เจ้าของชาบูดัง เปิดใจ ไม่ยุ่งการเมือง-ไม่เกี่ยวสามนิ้ว! พบเคยโพสต์รำลึก “คิดถึงพ่อหลวงร.9”

1038

เจ้าของชาบูดัง เปิดใจ ไม่ยุ่งการเมือง-ไม่เกี่ยวสามนิ้ว! พบเคยโพสต์รำลึก “คิดถึงพ่อหลวงร.9”

จากกรณีที่เจ้าของร้านโกดังชาบู ไดโพสต์ข้อความประกาศปิดร้าน ยกเลิกกิจการ สู้ไม่ไหว ไปต่อไม่ได้แล้วจริง ๆ ไม่มีทุน ไม่มีเงินจะไปต่อแล้ว มีแต่หนี้กับค่าใช้จ่าย แฟนก็ป่วยซึ่มเศร้า ตัวเราไม่ไหวแล้วทั้งร่างกายและจิตใจ ใครสนใจเช่าพื้นที่ร้าน หรือเซ้งร้านติดต่อแก้วได้

ทั้งนี้ เจ้าของร้านยังได้ไลฟ์สดระบายความในใจทั้งน้ำตาว่า วันนี้คงต้องจบลงจริง ๆ แล้ว ไปต่อไม่ไหวแล้ว ทำเต็มที่แล้ว จนวินาทีสุดท้ายแล้ว แม้แต่จะลงของขายยังไม่มีปัญญา คงต้องปล่อย ใครสนใจเช่าพื้นที่ เซ้งร้าน ติดต่อได้ เงินที่ได้จากค่าเช่า ค่าเซ้ง จะนำไปเคลียร์หนี้สิน หากพอนำไปตั้งร้านเล็ก ๆ ได้ ก็น่าจะเป็นแบบนั้น ตอนนี้แม่ค้าสุดแล้วจริง ๆ ต้องขอบคุณลูกค้า ลูกเพจทุกท่านที่ให้กำลังใจ แม่ค้าพยายามแล้ว สู้แล้วแต่ไม่ไหวจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แม่ค้าทำเต็มที่แล้ว จะเอายังไงต่อจากนี้ก็ไม่รู้เลย

โดยเมื่อวานนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2565) นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง พม. ได้ลงพื้นที่ช่วยแก้ปัญหาครอบครัวให้ นางสาวมธุรา อดเหนียว (แก้ว) อายุ 31 ปี เจ้าของร้านโกดังชาบู ที่ย่านตลาดพลู เขตธนบุรี กทม. แล้ว หลังเจ้าตัวออกมาไลฟ์สดปิดกิจการที่เปิดมานานกว่า 4 ปี ทั้งน้ำตา โดยระบุพยายามทำทุกทางเพื่อให้ร้านไปต่อได้ เนื่องจากได้รับผลกระอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด-19  ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก อีกทั้งต้องดูแลสามีที่มีอาการป่วยเป็นซึมเศร้า ลูกเล็กวัยเรียน 2 คนและคนงานอีก 7 คน

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางมาที่ร้านโกดังชาบู เพราะเห็นข่าวจากสื่อออนไลน์  โดยทราบว่าปัญหาลักษณะนี้มีมากมายทั่วประเทศ แต่ปัญหาทุกอย่างมีทางออกทางแก้เสมอ มันไม่ง่ายแต่ชีวิตต้องสู้ ซึ่งตนเห็นความเป็นนักสู้ของน้องแก้วและสามีที่มีภาระหนัก

วันนี้ตนมาในฐานะตัวแทนรัฐบาล เพื่อมาช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้รัฐบาลมีโครงการประนอมหนี้ โดยให้ธนาคารของรัฐและเอกชน เข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทั้งนี้รัฐบาลอยากให้ทุกท่านรู้ว่า ท่านไม่ได้อยู่คนเดียว เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมให้โอกาสคนที่ทำงานโดยสุจริต เมื่อเศรษฐกิจฟื้นจากสถานการณ์โควิด-19 ก็จะทำให้ชีวิตเดินต่อไปได้

นายจุติ กล่าวว่า พม. มีความเป็นห่วงในเรื่องครอบครัวของน้องแก้ว เพราะลูกทั้ง 2 คนที่ไม่อยากไปโรงเรียนเพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่เครียดจากปัญหาที่เกิดขึ้น ด้านคุณพ่อเครียดจากภาระหนี้สิน แต่มีคุณแม่ที่สู้ต่อและบอกให้โลกรู้ว่าจะสู้ต่อไป ดังนั้น กระทรวง พม. ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวนี้เท่ากับเราได้ช่วยอีก 11 ชีวิต รวมไปถึงลูกจ้างที่ไม่มีที่อยู่ ไม่มีงานทำ โดยเฉพาะช่วยให้เด็กๆ สามารถไปโรงเรียนได้ รวมไปถึงสามีให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม นับว่าเป็นการสร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง ไม่ให้ครอบครัวเปราะบาง

ทั้งนี้ กระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญตามนโยบายรัฐบาลว่า เราจะดูแลทุกครอบครัวให้เข้มแข็ง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เหมือนกับปัญหาทุกครอบครัวที่มี มันไม่ง่ายที่จะแก้ปัญหา ถ้าหากเจ้าตัวไม่สู้  ทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ เมื่อสู้แล้ว ต้องมีสติ ทักษะ และด้วยสองมือที่ไม่ย่อท้อ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปได้

ด้าน นางสาวมธุรา ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่มอบหมายให้กระทรวง พม. เข้ามาช่วยเหลือครอบครัว และน้องๆ ทีมงาน และขอขอบคุณที่คนไทยไม่ทิ้งกัน และเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ในวันนี้ ตนมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาก และรู้ว่าทุกท่านเป็นห่วงและมาช่วยดูแลเรา หลังจากนี้ ตนจะได้นำคำแนะนำจากท่านรัฐมนตรีฯ มาจัดการปัญหาของครอบครัวต่อไป

ล่าสุดทางด้าน เจ้าของร้านโกดังชาบู ได้ออกมาไลฟ์สดเมื่อเช้านี้ (4 กุมภาพันธ์ 2565) โดยระบุข้อความด้วยว่า มาเลยจะพวกไหน สีอะไร หรืออะไรก็ตามแต่ อยากรู้ไรเกี่ยวกับร้านจะได้มาจบที่ตรงนี้ อยากหาทนายที่สนแต่ถูกผิด มาช่วยแนะแนวผมที ว่าควรจะต้องทำยังไง

พร้อมกับโพสต์ข้อความอีกด้วยว่า ดูให้จบ ถามตัวคุณเอง และจะทำยังไงให้มันเหมือนแต่ก่อน สังคมที่ไม่ต้องแบ่งฝ่ายแบ่งพวก ดูให้จบและนัดกันมา4ทุ่มคืนนี้ จะได้คุยกัน ถามมาเลยแต่ข้อแม้ของผมคือดูให้จบ รับฟังผมบ้าง

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งบางคนก็ให้กำลังใจและบางคนก็โจมตี รวมไปถึงการเสนอข่าวของสื่อที่มีทั้งตำหนิและให้กำลังใจ ทั้งนี้ทางเพจ โกดังชาบู ได้โพสต์ข้อความถึงทีมข่าวเดอะทรูธ พร้อมกับชี้แจงประเด็นดราม่าว่า

นี่คือต้วอย่างสื่อที่ดี นาทีที่ 1.31เป็นต้นไปหาข่าวเช็คข่าวและรายงานแต่สิ่งที่ถูกต้อง แบบนี้เรียกการทำงาน ปล.เค้าไม่ได้มาขอผมแต่เค้ารายงานสิ่งที่ถูกต้องควาทจริง แบบนี้ผมโอเครมาก ยินดีและต้องขอขอบคุณด้วยซ้ำ แต่เค้าทำหน้าที่ของอาชีพเค้าได้ดี คือรายงานข่าวจริงหาข่าว ไม่ว่าจะข้างไหน ลืมอะไรไปหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ ประเทศเรา ไม่เคยมีปัญหาแตกแยกได้ขนาดนี้ และมันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศของเรา เป็นประเทศที่เราต้องเลือกข้างหรือการที่เราอยู่เฉยๆ เราก็โดนใส่ร้ายหรืออะไรก็ตามเอาผมไปโหน เอาไปเป็นพวก

ล่าสุดเอาไปออกข่าวใส่ร้ายในทาวเสียๆหายๆ ต้องเห็นครอบครัวพินาศก่อนหรอ ถึงจะสบายใจ จากนี้ไปจะไม่ยอมต่อดารถูกกล่าวหาใส่ร้าย พยายามไม่เป็นต้นเหตุให้เกิดการแบ่งแยก พยายามอธิบายก็แล้ว พิมพ์บอกก็แล้ว จากนี้ไปเราจะไม่ทนต่อการถูกใส่ร้าย ด่าในทางเสียๆหายๆ เอาไปบิดเบียนให้เกิดความเจ้าใจผิด ขอขอบคุณสำนักข่าวช่องนี้ด้วยครับ คุณทำงานจริงเช็คข่าวก่อนว่าอะไรจริงไม่จริง ไม่ใช่เอาเราไปออกก็ไม่ขออนุญาติ แถมเอาไปใส่ร้ายออกอากาศ กล่าวหาทางเราไปในทางเสียหาย คือต้องการอะไร คนไหนทำงานดีก็ด่า ใครทำงานไม่ดีก็ต้องถูกด่า ถ้ารับไม่ได้ก็ออกไป ให้คนที่เค้าพร้อมรับฟังคนคิดต่าง ได้พูดหรือได้แสดงความคิดเห็นตามสิทธิที่ควรจะเป็นถ้าไม่จริง จะเอามาพูดทำเพื่อ บะเดี๋ยวช่องที่ไม่ขออนุญาติ เอาทางเราไปออกข่าวใส่ร้ายให้ร้าย ต้องการอะไรจากเรา อยากให้เราพินาศหรอ เคยถามหรือหาข้อมูลมั้ย ว่าอันไหนจริงไม่จริง ทำงานกัยตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่ทำงานคนเดียวแน่ๆ ยังไม่มีคนหาข้อมูลหรือมาถามและขออนุญาติเอาทางร้านไปออกอากาศ บอกเลยจะไม่ยอมอีกแล้ว ทนมานานมากแล้ว

ช่องไหนเอาไปไม่ขอแต่เค้ามีจรรยาบรรณอันไหนจริงไม่จริงแยกแยะออก อันนี้เราดีใจด้วยซ้ำที่ยังคิดดีกับเรา ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย รับให้ได้กับผลที่ตามมาละกัน ไม่มีอะไรจะเสียแล.อีกช่องเอาไปไม่บอกไม่ว่า แต่ยังไม่หาข้อมูลทำหน้าที่ของนักข่าว เอาข่าวปลอมมาพูด เพื่ออะไร คือผมบอกผมโพสเสมอ ว่าผมคิดยังไง แต่ไม่เอามาลง กลับคิดเอาเอง มาใส่ร้าย ทางร้าน ผลกระทบมีแน่นอน คือใครก็ตามที่ดูคุณจะเชื่อคุณหมดเพราะคุณคือนักข่าว จรรยาบรรณในตัวเองหรือ สัญชาตญาณผมว่าน่าจะต้องมีคือ กรองข้อมูลหาแหล่งที่มา ก่อนที่จะสอบถามหรือหาข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมาสัมภาษณ์แต่เปล่าเลย เอาไปด่าใส่ร้านเฉยผมไม่รู้หรอกต้องการอะไร บอกติดตามคือติดตามได้เท่านี้หรือครับช่องห้า ช่องด้านบนคือนี่แหละนักข่าว คิดวิเคราะห์แยกแยะ หาข้อมูล ถึงจะไม่ได้มาถามผมเหมือนคุณ ไม่ได้มาข้อด้วยแต่ผมยินดีมากกับการรายงานของเค้าคือความจริง และคุณมีบ้างมั้ยกับ โจทย์ข้อเดียวกันคือ ไม่โทรมาขออนุญาติ แต่ต่างกันตรงที่เค้าทำหน้าที่เค้าสมบูรณ์มากแต่ช่องคุณนี่อยากให้ผมตายๆไปเลยมั้ยถึงจะจบ อยากได้อัไรจากผม ด่าเอาสนุกคือความสะใจ ไปดูคลิปแรกที่ผมไลฟ์สด นั่นแหละคือสิ่งที่อดทนมาตลอดตั้งแต่โควิทรอบแรก แล้วคุณจะเข้าใจผม

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักเดอะทรูธได้ตรวจสอบภายในเพจของโกดังชาบู ซึ่งย้อนไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ทาสงเพจได้โพสต์ข้อความเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9  โดยระบุข้อความว่า วันพ่อแห่งชาติ ไม่มีคำบรรยายใดๆ มีแต่ คิดถึงพ่อหลวงรัชกาลที่9 ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไปด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้า กลุ่มพนักงานและผู้บริหาร ร้านโกดังชาบู