ลุยแล้ว!!!รัสเซียวิสามัญหน่วยพิเศษยูเครน5ราย ก่อวินาศกรรมในพื้นที่ เคียฟโต้ข่าวปลอมขอติดตั้งนิวเคลียร์

731

การรับรองเอกราชสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ของปธน.ปูตินแห่งรัสเซียได้เกิดขึ้นแล้ว ท่ามกลางความยินดีของประชาชนในสองรัฐเอกราช   ข้อตกลงสันติภาพมินส์ปี 2014,2015 ไม่ประสบความสำเร็จเพราะหลังจากคู่ขัดแย้งลงนามแล้ว การปะทะทางทหารยังคงเกิดขึ้นประปราย กระทั่งสถานการณ์ล่าสุดเข้าขั้นอันตรายเพราะมีการแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ขนาดอพยพประชาชนข้ามฝั่งมายังรัสเซีย หน่วยพิเศษของยูเครนยังตามเข้ามาก่อวินาศกรรมในเมืองชายแดนของรัสเซียที่ผู้อพยพเพิ่งย้ายเข้ามาพำนัก ล่าสุดรัสเซียรายงานว่า ได้เด็ดชีพหน่วยพิเศษยูเครน 5 รายที่เข้ามาก่อวินาศกรรมในเมืองรอสตอฟชายแดนรัสเซียด้วย

ในกฤษฎีภา 2 ฉบับที่ผ่านการลงนามอย่างเป็นทางการแล้ว ปูตินสั่งให้กระทรวงกลาโหมประจำการกองกำลังสันติภาพในแคว้นโดเนตสก์และแคว้นลูฮันสก์ อย่างไรก็ตามมอสโกไม่ได้ให้รายละเอียดหรือวันเวลาของการประจำการ โดยในคำสั่งระบุเพียงว่า “มันมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่มีการลงนาม”

ทั้งนี้ในเอกสารเดียวกัน ปูตินยังสั่งการให้กระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย “จัดตั้งความสัมพันธ์ทางการทูตกับทั้งสองสาธารณรัฐ”

ข้อตกลงที่เผยแพร่โดยสภาล่างของรัสเซียระบุว่า “ก่อพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับการประจำการทหารรัสเซียในดินแดนของทั้ง 2 แคว้น ซึ่งการประจำการนี้มีความจำเป็นเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและรับประกันความปลอดภัย”

ทั้งสองฝ่ายตกลงใช้ฐานทัพทหารร่วมกันและร่วมกันปกป้องชายแดนของพวกเขา 

สำนักข่าวสปุ๊ตนิกรายงานว่า ทหารสามารถขัดขวางและสังหารมือก่อวินาศกรรมชาวยูเครน 5 คน ที่แทรกซึมเข้าดินแดนของรัสเซียได้  และเปิดเผยว่ายูเครนว่ายิงปืนใหญ่ข้ามแดนถล่มโดนฐานที่มั่นชายแดนของรัสเซียในแคว้นรอสต็อฟด้วย ซึ่งยูเครนปฏิเสธเสียงแข็งว่าเป็นข่าวปลอม

สำนักข่าวท้องถิ่นของรัสเซียประกาศเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาว่ากองทหารรัสเซียและกองกำลังพิทักษ์พรมแดนของเอฟเอสบี(FSB) สังหารสมาชิก 5 คนของกลุ่มก่อวินาศกรรมยูเครน หลังจากพยายามข้ามพรมแดนรัสเซียอย่างผิดกฎหมาย เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้กับพรมแดนระหว่างยูเครนกับภูมิภาครอสตอฟของรัสเซีย

แต่เคียฟปฏิเสธรายงานดังกล่าวว่าเป็น “ข่าวปลอม” โดยกล่าวว่าไม่มีกองกำลังยูเครนอยู่ในพื้นที่ที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ตามรายงานของรอยเตอร์

เหตุการณ์ในวันจันทร์เป็นอย่างน้อยครั้งที่สามที่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นใน Donbass ได้แพร่กระจายไปยังรัสเซียในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ในวันนั้น FSB รายงานว่าขีปนาวุธที่ยิงจากฝั่งยูเครนได้ทำลายด่านตรวจตราชายแดนในรอสตอฟ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นั้น

นับตั้งแต่การประกาศดังกล่าว ยูเครนได้เรียกร้องให้มีการพูดคุยแบบฉุกเฉินของนอร์มังดี ฟอร์แมต ที่ปธน.มาครง แห่งฝรั่งเศสนำเสนอ ทั้งนี้ ปธน.เซเลนสกี้แห่งยูเครน อ้างว่ารัสเซียรับรองสองรัฐเอกราชเท่ากับฉีกข้อตกลงมินสก์ และเรียกร้องให้สหรัฐ-ยุโรปตอบสนองให้ชัดเจนว่า จะหนุนยูเครนอย่างไรไม่ใช่แค่ตื่นตระหนก และย้ำว่ายูเครนมีแผนขั้นต่อไปอยู่แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนหน้านี้ในการประชุมที่มิวนิก ปธน.เซเลนสกี้จะขอออกจากรายชื่อประเทศปลอดนิวเคลียร์ และเรียกร้องขอติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ลุกลามจากดอนบาสสู่ชายแดนรัสเซียเกิดขึ้นท่ามกลางวันครบรอบแปดปีของการรัฐประหารไมดาน(Maidan)ที่กรุงเคียฟ  ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 โดยสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป สนับสนุนการล้มล้างรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ฝ่ายตะวันตกมองว่าฝักใฝ่รัสเซียมากกว่าสหรัฐฯ

ประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้งได้หวนคืนอีกครั้ง เมื่อตะวันตกยังคงสนับสนุนรัฐบาลยูเครนที่สหรัฐหนุนหลัง ซึ่งเรียกร้องให้ได้เป็นสมาชิก NATO ขณะเดียวกันก็บีบคั้นรัสเซียให้ยอมจำนนต่อวาระวอชิงตัน อาศัยยูเครนเป็นด่านหน้าของจุดวาบไฟ สร้างความชอบธรรมรุมถล่มรัสเซีย

โลกยังคงต้องจับตาอย่างระทึกขวัญว่า  สงครามเชิงพื้นที่ระหว่างยูเครนและ2 รัฐเอกราชที่รัสเซียประกาศคุ้มครองอย่างเปิดเผยแล้ว  จะลามสู่สงครามโลกหรือไม่ ไม่นานคงประเมินได้จากท่าทีตอบสนองของยุโรป ไม่ว่าจะโดยฐานะนาโต หรือสหภาพยุโรป และท่าทีของกลุ่มพันธมิตรตะวันออกว่าจะปล่อยรัสเซียโดดเดี่ยวรับมือกับตะวันตก หรือจะโดดเข้าร่วมวงลุย??