“สุดารัตน์” เคลื่อนไหว หวดกลับนิ่ม ๆ สอน “พิธา” ปมรัสเซีย-ยูเครน สะท้อนชั้นเชิงคนละรุ่น!?

1426

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 65 ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ กรณีรัสเซียบุกยูเครน ในทำนองว่า เรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารจากยูเครนในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และขอเตือนรัฐบาลไทยต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบ เศรษฐกิจจะฟุบเฟ้อ ส่งผลต่อปากท้องประชาชนโดยตรง งานนี้เลยทำให้มีกระแสต่อว่านายพิธาอย่างหนัก ว่าสถานการณ์ตอนนี้ เราแค่เตรียมรับมือก็ถูกต้องแล้ว แต่อย่าไปพาดพิงถึงเรื่องในบ้านเขา จะเป็นการชักศึกเข้าบ้านมากกว่า

จนต่อมาทำให้มีคอมเม้นต์จากโซเชียลเข้ามาร่วมวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้ ว่าสถานการณ์ดังกล่าว นายพิธาไม่ควรออกมาพูดอะไร และท้าให้ส่งกลุ่มม็อบไปช่วย เอาลูกแก้ว หนังสติ๊กไปด้วย จะกล้าหรือไม่ ขณะที่บางคอมเม้นต์โยงไปถึงแอมเนสตี้ว่าออกมาเคลื่อนไหวหรือยังด้วย

 

 

 

 

ล่าสุดทางด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า เชื่อว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะลดความตึงเครียดลงได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา ซึ่งก็มีแนวโน้มสูงที่จะมีการเจรจาเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งได้ เพราะหลายฝ่ายได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี จึงเชื่อได้ว่าความขัดแย้งจะไม่ลุกลามบานปลายหรือยกระดับความรุนแรงตามที่บางฝ่ายกังวล

ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลไทยควรเร่งดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือการเตรียมมาตรการดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทย ทั้งกรณีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐและพันธมิตรที่มีต่อรัสเซีย รวมทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นและส่งผลกระทบมาถึงค่าครองชีพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลได้เตรียมการรองรับสิ่งเหล่านี้อย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ยืดเยื้อและซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและสถานการณ์โควิดที่ยังไม่คลี่คลาย

“ปัญหาใหญ่คือเศรษฐกิจ รัฐบาลจะต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายมาตั้งแต่เกิดการยึดอำนาจเป็นต้นมา โดยต้องเริ่มจากการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในเพื่อเป็นฐานค้ำยันเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้ล่มสลาย รัฐบาลจะต้องสร้างกำลังซื้อให้กับประชาชนซึ่งขณะนี้ขาดกำลังซื้ออย่างรุนแรง และการที่หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 90 ซึ่งจะเป็นตัวฉุดกำลังซื้อ เมื่อมากระทบกับราคาน้ำมันที่จะแพงขึ้นยิ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจยากยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงควรมีแผนฟื้นฟูอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม อย่าเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาเบนความสนใจประชาชนเพื่อกลบแนวทางแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลยังไม่มีแนวทาง”

อย่างไรก็ตามทำให้มีกระแสชื่นชมความคิดของคุณหญิงสุดารัตน์ ว่า มีความคิดที่ดี สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ต่างจากกรณีที่นายพิธา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้แล้วถูกทัวร์ลง อาจจะสะท้อนถึงชั้นเชิงในการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยว่า นายพิธายังห่างไกลจากคุณหญิงสุดารัตน์อยู่มาก