ธนาธรควงช่อจ้อสภาเยอรมันโจมตีสถาบัน ฟุ้งคนไทยเฉยไม่ได้แล้ว-ต่างชาติก็พูด?

3776

จากที่เพจคณะก้าวหน้า – Progressive Movement  ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปอ้างถึงการอภิปรายในสภาฯของส.ส.ในเยอรมัน ซึ่งเป็นการแชร์คลิปมา แล้วแปลเป็นคำบรรยายใต้ภาพไว้ด้วย

การเมืองไทยกลายเป็นประเด็นร้อนกลางสภาเยอรมัน! เมื่อ ส.ส. ลุกถามรัฐมนตรีต่างประเทศ กลางสภาว่าเหตุใดจึงปล่อยให้กษัตริย์ไทยใช้พระราชอำนาจทางการเมืองในดินแดนเยอรมนี พร้อมกดดันรัฐบาลเยอรมันให้ผลักดันสหภาพยุโรประงับเจรจาการค้ากับรัฐบาลไทยที่ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย งานเข้าขนาดนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีจะตอบอย่างไร ไปติดตามแบบเต็มๆ ในคลิปนี้

ต่อมาเพจคณะก้าวหน้า – Progressive Movement  ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง โดยจะนำเรื่องนี้มาจัดรายการต่อไปว่า ก้าวหน้า Talk : การเมืองท้องถิ่น & การเมืองระหว่างประเทศ อัพเดทสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

กรณีการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อ ฟริธยอฟ ชมิดท์ (Dr. Frithjof Schmidt) ส.ส.จากพรรคกรีน ลุกขึ้นถาม ไฮโค มาส (Heiko Maas) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลางสภา ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้กษัตริย์ไทยใช้พระราชอำนาจทางการเมืองในดินแดนเยอรมนี พร้อมกดดันรัฐบาลเยอรมันให้ผลักดันสหภาพยุโรประงับเจรจาการค้ากับรัฐบาลไทยที่ขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย

ล่าสุดวันนี้(10 ต.ค.63) คณะก้าวหน้า เผยแพร่รูปภาพและคำกล่าวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าว ซึ่งร่วมกันจัดรายการเฟซบุ๊กไลฟ์ประจำสัปดาห์ “ก้าวหน้าทอล์ค” โดยมีการพูดถึงกรณีการอภิปรายในรัฐสภาเยอรมัน เกี่ยวกับสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยที่พำนักอยู่ในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนีบางช่วงระบุว่า

โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กรณีของประเทศไทย ถูกยกขึ้นกล่าวในรัฐสภา ก่อนหน้านี้เคยมีการอภิปรายมาในรัฐสภาของแคว้นบาวาเรีย ตั้งคำถามต่อรัฐบาลบาวาเรีย โดย ส.ส.พรรคกรีน ว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมาตรการไม่ให้เปิดโรงแรมรับนักท่องเที่ยวเป็นกรณีทั่วไป

แต่อนุญาตให้รับเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจสำคัญ โดยมีการทำเรื่องขออนุญาต จึงจะเปิดโรงแรมให้พักได้ แต่เหตุใดโรงแรมที่กษัตริย์ไทยพำนักอยู่นั้น จึงอนุญาตให้พำนักได้ เป็นการเลือกปฏิบัติแตกต่างจากประชาชนปกติหรือไม่

ทั้งๆ ที่เป็นการมาพักผ่อนพระอิริยาบท ไม่ใช่การมาประกอบธุรกิจ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจนักจากรัฐสภาบาวาเรีย จนเรื่องนี้ในที่สุดถูกนำมาอภิปรายในรัฐสภาระดับชาติของประเทศเยอรมนี ที่ ส.ส.พรรคกรีน และกรรมาธิการการต่างประเทศตามเนื้อหาข้างต้น ซึ่งโดยหลักการในทางระหว่างประเทศ

สำหรับประเทศที่มีเอกราชประเทศหนึ่งๆ จะมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนได้เพียงอำนาจเดียว จะมีผู้แสดงตนเป็นอำนาจอธิปไตยมาอยู่ในที่เดียวกันสองหน่วยไม่ได้ สิ่งที่ ส.ส.คนนี้ตั้งคำถาม คือพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในฐานะประมุขของรัฐไทย มีการใช้อำนาจอธิปไตยของประเทศที่เป็นประมุขอยู่ในดินแดนของเยอรมนีได้อย่างไร

ด้านนายธนาธร ระบุว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกิดการถกเถียงกันในรัฐสภาซึ่งเป็นที่ๆ ทรงอำนาจสูงสุดในเยอรมัน มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีการพูดถึงการถอนการเจรจา FTA ในประเทศไทยไม่สามารถเพิกเฉยได้

แต่ต้องพูดกันด้วยเหตุด้วยผลและยอมรับความจริง เพราะมีคนจำนวนมากที่พอพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วรู้สึกว่าถูกคุกคามจิตใจ เราไม่ต้องการพูดเพื่อทำร้ายจิตใจใคร แต่เราต้องการพูดด้วยความหวังดี เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอยู่คู่กับประชาธิปไตย และสังคมไทยได้

“นี่คือข้อความหลักที่ผมอยากจะส่งไปให้กับกลุ่มคนที่รู้สึกไม่สบายใจ กระอักกระอ่วน เมื่อมีคนพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้มันถูกพูดขึ้นแล้ว ไม่ได้ถูกพูดขึ้นในประเทศไทยด้วย แต่มันถูกพูดขึ้นในการอภิปรายในรัฐสภาของเยอรมัน คงจะเพิกเฉยต่อมันไม่ได้ อยากขอร้องให้ทุกฝักทุกฝ่ายพูดด้วยความเข้าใจกัน พูดกันด้วยเหตุผล พูดกันด้วยข้อเท็จจริง เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทุกฝักทุกฝ่าย แต่จะเพิกเฉย ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น ทำเหมือนเรื่องนี้ไม่มีจริงต่อไปก็คงจะไม่ได้แล้ว” นายธนาธร กล่าว

ที่มา : เฟซบุ๊ก คณะก้าวหน้า – Progressive Movement