ก้าวไกลเงิบ! ค่ายทหารไม่อนุญาตให้เข้าหาเสียงหลักสี่! ย้อนไปสงขลา ปราศรัยปฏิรูปกองทัพ-ชูสามนิ้วในค่าย!

550

ก้าวไกลเงิบ! ค่ายทหารไม่อนุญาตให้เข้าหาเสียงหลักสี่! ย้อนไปสงขลา ปราศรัยปฏิรูปกองทัพ-ชูสามนิ้วในค่าย!

จากกรณีที่เมื่อวาน (18 มกราคม 2565) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และ ส.ก.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เดินทางไปพบปะประชาชนที่ ตลาดปากซอยวิภาวดี 64 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอเสียงสนับสนุน เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เบอร์ 6 พรรคก้าวไกล เข้าสภา ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 30 มกราคม 2565

พิธา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ในสัปดาห์นี้สภาเปิดเสียที เพราะทางพรรคก้าวไกลได้เตรียมเสนอญัตติสภาด่วน เกี่ยวกับสินค้าราคาแพง ซึ่งนอกจากมาช่วยผู้สมัครหาเสียงแล้ว จึงเป็นการมาเก็บข้อมูลด้วย ว่าจะมีเรื่องใดนำเสนอต่อรัฐบาลผ่านกลไกรัฐสภา

“การแก้ปัญหาราคาสินค้าแพงของรัฐบาลล่าช้ามาก และที่ผ่านมายังแทบไม่มีสัญญาณอะไรที่บอกว่าเงินเฟ้อจะทำให้สินค้าแพงขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากงบประมาณที่ควรเปลี่ยนงบประมาณกองทัพให้เป็นงบประมาณเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ประเทศไทยถึงจะรอด สังเกตว่า การลงพื้นที่หาเสียงของรัฐมนตรีในช่วงที่เกิดปัญหาของแพง น่าเสียดายว่า แทนที่รัฐบาลจะใช้ช่วงเวลานั้นพูดถึงนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ กลับใช้เวลาไปในการโจมตีกันเองและอยากฝากไปยังรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวง คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,กระทรวงพาณิชย์ ว่าอย่าละเลยประชาชนในช่วงที่กำลังลำบาก

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

การลงเลือกตั้งเป็นการขอความไว้วางใจและตอบสนองความต้องการของประชาชน คงไม่ใช่ช่วงที่ต้องการจะได้ผู้แทนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ต่อคำถามที่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดชุมพรและสงขลา มีผลต่อการเลือกตั้งซ่อมในกรุงเทพที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ ต้องเข้าใจว่าการเลือกตั้งซ่อมแต่ละครั้ง บริบทพื้นที่แตกต่างกัน ไม่สามารถเปรียบเทียบจากพื้นที่อื่นได้ พรรคก้าวไกล ทำงานเป็นทีม มีสัดส่วนคนรุ่นเก่าและใหม่แบบลงตัว ไม่ย่อท้อ แต่กลับมีกำลังใจเพิ่มขึ้น พรรคก้าวไกลพร้อมสู้ต่อในเขตหลักสี่ เพื่อผลักดันให้ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ เข้าสภาให้ได้

“จากการพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนชนหลักสี่และจตุจักรบ่อยขึ้น เราได้ยินเสียงสะท้อนว่าเบื่อหน่ายรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะพยายามแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พร้อมนำเสนอนโยบายให้รัฐบาลนำไปแก้ปัญหาควบคู่กัน”

พิธา กล่าวอีกว่า พรรคก้าวไกลยังเตรียมนำปัญหาไปหารือในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อยื่นเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 คาดว่าจะยื่นได้ช่วงสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม. ของพรรคก้าวไกลว่า บุคคลดังกล่าวสามารถสู้กับนายชัชาติ สิทธิพันธุ์ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ได้อย่างแน่นอน

สำหรับการเลือกตั้งซ่อมขณะนี้ คงต้องบอกว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เราจะต้องทำงานหนักขึ้น ละเอียดขึ้น และจะมีการจัดปราศรัยใหญ่ของพรรคก้าวไกล ในวันเสาร์ที่ 22 ม.ค. นี้ ที่ลานเสนานิคม 2 พวกเราจะขอเข้าไปอยู่ในใจของประชาชนมากที่สุดในระยะเวลาที่เหลืออยู่

ขณะที่ กรุณพล กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ยื่นหนังสือขออนุญาตกองทัพบก เข้าไปหาเสียง ว่า ได้รับการตอบกลับมาว่า มีพรรคก้าวไกลเพียงพรรคเดียวที่ขอเข้าไปหาเสียง ยังไม่มีพรรคอื่นขอเข้ามา เพราะฉะนั้นจึงยังไม่อนุญาต และระบุว่าเป็นการได้เปรียบพรรคอื่น ซึ่งตนมองว่า การเปิดพื้นที่สาธารณะ พรรคใดจะเข้าไปหาเสียงเป็นสิทธิทางประชาธิปไตย ไม่ใช่ความได้เปรียบเสียเปรียบ หากพรรคใดมองว่าเสียเปรียบก็ยื่นขอเข้าไปได้เหมือนกัน ไม่ใช่การรอให้พร้อมกันเพราะกองทัพไม่ได้มีหน้าที่จัดวงดีเบต แต่ถ้าจะจัดให้เราก็พร้อม

“ถ้ารอให้ทุกพรรคขอเข้าไปหาเสียงจนถึงวันเลือกตั้ง ก็คงไม่ได้เข้าไป พรรคก้าวไกล มีนโยบายปฏิรูปกองทัพที่ชัดเจน คงไม่ต้องรอพรรคอื่นพร้อม กองทัพเองก็ไม่ควรตัดโอกาสในการให้บุคลากรของท่านได้ฟังนโยบายของเรา เราต้องการกองทัพทันสมัย มีทหารอาชีพ เราเสนอเพิ่มสวัสดิการทหาร ลดจำนวนนายพลลง และยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร กองทัพควรมีหน้าที่สนับสนุนประชาธิปไตยตามบัญชานายกฯ ไม่ใช่ปิดประตูประชาธิปไตยด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นแบบนี้” กรุณพล กล่าว

อย่างไรก็ตาม ย้อนไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2564 พรรคก้าวไกล ได้ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีเนื้อหาบางส่วนของนายธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครฯ สงขลา เขต 6 โดยพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย รวมถึงเรื่องการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นรับโดยสมัครใจ ซึ่งเรื่องนี้มั่นคงชัดเจนตามที่หัวพรรคได้นำเสนอไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากพูดคือเรื่องสิ่งแวดล้อม หากวันนึงได้มีโอกาสเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชน ผมก็พร้อมที่จะใช้ความรู้ความสามารถที่มีเข้าไปพัฒนา จ.สงขลา เพราะจากการที่อยู่เบื้องหลังการอภิปรายในสภาของคุณพิธามาตลอดระยะเวลา 3 ปี บวกกับการเป็นคนที่เกิดที่นี่เติบโตมาที่นี่ทำให้ผมรู้ดีว่าจะต้องผลักดันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เขต 6 สงขลา อย่างไรบ้าง

ซึ่งต่อมาทางด้าน นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีตหัวหน้าข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า เจี๊ยบชูสามนิ้วระหว่างหาเสียงในเขตทหารที่อ.คลองหอยโข่ง จว.สงขลา สะท้อนบอกวุฒิภาวะที่มีน้อยนิด กองทัพภาคสี่อนุญาตให้ทุกพรรคการเมืองเข้าหาเสียงในเขตทหารได้ ตามนโยบายของกองทัพบก โดยพรรคก้าวไกลได้ทำหนังสือถึงพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคสี่ เข้าหาเสียงในกองพลพัฒนาที่สี่ อ.คลองหอยโข่ง ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 6

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ลงมาหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรค นายธิวัชร์ คำแก้ว ช่วงเช้านี้ ทางพรรคได้ขอบคุณแม่ทัพภาคสี่ที่เปิดพื้นที่ให้เข้ามาหาเสียงได้ ขณะที่เจี๊ยบ อมรรัตน์ ได้ชูสามนิ้วระหว่างการร่วมปราศรัยหาเสียงในค่ายทหาร สร้างความไม่สะบายใจต่อนายทหารกองทัพภาคสี่ ที่เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควรกระทำ
“ควรมีวุฒิภาวะพิจารณาได้อะไรควรหรือไม่ควรกระทำ เมื่อขออนุญาตเข้ามาหาเสียงในเขตทหาร ควรต้องมีความระมัดระวังและเคารพเจ้าของสถานที่”
ทั้งนี้ ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยบอกว่า ไม่ควรมีมารยาท​กับคนแบบนี้​ หน่วยทหารก็ไม่ควรจัดกำลังพลมานั่งฟังนักการเมืองแบบนี้นะครับ ซึ่งทางนายเสริมสุข ก็ตอบกลับว่า ฟังมาว่าผบ.พลพัฒนาที่สี่ จัดเวทีให้ทุกพรรคการเมืองในเขตหกมาหาเสียง แต่พรรคอื่นไม่พร้อมมา ก้าวไกลอยู่ในพื้นที่หาเสียงอยู่แล้ว หน.พรรคก็ลงมาในพื้นที่ เขตหก กองทัพจัดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ตามนโยบายมท.4 แต่พรรคการเมืองที่ไปร่วมงานกลับแยกแยะไม่ได้อะไรสมควรไม่สมควรกระทำในพื้นที่ทหาร