เพื่อไทย ขู่ ถ้าไม่อยากให้รุนแรง 3 ข้อเรียกร้อง กลุ่มคณะราษฏร 63 ต้องบรรลุเป้าหมาย

4446

เหมือนอยากเอี่ยว!! เพื่อไทย ขู่ ถ้าไม่อยากให้รุนแรง 3 ข้อเรียกร้อง กลุ่มคณะราษฏร 63 ต้องบรรลุเป้าหมาย!?!

ล่าสุดทางด้านของ นายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว ถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของ กลุ่มคณะราษฏร 63 ว่าต้องสำเร็จ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

หากไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน พลเอกประยุทธ์และลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช จะต้องลาออก ทันที

พลเอกประยุทธ์ และคณะรัฐประหาร คสช คือยอดภูเขาน้ำแข็ง ของระบอบเผด็จการศักดินาโบราณของไทย ที่ถูกส่งเสริมให้เติบใหญ่ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ และถูกใช้ให้ทำการรัฐประหารปล้นอำนาจของประชาชน เมื่อปี 57 เมื่อปล้นอำนาจได้สำเร็จ พวกเขาเหล่าเผด็จการทรราชและลิ่วล้อบริวาร ต่างก็แบ่งหน้าที่กันทำ แบ่งอำนาจ แบ่งตำแหน่ง แบ่งผลประโยชน์ ให้จอมเผด็จการ ให้คณะรัฐประหารและลิ่วล้อบริวาร อย่างลงตัว

พลเอกประยุทธ์ถูกเชิดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนลิ่วล้อบริวาร บางคนเป็นรองนายกรัฐมนตรี บางคนเป็นรัฐมนตรี บางคนเป็น สนช. บางคนเป็น ส ว. บางคนไปเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ บางคนเป็นองค์กรอิสระ บางคนเป็นที่ปรึกษา บางคนเป็นเลขานุการรัฐมนตรี โดยมีอำนาจรวมศูนย์ที่ระบอบเผด็จการ พวกเขาได้ร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายเผด็จการ สร้างและสถาปนาระบอบเผด็จการให้เข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืนเพื่อจะได้ ใช้กดขี่ ข่มเหง ประชาชน แสวงหาผลประโยชน์และรักษาสถานะชนชั้นปกครองให้ยาวนานที่สุด

ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ อำนาจรัฐ ใช้องค์กรอิสระ ใช้กระบวนการยุติธรรมและใช้ข้าราชการระดับสูงที่พร้อมจะรับใช้เหล่าเผด็จการทรราช เพื่อให้ตนเองได้ตำแหน่งใหญ่โตต่อไป โดยไม่สน ใจว่าชาติ บ้านเมืองจะวิบัติ หายนะ ขนาดไหนและประชาชนจะย่อยยับ อับจนอย่างไรพวกเขาได้ร่วมกันทำลายประชาธิปไตย ทำลายอำนาจของประชาชน ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย สร้างความขัดแย้ง สร้างความแตกแยกให้คนไทยด้วยกันตามทฤษฎี แบ่งแยกแล้วปกครอง

พวกเขาสร้างรัฐธรรมนูญ กฎ กติกา ของชาติ บ้านเมืองให้วิปริต ผิดเพี้ยน ล้าหลังไปหลายสิบปี ไม่เป็นสากล ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม เลือกปฎิบัติ ใช้ทหารและหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ปฎิบัติการข้อมูลข่าวสาร จนถึงการทำสงครามจิตวิทยากับประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสืบทอดอำนาจของเผด็จการและระบอบเผด็จการ

พวกเขาได้สร้างความทุกข์ยาก แร้นแค้น ต่อประชาชน สร้างความหายนะและล้าหลังต่อชาติ บ้านเมือง สร้างวิกฤตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง เห็นได้ชัดจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยติดลบ 8.4-10.4 ต่ำสุดในอาเซียน มีการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก จนทำให้คนไทยตกงาน ไม่มีงานทำหลายล้านคน ไม่รวมถึงปัญหาหนี้สินของประชาชนและ หนี้สินสาธารณะที่ท่วมแผ่นดินสูงเป็นประวัติการณ์ และการคว่ำบาตรจากประเทศโลกเสรีส่วนใหญ่ของโลก

ถึงแม้ว่าเหล่าเผด็จการจะพยายามใช้มาตราการทุกวิถีทาง ทุกรูปแบบ สกดคนไทย ให้สยบยอม ก้มหน้ารับชะตากรรม ให้อยู่ใต้อาณัติ ยอมเป็นทาส ไพร่ รับใช้เผด็จการตลอดไป

หากแต่ปัจจุบันนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนส่วนใหญ่ตื่นรู้ ตาสว่าง เห็นความจริงในเชิงประจักษ์ ถึงความเลวร้ายของระบอบเผด็จการ ที่สร้างทุกข์เข็ญต่อคนไทย ต่ออนาคตลูกหลานของคนไทย จึงไม่ยอมก้มหน้ารับใช้ระบอบเผด็จการทรราช ได้ร่วมกันก่อกำเนิดเป็นมวลชนหลายกลุ่ม แทบทุกจังหวัดทั่วประเทศและมารวมกันเป็น คณะราษฏร ที่กำหนดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ตุลานี้ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน และต่อเนื่องไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

1. ให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน

2. ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

3. ให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

ทั้ง 3 ข้อเรียกร้องหลักนี้ คนที่ผูกปมสร้างปัญหาหลักก็คือ พลเอกประยุทธ์และคณะรัฐประหาร คสช. พร้อมกับบรรดาลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช โดยเฉพาะ บรรดา ส ว. กมธ. และองคาพยพของฝ่ายเผด็จการ ที่ยังไม่รู้สำนึก และมีท่าทีแข็งกร้าวต่อประชาชนที่มาชุมนุมอย่าง สงบ สันติ และ ปราศจากอาวุธมาโดยตลอด

เพื่อมิให้ชาติ บ้านเมืองต้องวิบัติมากไปกว่านี้ และเพื่อไม่ให้ชีวิต เลือดเนื้อของประชาชนจะต้องสูญเสีย จนเลือดนองแผ่นดิน เพียงเพื่อรักษาอำนาจ และผลประโยชน์ของพวกท่าน เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 2516 , 6 ตุลา 2519 ,พฤษภา 2535 และ เมษา พฤษภา 2553 รัฐเผด็จการทรราชเป็นผู้ก่ออาชญากรรมต่อประชาชนทั้งสิ้น

ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ คณะ คสช เดิมที่แปลงร่างมาเป็นรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูปในคราบประชาธิปไตยสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งทั้งหมด และองคาพยพของเผด็จการที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลนี้ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไขแล้วคืนอำนาจอธิปไตย คืนสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ภราดรภาพและความยุติธรรมให้แก่ประชาชนทันทีโดยปราศจากเงื่อนไข

หากพวกท่านยังฝืนยื้อ และพยายามอยู่ในอำนาจต่อไปโดยปราศจากความชอบธรรมเช่นที่ผ่านมา เลือดคงจะนองแผ่นดินเป็นแน่แท้ ประวัติศาสตร์จะจารึกพวกท่านและบรรดาลิ่วล้อบริวารว่า พวกท่านคือเหล่าทรราช ที่อนุชนรุ่นหลังสาปแช่งตลอดไป

นคร มาฉิม

อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก

อดีตประธานคณะกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองสภาผู้แทนราษฏร

11 ตุลาคม 2563

หากไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน พลเอกประยุทธ์และลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทรราช จะต้องลาออก ทันที พลเอกประยุทธ์…

Posted by Nakorn Machim on Saturday, October 10, 2020