ด.ร.เฟาซีชี้ “สหรัฐถลำลึกหนักกว่าเดิม” กับปัญหาการระบาดโควิด-19 ป่วยติดเชื้อทะลุ 3 ล้านคนแล้ว ทั่วโลกป่วย 11.7 ล้านคน เพิ่ม 1.7 แสน เสียชีวิตแตะ 5.4 แสนราย บราซิลอินเดียยังพุ่งสูงต่อเนื่อง ไทยอันดับที่ 99

2052

ดร.แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการคณะทำงานสถาบัน “the National Institute of Allergy and Infectious Diseases” กล่าวว่า “สหรัฐฯถลำลึกอยู่ในการระบาดไวรัส โควิด-19 ในคลื่นลูกแรกนี้” และกล่าวท้วงว่า “ขณะนี้ยังหาหนทางสิ้นสุดของการแพร่ระบาดไวรัสนี้ไม่ได้ เพราะเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลง ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับสภาพพื้นฐานของคนและพื้นที่นั้น ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าจะจบลงอย่างไร”

ดร.รอชเชล วาเลนสกี (Dr. Rochelle Walensky) ประธานฝ่ายรักษาโรคติดต่อติดเชื้อแห่งโรงพยาบาลแมสแซสชูเซส กล่าวว่า “การรวมตัวกันไปฉลองวันชาติ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คนจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าคนอเมริกันกำลัง ไม่รู้ หรือไม่ก็พยายามเมินเฉยต่อปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างน่าเป็นห่วง หากยังเป็นอยุ่อย่างนี้มีแต่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ”
การไม่ปฏิบัติมาตรการใดๆของคนอเมริกัน เช่นไม่สวมหน้ากาก ไม่รักษาระยะห่าง การรวมตัวกันจัดปาร์ตี้ การชุมนุมประท้วง ตลอดจนการเปิดเมืองอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ล้วนมีผลต่อจำนวนคนป่วย คนเสียชีวิตในสหรัฐอเมริกาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของรัฐบาลกลาง และรัฐท้องถิ่นพยายามรณรงค์ให้ความรู้ และออกมาตรการต่างๆ แต่ได้รับความร่วมมือน้อยกว่าที่ควร แม้จะมีกระแสตอบรับด้านสาธารณสุขบ้างแต่ก็ไม่มากเพียงพอกับปัญหาที่เผชิญอยู่
Worldometers รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 7 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกพบมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้ว 11,731,622 ราย เพิ่มขึ้น 170,134 ราย เสียชีวิต 540,116 ราย เพิ่มขึ้น 3,562 ราย รักษาหาย 6,623,119 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 3 อันดับคือ

1.อเมริกายังคงมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลก ล่าสุดอยู่ที่ 3,039,685 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 49,438 คน และเสียชีวิตแล้ว 132,950 ราย
2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 1,626,071 ราย เพิ่มขึ้น 21,486 ราย เสียชีวิต 65,556 ราย เพิ่มขึ้น 656 ราย รักษาหาย 978,615 ราย
3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 720,346 ราย เพิ่มขึ้น 22,510 ราย เสียชีวิต 20,174 ราย เพิ่มขึ้น 474 ราย รักษาหาย 440,150 ราย
สำหรับประเทศไทย ลงไปอยู่ลำดับที่ 99 ของโลก มีผู้ติดเชื้อ 3,195 คน เสียชีวิต 58 ราย.
…………………………………..
Cr: CNNnews