความรู้ความสามารถเยอะ

“ส่วนตัวอายุ 50 กว่าปีแล้ว จึงหมดยุคแล้ว ไม่ต้องการเป็นนายกฯอีก เพราะเป็นยุคของคนรุ่นใหม่แล้ว แม้ตัวอยู่ไกลแต่หัวใจยังอยู่ประเทศไทย ยังต้องการช่วยเหลือประเทศชาติ ไม่ว่าจะอยู่สถานะไหน”

อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ยังยอมรับว่า หนักใจกับการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก เพราะถูกคาดหวังมาก จึงต้องพิสูจน์ตัวเอง ทำงานหนักเป็น 2 เท่า “เป็นนายกฯ ไม่ว่าเพศหญิงหรือชายก็ยาก แต่การเป็นผู้หญิงจะยิ่งลำบากกว่า เพราะถูกคาดหวังมาก ต้องทำงานหนัก 2 เท่าเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถทำได้ เป็น รมว.กลาโหมเป็นเรื่องท้าทายมาก หนักใจมาก เพราะทำงานกับเหล่าทัพ การสั่งการต้องเน้นผ่านการใช้ใช้ข้อกฎหมายเป็นหลัก”

เมื่อถูกถามว่า ถ้าเจอหน้าพลเอกประยุทธ์ยังคุยกันได้หรือไม่ อดีตนายกฯหญิง กล่าวว่า “ต้องถามกลับพลเอกประยุทธ์ว่าถ้าเจอกันแล้วยังคุยได้หรือไม่?”

เมื่อถามว่า คนรุ่นใหม่มีบทบาททางการเมืองมาก มีความเห็นอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การสนใจการเมืองเป็นเรื่องถูกต้อง คนรุ่นใหม่รักข้อมูลข่าวสารเยอะ ก็อยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปทางที่ดีเพื่ออนาคตของเขา เราฐานะผู้ใหญ่ก็ควรรับฟัง การพูดคุยกับคนรุ่นใหม่เขาต้องการเหตุผลความเข้าใจ การจะคุยต้องใจเย็น อธิบายทีละข้อ ผู้ใหญ่ต้องให้โอกาสเยาวชนแลกเปลี่ยนพูดจาทำความเข้าใจให้มากที่สุด ให้เยาวชนมีส่วนร่วม เปิดพื้นที่ให้กับเยาวชน

“วันนี้ไม่อยู่บ้านเกิดเกือบ 4 ปี เป็นธรรมดาที่ต้องคิดถึงกัน อยากจะบอกตามเพลงเล่าสู่กันฟังว่า ไม่ว่าฝนตกที่ไหนคนทางนี้ก็อยากรู้เรื่องราว พี่น้องประชาชนลำบากคนทางนี้ก็เป็นห่วง มีอะไรก็อยากให้เล่าสู่กันฟัง แม้จะทำอะไรไม่ได้ แต่กำลังใจ หรือการอยู่เคียงข้างจะไม่มีวันลืม ขอให้ประชาชนอดทนรักษาสุขภาพให้ดี วันหนึ่งเชื่อว่าความอดทนความเข้มแข็งจะประสบความสำเร็จ ได้เจอแต่สิ่งดี หวังว่าวันหนึ่งประเทศไทยจะได้ลืมตาอ้าปาก ประชาชนมีรายได้ที่ดี” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้  เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น ที่ได้มีการเปิดตัว แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งบุตรสาวของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม

โดยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้กล่าวขอบคุณพรรค ที่แต่งตั้งให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาพรรค เพื่อเชื่อมต่อความเข้าใจในแต่ละรุ่น ทั้งในเรื่องความคิด วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม

โดยได้กล่าวว่า “ดิฉันอยากผลักดันให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรค และให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาส ได้มีความหวัง และทำความฝันให้เป็นจริง ดิฉันไม่เคยคิดจะเป็นนักการเมือง ตอนนี้ภายใต้วิกฤตไม่รู้จะไปทางไหน โดยคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้มีโอกาสเป็นพรรคการเมืองหลัก แล้วมีโอกาสแก้วิกฤตต่างๆ ของประเทศ และวิกฤตทางโอกาสของคนรุ่นใหม่ จึงตอบรับเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ด้านการมีส่วนรวม และนวัตกรรม” อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร

พร้อมกับโชว์วิสัยทัศน์ สิ่งที่ต้องปฏิรูปในเบื้องต้น 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปฏิรูปการศึกษา 2.ปฏิรูปเทคโนโลยี 3.ต้องส่งเสริมซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) รวมถึงต้องสนับสนุนการมีเสรีภาพทางความคิด โดยผู้นำของประเทศต้องมีหัวใจประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

และล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่พรรคเพื่อไทยได้มีการประชุม ส.ส.ของพรรคประจำสัปดาห์ เพื่อรับทราบวาระ และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 ก.พ. และการประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 24-25 ก.พ. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.พรรคการเมือง

มีรายงานว่า ภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ผ่านไประยะหนึ่ง น.ส.แพทองธาร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ลูกสาวคนสุดท้องของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย โดยเข้าไปนั่งร่วมกับ ส.ส.บริเวณกลางห้องประชุมด้วย