“กูรู” เปิดแผนลับ เตรียมเชือด 21 ส.ส.กลุ่มธรรมนัส คนในพลังประชารัฐ ตั้งใจขยี้ให้จมเท้า

530

เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากหลายๆฝ่าย นั่นก็คือการเดินเกมยุทธศาสตร์การเมือง ของ พรรคพลังประชารัฐ หลังจากที่ได้ขับ 21 ส.ส.กลุ่มธรรมนัส

รวมถึงกลุ่มดังกล่าวก็เริ่มขยับชัดว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลแน่นอน เท่ากับว่าเสียงของรัฐบาลในขณะนี้ เข้าข่ายเปราะบาง แต่พรรคพลังประชารัฐ ก็เรียกได้ว่ามี นักการเมืองมากฝีมืออยู่เยอะ การแก้เกมครั้งนี้จะออกมามุมไหน นั่นเองที่ทำให้หลายๆคนต่างติดตาม

ล่าสุดในวันที่ 7 ก.พ.65 ทางด้านของ นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียดว่า

เพลงรักอำมหิต แผนเชือดกลุ่ม 21 ส.ส.
1.จากความต้องการไล่ผู้กองธรรมนัสเพียงคนเดียวกลายเป็นขับ 21 ส.ส.ออกจาก พปชร. จนกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างรุนแรง ต่อมาแผนยึดพรรค แผนไล่หัวหน้าพรรค ก็ไม่ประสบความสำเร็จ มาถึงขั้นเตรียมตั้งพรรคใหม่ ซึ่งยังน่าห่วงอยู่ว่าจะแท้งก่อนคลอดหรือไม่ แม้คลอดแล้วจะพิกลพิการตัวเตี้ยไม่ยอมโตหรือไม่
แต่รอยรักรอยแค้นเกินที่จะปกปิดเอาไว้ได้และนำไปสู่ แผนเชือดกลุ่ม 21 ส.ส. หมายให้ตายคาตีน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

2.เริ่มจากจู่ ๆ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ก็มีหนังสือจากสภาไปถาม กกต. เกี่ยวกับสถานะ 21 ส.ส. ก็ได้รับคำตอบว่าเกือบทั้งหมดไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทยแล้ว จึงเป็นหลักฐานว่า 21 ส.ส. ส่วนใหญ่ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย

ไม่กี่ชั่วอึดใจก็มีมือดีเอารายชื่อสมาชิก พปชร. (ไม่ใช่ ส.ส.) จำนวน 100 ชื่อ ไปยื่น กกต. ให้ตรวจสอบว่าการประชุมขับ 21 ส.ส. ไม่ชอบ ซึ่ง กกต. จะวินิจฉัยเรื่องนี้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์
ถ้าทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกี่ยวเนื่องกันก็หมายความว่ามีระดับ “บิ๊กในสภา” สมรู้กับ”บิ๊กที่สั่งรวมรายชื่อ100คน”เดินแผนนี้และต้องถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดา

เพราะอาจมีคนเข้าใจกว่าแผนนี้อาจนำไปสู่มติ กกต.ว่ามติ พปชร. ที่ขับ 21 ส.ส. ไม่ชอบ
ก็จะทำให้ ส.ส. เหล่านั้นยังสังกัด พปชร. เมื่อไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทยก็จะกลายเป็นซ้ำซ้อนและต้องขาดจากการเป็น ส.ส.!!!!

ถ้าใครคิดเช่นนี้ก็ต้องนับว่ามีน้ำใจอำมหิตมาก! ดังนั้น จึงต้องจับตาดูการวินิจฉัยของ กกต. ในวันที่ 14 กุมพาพันธ์ ให้ดี

3.มีปัญหาว่าถ้า กกต. วินิจฉัยว่าการประชุม พปชร. ขับ 21 ส.ส. ไม่ชอบ จะทำให้ 21 ส.ส. พ้นสมาชิก ส.ส. หรือไม่? ปัญหานี้เป็นปัญหากฎหมาย!
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การเป็น ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ผู้เป็น ส.ส. จะมี 2 ฐานะ คือ ฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคและฐานะที่เป็น ส.ส.

ในกรณีพรรคมีมติขับ ส.ส. ออกจากพรรค มีผลให้สมาชิกภาพของพรรคการเมืองนั้นสิ้นสุดลง แต่ฐานะ ส.ส. ยังดำรงอยู่ ซึ่งเป็นหลักใหญ่ใจความของฐานะ ส.ส. และจะเป็นรากฐานไปสู่การวินิจฉัยปัญหาอื่น
ส.ส. ใดถูกขับออกจากพรรคเป็นอันสิ้นสุดสมาชิกภาพของพรรคนั้นนับแต่วันที่ถูกขับ! ส่วนฐานะ ส.ส. ยังคงดำรงอยู่!!!!

โดยรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วันนับแต่วันเวลาที่ถูกขับ หากหาพรรคใหม่เข้าไม่ได้ก็เป็นอันหมดสมาชิกภาพ ส.ส. นับแต่วันครบกำหนด 30 วัน
โดยบทบัญญัตินี้ ส.ส. ที่ถูกขับออกจาก พปชร.มีหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องไปสมัครเข้าพรรคใหม่ภายใน 30 วันนับแต่เวลาที่ถูกขับออกจากพรรค
และเมื่อได้สมัครเข้าพรรคใหม่แล้วเป็นอันได้มาซึ่ง 2 ฐานะ คือ เป็นสมาชิกของพรรคใหม่และฐานะ ส.ส. ก็ดำรงอยู่ต่อไป

ดังนั้น แม้ กกต. จะวินิจฉัยในภายหลังว่าการประชุมขับ 21 ส.ส. ไม่ชอบ ก็เป็นเพียงความรับผิดชอบของพรรคที่กระทำการไม่ชอบตามกฎหมายพรรคการเมือง
แต่ไม่ลบล้างผลทั้งหลายตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
และกฎหมายบัญญัติให้ กกต. แจ้งให้พรรคที่ขับลบชื่อ ส.ส. นั้นออกจากสมาชิกเพราะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติแล้ว!!!

แต่ทว่าไสยศาสตร์ทางกฎหมายอาจทำให้หลักรัฐธรรมนูญดังกล่าวผิดเพี้ยนไปก็ได้
แต่ถึงจะผิดเพี้ยนประการใด คำวินิจฉัยของ กตต. ว่าการประชุมพรรคไม่ชอบจะไม่สิ้นสุดลงเท่านั้น เพราะยังมีเส้นทางไปสู่องค์กรอื่นอีก ดีไม่ดีการวินิจฉัยใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและครองธรรมก็อาจพาเอาคนวินิจฉัยเข้าคุกตามแบบอย่างรุ่นพี่ก็เป็นได้
เพลงรักหวานชื่นช่างอำมหิตยิ่งนัก น่าระทึกใจยิ่งนัก
นี่แหละที่ท่านว่าวินาศกาเลวิปริตตะพุทธิ