เมกาแดนเถื่อน!?นิวยอร์กเกลียดเอเชียลาม ทูตกิมจิถูกชกหน้า ขณะสถิติคดีทำร้ายสูงสุดในรอบ 12 ปี

1144

เรื่องน่าเศร้าของสังคมอเมริกัน ที่เกิดจากอคติและเกลียดชังต่ออเมริกันเชื้อสายเอเชียนับวันหนักหนาสาหัสเพิ่มขึ้น ด้วยท่าทีของผู้บริหารประเทศนอกจากไม่ใส่ใจอย่างจริงจัง ยังเปิดหน้าต่อต้านจีนซ้ำเติมอคติที่ฝังลึกลุกลามเป็นคดีอาชญากรรม รุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักขาวเอเอฟพีและเดอะฮิลล์ รายงานว่า นักการทูตเกาหลีใต้รายหนึ่งเดินอยู่ดีดีถูกชายแปลกหน้าทำร้ายแบบไม่ทันตั้งตัวระหว่างที่กำลังเดินอยู่ย่านถนนสายชอปปิ้งชื่อดังเดอะฟิฟท์ อาเวนูว์ ในย่านมิดทาวน์ แมนแฮตตัน คืนวันพุธที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจชี้หลังมือชกทำร้ายได้เดินจากไปย่างลอยนวล

นักการทูตเกาหลีใต้ไม่ระบุชื่อเปิดเผยเพียงว่าเป็นชายวัยประมาณ 52 ปี ตำรวจสหรัฐฯพบในสภาพที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยรอยแดงช้ำเพราะถูกทำร้าย อ้างอิงจากสำนักงานแผนกตำรวจนิวยอร์ก พบว่า ตำรวจรับเรื่องเหตุเมื่อเวลา 20.10 น.ในวันพุธถึงเหตุทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นใกล้ถนนเวสต์ที่ 35 (West 35th) และถนนฟิฟท์ อาเวนูว์ (5th Avenue) ในย่านมิดทาวน์ แมนแฮตตัน ที่เป็นแหล่งชอปปิ้งชื่อดัง

รายงานจากแถลงการณ์ของตำรวจนิวยอร์กระบุว่า “เหตุการณ์นี้ไม่มีการยั่วยุ หน่วยฉุกเฉิน EMS เข้าไปถึงสถานที่เกิดเหตุและส่งผู้ที่ถูกทำร้ายไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก(NYU) ในสภาพที่มีสติและบ่นถึงความรู้สึกเจ็บปวด” 

หนังสือพิมพ์เดอะฮิลล์กล่าวว่า จุดเกิดเหตุตั้งอยู่ไม่ห่างจากโคเรียนทาวน์ หรือชุมชนชาวเกาหลีในแมนแฮตตัน และห่างออกไปไม่ถึง 2 ไมล์จากสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ

ด้านสมาชิกสภาเมืองนิวยอร์ก ซิตี คีธ พาวเวอร์ส (Keith Powers:NY city council) ซึ่งมีเขตตัวแทนอยู่ในพื้นที่เกิดเดหตุกล่าวแสดงความเห็นในการรายงานของ NBC NEWS ว่า “การทำร้ายแบบไม่ทันตั้งตัวโดยไม่มีการยั่วยุต่อนักการทูตเกาหลีใต้ถือเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวและรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” “ในช่วงตลอดปีที่ผ่านมาพวกเราได้เห็นคดีความเกลียดชังต่อชุมชนเอเชียและหมู่เกาะของแปซิฟิกเพิ่มสูงขึ้นเป็นเรื่องที่น่าสยดสยอง และไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินต่อไปได้” 

เขายังชี้อีกว่า “มันถือเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องประณามเหตุการณ์ที่เลวร้ายเหล่านี้และต่อต้านต่อการคุกคาม ความรุนแรง และการแบ่งแยกกีดกันที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ฮุน-ซุง ชอย (Hyun-seung Choi) เจ้าหน้าที่กงกุลและโฆษกประจำสถานกงสุลใหญ่เกาหลีใต้ในนิวยอร์กกล่าวผ่านแถลงการณ์ถึงเหตุเจ้าหน้าที่การทูตเกาหลีใต้โดนทำร้ายว่า “พวกเรารู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อความรุนแรงที่น่ารังเกียจและไม่มีเหตุผลนี้ และเฝ้ารอถึงผลของการดำเนินการที่ออกมาอย่างรวดเร็วในเหตุที่ช่างโชคร้ายนี้ เพื่อให้ไปถึงจุดนั้นทางสถานกงสุลใหญ่จะให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานแผนกตำรวจนิวยอร์ก NYPD ซึ่งทางสำนักงานตำรวจได้ให้คำรับรองว่าได้มีการเปิดการสอบสวนอย่างรวดเร็ว และครอบคลุม”

สำนักงานอัยการนิวยอร์กระบุว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา มีคดีที่เกิดจากความเกลียดชังต่อต้านชาวเอเชียจำนวนมากที่สุด นับตั้งแต่หน่วยต่อต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชังก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 

ด้านหนึ่งสำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน เกี่ยวกับความรุนแรงต่อต้านคนเชื้อสายเอเชียในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นมากนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เมื่อปี 2563 นักเคลื่อนไหวเชื่อกันว่า อาชญากรรมจากความเกลียดชังถูกกระตุ้นจากการให้ร้ายว่า “ไวรัสจีน” ทั้งจากปากของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่หลายคนในรัฐบาลของเขา ในช่วงเริ่มแรกของการระบาด

เจ้าหน้าที่รัฐนิวยอร์กยังอ้างถึงประวัติอาการป่วยทางจิตของผู้ก่อเหตุหลายคน ซึ่งสภาพแย่ลง เพราะการหยุดชะงักของบริการสังคมระหว่างโรคระบาดด้วยเช่นกัน

อัลวิน แบร็กก์ อัยการเขตแมนฮัตตั(Manhattan District Attorney Alvin Bragg) กล่าวว่า น่าเศร้าที่ขณะนี้สำนักงานของเขตแมนฮัตตันต้องดำเนินคดีอาชญากรรมจากความเกลียดชัง 33 คดี ที่ขับเคลื่อนจากอคติต่อต้านชาวเอเชีย และโชคร้ายที่เป็นจำนวนคดีมากที่สุดนับตั้งแต่หน่วยอาชญากรรมจากความเกลียดชังของเราก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2553

สำนักงานฯต้องดำเนินคดีอาชญากรรมต้านเอเชียในปี 2564 มากกว่าปีก่อนหน้านั้นเกือบ 4 เท่า อัยการแบร็กก์ให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ระหว่างการประกาศข่าวว่า จาร์ร็อด พาวเวลล์ ชายอายุ 50 ปี ถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อนและก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชัง จากคดีเหยา ปัน หม่า ชาวจีนวัย 61 ปีที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่อเมริกา และโดนพาวเวลล์ทำร้ายที่อีสต์ฮาร์เลม เมืองแมนฮัตตัน เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เสียชีวิตลงเมื่อเดือนธันวาคม 2564 ทำให้อัยการเปลี่ยนข้อหาเขา จากพยายามฆ่าเป็นฆ่าคนตาย

คดีดังกล่าวเป็นหนึ่งในอีกหลายร้อยคดีทั่วสหรัฐ โดยศูนย์ศึกษาความเกลียดชังและความบ้าคลั่ง ได้รวบรวมสถิติ พบว่าอาชญากรรมต่อชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียเพิ่มขึ้น 339% ในปี 2564 ด้านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Stop AAPI Hateเปิดเผยสถิติระหว่างเดือนมีนาคม 2020 ถึงกันยายน 2021 เหตุการณ์เกี่ยวกับความเกลียดชังโดยรวมเกิดขึ้นประมาณ 10,370 เหตุการณ์