นับถอยหลังชะตาตระกูลจึง! 2 สัปดาห์ รู้ชัด ปมรุกที่ป่า จะรอดหรือไม่รอด “ปารีณา” ลั่นพร้อมแฉ มีระดับบิ๊กช่วย “ธนาธร”?

1433

สืบเนื่องจากจากกรณีที่กรมป่าไม้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อทวงถามผลการดำเนินการกรณีให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) จำนวน 60 ฉบับ เนื้อที่ 2,154 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวา ในพื้นที่ ต.รางบัว ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากมีหลักฐานว่าเป็นการครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี ผ่านไปปีเศษ ยังไม่ปรากฏความคืบหน้า

ล่าสุดพล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.ปทส. ได้ให้ข้อมูลความหน้ากรณีการเพิกถอน น.ส. 3 ก. ของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ในพื้นที่ ต.ด่านทับตะโก ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจวัดพิกัดของคณะทำงาน ซึ่งในส่วนของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ บก.ปทส. ลงพื้นที่ไปติดตามด้วย เนื่องจากไม่ได้มีหนังสือเชิญ หรือมีคำเชิญจากใคร หากอยากทราบข้อมูลในเชิงลึกต้องลงไปถามกรมที่ดินในพื้นที่ ส่วนจะมีคำสั่งใดเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องรอคำสั่งภายหลังจากการวัดหาพิกัดที่ดินเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 2 สัปดาห์

นอกจากนี้พล.ต.ต.มานะ ระบุว่าหากที่ดินดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวน หรือผิดกฎหมาย ก็ไม่สามารถที่จะไปทำอะไรได้ ทาง บก.ปทส.จะไปตอบแทนเขาไม่ได้ กรมที่ดินจะเป็นผู้ชี้แจง ส่วนเขาจะพูดหรือไม่พูดขึ้นอยู่กับทางเขา แต่หากพื้นที่ดังกล่าวผิดกฎหมาย จะมีกระบวนการต่อตามกฎหมาย

ทั้งนี้ย้อนไปเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2565 มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อคณะทำงานเพื่อจัดทำค่าพิกัดของ น.ส. 3 ก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และนายอำเภอ ร่วมกันลงพื้นที่ยังบริเวณแยกทางลัด รางบัว-เบิกไพรทางหลวงชนบท 4027 ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตัดกับถนน 3087 โดยบรรยากาศตลอดเส้นทางทั้ง 2 ฝั่งเป็นพื้นที่ราบ ไม่พบบ้านเรือนประชาชน พบเพียงฝูงวัวที่อยู่ริมทาง

ทันทีที่ถึงจุดหมายเจ้าหน้าที่ต่างลงรถเพื่อทำการตรวจวัดพิกัด และทางทีมข่าวพยายามสอบถามพูดคุยถึงรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ พบว่าเจ้าหน้าที่ต่างปิดปากเงียบโดยไม่ให้ข้อมูลใด ๆ มีท่าทีที่มีพิรุธ ขณะที่เจ้าหน้าที่บางรายให้ข้อมูลเพียงสั้น ๆ ว่าวันนี้การดำเนินการอยู่ระหว่างการวัดพิกัดจับพื้นที่ขอบป่า ซึ่งคาดว่า ยังไม่ใช่พื้นที่ของ นางสมพร ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจวัดพิกัดนั้นจะต้องดำเนินการต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่ 28 ม.ค.นี้ เพื่อที่จะเตรียมสรุปข้อมูลส่งรายงานให้กับกรมที่ดินดำเนินการต่อไป

ขณะที่ทางด้านดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ด้วย โดยระบุว่า “แหล่งข่าววงในกรมที่ดินของผม แจ้งมาว่า นส3ก. ของสมพร-ชนาพรรณ-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 60 แปลง กรมที่ดินได้ลงเดินสำรวจรังวัดแล้วยืนยันว่า 59 แปลง อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และ 1 แปลง ที่เนื้อที่ครึ่งหนึ่งอยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้นจึงเป็นการบุกรุกป่าถาวร (ประกาศในปี 2512) ออกนส3ก ในปี 2521 และประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติใน ปี 2527 ยังไงก็ผิด บุกรุกป่าสงวนแน่นอน

ขอขอบคุณนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช มหาดไทย ผู้กำกับดูแลกรมที่ดินที่เร่งรัดให้เกิดการลงเดินสำรวจรังวัดและตรวจสอบกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ โดยใช้ RTK ระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS NETWORK) ที่แม่นยำมาก ทำให้การรังวัดสำรวจเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วมาก ไม่กี่วันผลการสำรวจรังวัดจะส่งไปยัง กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน และ กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย และกรมป่าไม้ คงทำเรื่องส่งไปยัง บก.ปทษ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้พิจารณาทบทวนคำสั่งฟ้องในคดีนี้ให้ชัดเจน ถูกต้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ”

อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ ถือว่าสังคมกำลังจับตามองการทำงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าหากพบว่าการครอบครองที่ดินดังกล่าว มีความผิดจริง จะต้องถูกดำเนินคดีและคืนที่ดินหรือไม่ เพราะทางด้านน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ที่เคยเผชิญชะตากรรมเรื่องที่ดินรุกป่าเช่นกัน ก็ได้ออกมาเป็นผู้เปิดประเด็นเอาผิดครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ จนมีความคืบหน้าเป็นระยะ ทั้งนี้เจ้าตัวได้เคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุด้วยว่า วันนี้ (พุธที่ 26) เวลา 20:00 พบกับปารีณา ที่ช่อง Top news ประเด็นธนาธรและครอบครัวบุกรุกเขตป่าไม้ถาวรอย่างไรเส้นใหญ่หรือไม่ขนาดไหนมาชมค่ะ #ปารีณาขอแฉที่ท๊อปนิวส์ เมื่อทำไมปารีณาต้องคืนที่ดิน ต้องโดนคดี แล้ว.. ทำไมธนาธร ไม่ต้องคืนที่ดิน ไม่ต้องโดนคดี ปารีณารู้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐก็รู้ และอาจมีขบวนการให้ความช่วยเหลือธนาธร ให้มันจบที่ปปช.#เหลื่อมล้ำ