สหรัฐหน้าแหกยับ!!ตุ้นสงครามไม่ขึ้น รัสเซียซ้อมรบเสร็จถอนกำลังกลับ ปูตินย้ำไม่ต้องการสงคราม

931

โลกแห่งสงครามข่าวสารของสหรัฐกับความจริงในพื้นที่ช่างสวนทางกันอย่างชัดแจ้ง เมื่อวันดีเดย์รัสเซียบุกยูเครนเป็นเพียงลมปากโกหกของสหรัฐและพันธมิตร วันที่ 15 ก.พ.ก็แล้ว 16 ก.พ.ก็เหมือนกัน กลายเป็นวันถอนกำลังและยุทโธปกรณ์ทหารเพื่อการซ้อมรบของรัสเซียไปเสียได้ และสหรัฐก็แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆว่า ไม่จริงไม่เชื่อแค่สับเปลี่ยนกำลัง นาโตยิ่งเหวอใหญ่เตรียมหาประเด็นอื่นมาถล่ม ซึ่งย่อมมีอีกแน่นอน เพราะต้นเรื่องอย่างยูเครนและฝ่ายสนับสนุนก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวทางการทหารอย่างเงียบๆโดยที่สื่อตะวันตกรูดซิบปากสนิท

วันที่ 16 ก.พ.2565 สำนักข่าวรัสเซียทูเดย์และเอเอฟพีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียอวดภาพการเคลื่อนกำลังทหารและรถถังออกจากไครเมียหลังเสร็จสิ้นการซ้อมรบ ด้านรัฐบาลสหรัฐและยูเครนบอกยังพิสูจน์ไม่ได้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชี้รัสเซียยังมีทหารใกล้ชายแดนยูเครน แค่เป็นการสับเปลี่ยนกำลังพล ขณะกระทรวงกลาโหมยูเครนโดนโจมตีไซเบอร์ แต่รัสเซียปฏิเสธไม่รู้เรื่อง

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.พ.ผ่านมา มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า“15 กุมภาพันธ์ 2022 จะบันทึกลงไปในประวัติศาสตร์ เป็นวันที่การโฆษณาชวนเชื่อสงครามของตะวันตกล้มเหลวและเป็นความอับอายตะวันตกที่เครดิตถูกทำลายโดยไม่ต้องยิงแม้แต่นัดเดียว”

ในวันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของมอสโกได้ประกาศว่าทหารรัสเซียจำนวนหนึ่งได้เสร็จสิ้นการฝึกซ้อมในเบลารุส ใกล้กับชายแดนยูเครน และเริ่มกระบวนการที่จะกลับไปประจำการ

 

กระทรวงกลาโหมรัสเซียอวดภาพการเคลื่อนกำลังทหารและรถถังออกจากไครเมียหลังเสร็จการซ้อมรบ ด้านรัฐบาลสหรัฐและยูเครนบอกยังพิสูจน์ไม่ได็ว่าเป็นความจริง  ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชี้รัสเซียยังมีทหารกว่า 150,000 นายใกล้ชายแดนยูเครน ขณะกระทรวงกลาโหมยูเครนโวยโดนโจมตีไซเบอร์ แต่ทางการรัสเซียปฏิเสธไม่รู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

เครมลินระบุว่า การประเมินของนาโต้นั้นผิดพลาด โดยเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำไอร์แลนด์บอกว่ากองกำลังทางภาคตะวันตกของรัสเซีย จะถอนกลับสู่ที่มั่นตามปกติภายใน 3 ถึง 4 สัปดาห์ รัสเซียยืนยันว่าไม่เคยมีแผนโจมตียูเครน โดยเพียงต้องการ “ขีดเส้นตาย” ขัดขวางไม่ให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโต้ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของตนเอง

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียแถลงข่าวร่วมกับ นายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ (Olaf Scholz) ของเยอรมนี ตอกย้ำว่า รัสเซียไม่ต้องการทำสงครามในยุโรป ซึ่งมีการยื่นข้อเสนอให้มีการเจรจาเพื่อให้เกิดข้อตกลงที่รับประกันความมั่นคงที่เท่าเทียมสำหรับทุกฝ่ายรวมถึงรัสเซีย และพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ และ NATO เกี่ยวกับการจำกัดการติดตั้งขีปนาวุธ  รวมถึงการให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับการซ้อมรบ และมาตรการอื่น ๆ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน 

แม้ว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ และ NATO จะปฏิเสธข้อเรียกร้องด้านความมั่นคงของรัสเซีย ด้าน นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ระบุว่าการที่รัสเซียถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากชายแดนยูเครนถือเป็นสัญญาณที่ดี และเยอรมนีหวังที่จะเห็นรัสเซียดำเนินการมากขึ้นเพื่อคลี่คลายวิกฤติยูเครนต่อไป 

ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐฯยังขู่ฟ่อแก้เกี้ยวอีกว่า สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ด้วยมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรง หากรัสเซียโจมตียูเครนซึ่งยังคงมีความเป็นไปได้อย่างมาก และสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันคำกล่าวอ้างที่ว่ากองทัพรัสเซียกำลังถอนกำลัง

ด้านรัสเซียเปิดเผยว่าหากถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตร ก็พร้อมส่งออกพลังงานไปประเทศอื่นแทน

ประเด็นนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายแอนทอน ซิลัวนอฟ( Anton Siluanov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรัสเซีย เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2565 ว่า รัสเซียพร้อมที่จะเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกสินค้าพลังงานไปยังประเทศอื่น หากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทพลังงานของรัสเซีย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าจะส่งออกไปยังประเทศใด นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และงบประมาณที่เกินดุลของรัสเซีย จะเป็นเกราะป้องกันเศรษฐกิจและภาคการธนาคารของประเทศจากมาตรการคว่ำบาตรที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สหรัฐและตะวันตกเหวอซ้ำซาก แต่การที่สื่อตะวันตกยังคงโหมกระหน่ำสงครามโดยยืนยันว่าปูตินจะบุกไม่เลิก นั่นบ่งบอกวาระซ้อนเร้นของสหรัฐว่าต้องการผลักดันให้เกิดสงครามให้ได้  ปรากฏการณ์ข่าวลวงระดับโลกครั้งนี้พิสูจน์เนื้อแท้ของสื่อตะวันตกที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสงครามข่าวสาร เล่าเรื่องเท็จตามวาระวอชิงตันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

อย่างไรก็ตามโลกยังไม่อาจวางใจ เพราะต้นทางความขัดแย้งในพื่นที่ยูเครนและดอนบาสก์ยังไม่ได้รับการแก้ไข รัฐบาลหุ่นเชิดของอเมริกาในยูเครนยังคงมุ่งมั่นปราบปราม สองรัฐอิสระในดอนบาสก์อย่างจริงจังและปูตินเคยประกาศเจตนารมย์ชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้ใครสร้างอาชญากรรมล้างเผ่าพันธ์ชาวรัสเซียในดอนบาสก์อย่างแน่นอน