จัดหนัก!!เปิดหน้าชัดใครพวกใคร จีน-รัสเซีย-อิหร่านผนึกกำลัง ซ้อมรบร่วมทางทะเลพร้อมรับศึก

627

ท่ามกลางสถานการณ์เขม็งเกลียว การเจรจาระหว่างรัสเซีย-สหรัฐ-นาโตเรื่องแก้ไขวิกฤตยูเครนที่ไม่คืบหน้าในทางบวก จีน รัสเซีย และอิหร่านประกาศจะจัดการซ้อมรบร่วมทางทะเล ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่ประธานาธิบดีอิหร่านได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าคณะรัฐสภาดูมาของรัสเซีย เป็นการแสดงเจตจงนงค์แน่วแน่ของการเป็นพันธมิตรของรัสเซียและอิหร่านอย่างเป็นทางการ เมื่อทั้งสองประเทศถูกสหรัฐและตะวันตกกดดัน คว่ำบาตรเศรษฐกิจต่อเนื่อง และประกาศต่อสื่อถึงการร่วมซ้อมรบกับสามพันธมิตรใหญ่ รัสเซีย-จีน-อิหร่านเพื่อต่อต้านการคุกคามของสหรัฐและตะวันตก

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2565สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีแห่งอิหร่าน(Iranian President Ebrahim Raisi) เดินทางถึงมอสโกในวันพุธ เพื่อพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้เข้าเยี่ยมชมมัสยิดอาสนวิหารมอสโกว์ และพบปะเจรจากับคณะอิหม่ามมุสลิมในท้องถิ่น ได้ประกาศว่า กองทัพเรืออิหร่าน, รัสเซีย และจีน จะเริ่มการซ้อมรบทางทะเลร่วมเป็นเวลา 3 วันในมหาสมุทรอินเดียตั้งแต่วันศุกร์นี้ เพื่อเสริมสร้าง “ความมั่นคงร่วมกัน”

พลเรือเอกมุสตาฟา ทาเจ็ดดินี แห่งกองทัพเรืออิหร่านเปิดเผยว่าการฝึกซ้อมทางทะเลครั้งนี้จะมีทหารเรือ 11 หน่วยจากกองทัพอิหร่าน, 3 หน่วยจากกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน, 3 หน่วยจากรัสเซีย และอีก 2 หน่วยจากจีน เข้าร่วม

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

การซ้อมรบครั้งนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ 17,000 ตารางกิโลเมตร ในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ มีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถและความพร้อมรบ, กระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกองทัพเรืออิหร่าน รัสเซีย และจีน, รับประกันความมั่นคงร่วม และต่อต้านการก่อการร้ายทางทะเลร่วมกันอย่างเป็นระบบ

สามประเทศนี้เคยจัดการฝึกในแบบเดียวกันที่อ่าวโอมานและมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายปี 2562 เมื่อครั้งที่มีความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและเพื่อนบ้านอาหรับในภูมิภาคอ่าวที่เป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐ

คำประกาศซ้อมรบครั้งใหม่นี้เกิดในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี เยือนกรุงมอสโกของรัสเซียอย่างเป็นทางการ โดยผู้นำอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านไม่มีข้อจำกัดสำหรับการขยายความสัมพันธ์กับรัสเซีย

การฝึกครั้งนี้ยังเกิดในช่วงยามที่กำลังมีการเจรจากันที่กรุงเวียนนา ด้วยเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2515/2558 ที่อิหร่านทำไว้กับชาติมหาอำนาจ อันรวมถึงรัสเซียและจีน ที่จำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแลกกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตร แต่รัฐบาลสหรัฐในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวเมื่อปี 2561 แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านโดยฝ่ายเดียวโดยไม่นำพาว่าชาติอื่นจะคัดค้านการคว่ำบาตรทั้งๆที่อิหร่านยอมปฏิบัติตามข้อตกลง

ก่อนการเยือนของไรซีฯ สื่อรายงานว่ารัสเซียและอิหร่านกำลังตกลงส่งเสริมความร่วมมือทางเทคนิคทางทหารของทั้งสองประเทศ  ได้ลงนามสัญญามูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการส่งมอบยุทโธปกรณ์ทางทหารของรัสเซียไปยังอิหร่านในปีนี้

ทางด้านจีน ซ่ง จงผิง นักวิจารณ์ทางทหารของกองทัพจีน(Song Zhongping, a Chinese military commentator)กล่าวว่า “การซ้อมรบทางทะเลของทั้งสามฝ่าย จำเป็นต้องส่งเสริมความร่วมมือในพื้นที่ความมั่นคงที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เนื่องจากขณะนี้บางประเทศยังคงก่อปัญหาความมั่นคงในทะเลภูมิภาคต่าง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” 

ซ่งอธิบายว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับจีน รัสเซีย และอิหร่านในการรับรองความปลอดภัยของการขนส่งระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศของรัสเซียส่วนใหญ่ดำเนินการทางเรือ อิหร่านยังพึ่งพาการขนส่งเพื่อการส่งออกน้ำมัน การนำเข้าน้ำมัน ก๊าซ และการค้าต่างประเทศของจีนนั้นขึ้นอยู่กับการขนส่งด้วยเช่นกัน

ความร่วมมือระหว่างจีน รัสเซีย และอิหร่านมีศูนย์กลางอยู่ที่ผลประโยชน์ร่วมกันและความสัมพันธ์แบบวิน-วิน มากกว่าการสร้างพันธมิตรเพื่อการเผชิญหน้า ตัวอย่างเช่น อิหร่านสามารถจัดหาน้ำมันที่จำเป็นมากให้กับจีน และหวังว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจด้วยการขยายการส่งออกพลังงาน สนับสนุนซึ่งกันและกัน

สถานการณ์ล่าสุดขณะนี้ รัสเซียได้เรียกเอกอัครราชทูตของตนออกไปจากยูเครนแล้ว, รัฐบาลแคนาดาและอังกฤษส่งทหารไปช่วยยูเครนเตรียมรับศึก, เยอรมนีแสดงท่าทีเปลี่ยนไปจากสมัยนางแมร์เคิลยังอยู่ กล่าวคือรับใช้อเมริกาเต็มที่ ตั้งท่าจะบล็อคท่อก๊าซ North Stream2 ของรัสเซียด้วยถ้ามีการบุกยูเครน

ส่วนเลขาธิการนาโต้เองก็แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อรัสเซียตามคำสั่งอเมริกา แม้ว่ากองทัพนาโต้ในยามนี้อ่อนแอปวกเปียก โดยเฉพาะกองทัพเยอรมนี น่าจะแย่กว่าฝรั่งเศสและอังกฤษ

แต่รัสเซียหมดความอดทนแล้ว จึงส่งเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ไปเยี่ยมอ่าวอเมริกา พอเห็นเรือดำน้ำรัสเซียติดอาวุธนิวเคลียร์ไปเยี่ยมอ่าวอเมริกา นายแอนโทนี บลิงเกน รมว.กระทรวงการต่างประเทศ รีบตาลีตาเหลือกขอคุยโทรศัพท์กับรมว.ต่างประเทศรัสเซียทันที คงต้องติดตามต่อไปว่า ผลการพูดคุยในวันนี้(ศุกร์ที่ 21 ม.ค.2565) จะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม เวลานี้คนพูดน้อยต่อยหนักอย่างปูติน ได้เดินหน้ารุกคืบทั้งทางเศรษฐกิจ การทูตและการทหารร่วมกับพันธมิตรแล้ว