กลิ่นสงครามโชย!?รัสเซียฟาดอังกฤษแพร่เฟคนิวส์ เสี้ยมยูเครนรบ ขณะเมกาสั่งทูต-คนมะกันอพยพแล้ว

428

ทางการรัสเซียประณามอังกฤษตีปี๊บเรื่องเท็จ บิดเบือนกล่าวหารัสเซียพยายามล้มรัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันและผลักดันคณะบริหารที่สนับสนุนมอสโกว์ขึ้นปกครองประเทศแทน รวมทั้งยังเผยชื่อนักการเมืองยูเครนหลายคนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยข่าวกรองมอสโก เรียกว่าเปิดหน้าเล่นบทนำ ชงสงครามยูเครนเต็มพิกัดอย่างน่าสังเกตุ ท่ามกลางความไม่พอใจของคนอังกฤษกดดันให้นายกฯบอริส จอห์นสันลาออกมานับสัปดาห์ เพราะเดินสายฉลองคริสต์มาส-ปีใหม่ออกงานปาร์ตีไม่แคร์โควิด ขณะสั่งห้ามประชาชนสารพัด ที่สำคัญปัญหาเศรษฐกิจเพราะเบรกซิททำพิษยังแก้ไม่ตก

สภาพการณ์เช่นนี้สะท้อนว่า สหรัฐและตะวันตกมีความพยายามอย่างมากในการผลักดันให้เกิดสงครามยูเครน-รัสเซียอย่างโจ่งแจ้ง ขณะที่ทางการสหรัฐได้เรียก ครอบครัวนักการทูตให้ออกจากยูเครนและแนะนำให้ชาวอเมริกัน ‘พิจารณาเดินทางออก’ ประเทศโดยใช้เที่ยวบินพาณิชย์ด้วย

เห็นทีว่าจุดวาบไฟยูเครนมีความเปราะบางที่จะเกิดตูมตามมากที่สุดในบรรดาพื้นที่ขัดแย้งที่สหรัฐได้จุดชนวนไว้ ทั้งเมียนมา ไต้หวัน ตะวันออกกลาง

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2565 สนข.RIA, Interfax และ นสพ.Miami Herald รายงานพร้อมกันอ้างแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียที่ออกในวันเดียวกัน เรียกร้องให้ กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรยุติการกระทำยั่วยุบิดเบือนข่าวไร้สาระ หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ม.ค.2565 อ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ กล่าวหารัสเซียว่ากำลังพยายามทำรัฐประหาร จัดตั้งนักการเมืองหุ่นเชิดในยูเครนด้วยการสนับสนุนนักการเมืองยูเครนที่นิยมรัสเซีย 

ทั้งนี้ได้ระบุชื่อนักการเมืองโปรรัสเซียได้แแก่นายเยฟเกนี มูราเยฟ( Yevgeny Murayev) อดีต ส.ส.ยูเครน นายเซอร์ฮีย์ แอร์บูซอฟ( Serhiy Arbuzov) อดีตรอง นายกรัฐมนตรีคนที่ 1 นายแอนเดรีย เคลียฟ (Andriy Klyuev) อดีตรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 นายโวโลดิมีร์ ซิฟโควิช(Volodymyr Sivkovich) อดีตรองเลขาสภาความมั่นคงและนายมิโคลา อะซารอฟ (Mykola Azarov) อดีตนายกรัฐมนตรี 

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่า แถลงการณ์ที่ไร้มูลความจริงของสหราชอาณาจักร ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น ขณะที่โฆษกทำเนียบขาว แถลงหนุนทันทีว่า แผนการของรัสเซียตามแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร  ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า “ข้อมูลบิดเบือนที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ยังเป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่ากลุ่มประเทศสมาชิก NATO กำลังสร้างความตึงเครียดไปทั่วยูเครนและยุโรปเพื่อเป้าหมายบางอย่าง” ทั้งยังเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษยุติกิจกรรมยั่วยุ หยุดเผยแพร่เรื่องไร้สาระ และปลุกแนวคิดสุดโต่งเรียกร้องสงคราม ซึ่งเห็นได้ชัดจากคำปราศรัยล่าสุดของลิซ ทรัซซ์( Liz Truss) รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ 

นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรยังมีแผนจะเพิ่มการกดดันรัสเซีย โดยนายบอริส จอห์นสัน นายกรมว.บอริส จอห์นสัน ยังมีแผนจะหารือกับผู้นำประเทศภาคีนาโตอีก 7 ประเทศในช่วงสัปดาห์นี้ เพื่อหาข้อยุติเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีปูติน ของรัสเซีย

ด้านสหรัฐ สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า สหรัฐฯได้ส่งการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ทางทหารลอตแรกน้ำหนักรวมกว่า 90 ตัน ซึ่งรวมถึงเครื่องกระสุนสำหรับป้องกันในแนวหน้า ถึงประเทศยูเครนแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ม.ค. 2565 ท่ามกลางความตึงเครียดที่การเจรจาในเจนีวาไร้ข้อสรุป

 

สหราชอาณาจักรยังได้มอบขีปนาวุธต่อต้านรถถังให้กับรัฐบาลยูเครน ในขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัฐบอลติกได้ประกาศว่าพวกเขาได้รับการอนุมัติจากสหรัฐฯ ให้จัดซื้อขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศสติงเกอร์ และ จาเวลิน( Stinger and Javelin) ให้กับเมืองเคียฟ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมันโอลาฟ ชอลซ์ (Olaf Scholz) ยืนยันเมื่อวันอังคารว่าประเทศของเขาจะไม่ส่งออกอาวุธร้ายแรงใดๆไปยังเคียฟ 

อาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศถูกส่งไปยังยูเครนภายใต้ข้ออ้างเพื่อขัดขวางการบุกรุกของรัสเซีย  ซึ่งวอชิงตันอ้างว่าอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มอสโกได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากำลังวางแผนที่จะโจมตีเพื่อนบ้าน โดยอธิบายว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความพยายามที่จะกระตุ้นความคุ้มคลั่งสงครามที่มีจุดประสงค์แอบแฝง

ตามรายงานของรัสเซีย ฝ่ายตะวันตกพยายามเพิ่มการยกระดับขัดแย้งในยูเครน เนื่องจากการขนส่งอาวุธ และการขยายกำลังทหารและอาวุธนิวเคลียร์ไปทางตะวันออกอย่างต่อเนื่องของ NATO จะสนับสนุนให้เคียฟฉวยโอกาสแก้ปัญหาขัดแย้งกับดอนบาสด้วยวิธีทางทหาร และจัดการกับสาธารณรัฐอิสระโดเนตสค์และ ลูกาสค์ทางวันออกเฉียงใต้ของยูเครนอย่างที่รัสเซียเรียกว่า ‘สงครามล้างเผ่าพันธุ์’