ทันทีที่เอียงเข้าหาจีน-รัสเซีย??โดรนโจมตีอาบูดาบี-ยูเออี อ้างกลุ่มกบฏฮูตี สหรัฐประกาศช่วยลงโทษ

798

สถานการณ์ดุเดือดเกิดขึ้นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ ยูเออีล่าสุด โดยอ้างกลุ่มนักรบฮูตีพันธมิตรอิหร่านเป็นผู้ส่งโดรนขีปนาวุธโจมตีอาบูดาบี เสียชีวิต3ศพ ยูเออีกร้าวจะเอาคืนแน่ ด้านสหรัฐฯโทรฯหาจะเร่งลงโทษอย่างเฉียบขาด นี่อาจเป็นสัญญาณตอบคำถามที่ว่า สหรัฐฯจะถอนตัวออกจากตะวันออกกลางหรือไม่??

วันที่ 18 ม.ค.2565 สำนักข่าวรอยเตอร์และอัลจาซิรา รายงาน กลุ่มกบฏฮูตี พันธมิตรของอิหร่านในเยเมน อ้างเป็นผู้ลงมือโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออี  ปฏิบัติการใช้ขีปนาวุธและโดรนถล่มเป้าหมาย ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันหลายคันระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหว คร่าชีวิต 3 รายและก่อให้เกิดไฟลุกไหม้ใกล้กับสนามบินอาบูดาบี เมืองหลวงทางการค้าและศูนย์กลางการท่องเที่่ยวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สำนักงานตำรวจกรุงอาบูดาบีรายงานการเกิดเหตุระเบิด กับรถบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 3 คัน ในเขตอุตสาหกรรม มุสซาฟฟาห์ และในเวลาไล่เลี่ยกัน เกิดเพลิงไหม้ไซด์งานก่อสร้าง ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติอาบูดาบีด้วย ทั้งนี้สื่อมวลชนแห่งรัฐรายงานว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้น เป็นชาวอินเดีย 2 คนและปากีสถาน 1 คน

เหตุเกิดขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างกลุ่มฮูตีและพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียยกระดับสู่ความตึงเครียดมากขึ้น และอาจบั่นทอนความพยายามสกัดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ที่วอชิงตันและตะวันตกกำลังเจรจา รื้อฟื้นข้อตกลงปลดนิวเคลียร์กับอิหร่าน ซึ่งมีทีท่าจะไม่ค่อยราบรื่นนัก

กระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า “ยูเออีของประณามการโจมตีก่อการร้ายของนักรบฮูตีในพื้นที่ต่างๆ และแหล่งที่ตั้งของพลเรือนในดินแดนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มันจะไม่ถูกปล่อยผ่านไปโดยไม่มีการลงโทษและยูเออีขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิในการตอบโต้เหตุโจมตีก่อการร้ายและการขยายขอบเขตก่ออาชญากรรมในครั้งนี้”

ทอร์บจอร์น โซลท์เวด์ท นักวิเคราะห์จากบริษัทข่าวกรองความเสี่ยงเวอร์ริสค์ เมเปิลครอฟท์(Verisk Maplecroft) กล่าวว่า”ด้วยการเจรจานิวเคลียร์ใกล้หมดเวลาแล้ว สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคจึงมีความเสี่ยงเสื่อมทรามลงมากขึ้นเรื่อยๆ” 

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อโทรศัพท์สายตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประณามเหตุโจมตี และทาง เจค ซุลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทำเนียบขาว ยืนยันว่าวอชิงตันจะดำเนินการหาทางให้พวกกบฏฮูตีรับผิดชอบต่อการกระทำในครั้งนี้

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ประณามเหตุโจมตีเล่นงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเรียกร้องทุกฝ่ายอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส ระบุว่าเหตุโจมตีคุกคามเสถียรภาพของภูมิภาค

ยังไม่มีความคิดเห็นมาจากเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาซาอุดิอาระเบียและอาบูดาบี เคลื่อนไหวประสานงานโดยตรงกับอิหร่าน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งอาจกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในสัญญาณบวกที่กลุ่มประเทศอาหรับปรับท่าทีต่ออิหร่านในทางบวกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

อับดุลคาเลค อับดุลลา นักวิเคราะห์การเมืองชาวยูเออี มองว่าการโจมตีของกบฏฮูตี อาจกัดเซาะความพยายามของยูเออีและบรรดาชาติอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียในการพูดคุยเจรจากับอิหร่าน เพราะยูเออีคงไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเล็กน้อยแน่ๆ

การโจมตีครั้งนี้ประจวบเหมาะพอดีกับการเดินทางเยือนยูเออีของประธานาธิบดีมูน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ซึ่งทำเนียบประธานาธิบดีโสมขาวเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า กำหนดการที่ มูน จะเข้าเฝ้าฯ และประชุมร่วมกับมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบีได้ถูกยกเลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบเป็นลบต่ออิหร่านอย่างชัดเจน และลูกศรของสื่อตะวันตก จะชี้ไปที่อิหร่านว่าเป็นต้นเหตุอยู่เบื้องหลัง  สอดคล้องกับการให้ภาพของนักรบฮูติที่ต่อสู้กับกลุ่มอาหรับที่เป็นพันธมิตรสหรัฐว่าเป็นกบฏก่อการร้าย ได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน ไปสนับสนุนการข่มขู่ของอิสราเอลและสหรัฐต่ออิหร่านที่ประกาศจะลงโทษ ถล่มคลังนิวเคลียร์อิหร่าน ถ้าไม่ยอมทำตามคำเรียกร้องของตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้

สหรัฐเอมิเรตส์ หรือ ยูเออีเป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ริมอ่าวเปอร์เซีย ประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนครหรือเอมิเรตส์ (emirates) 7 รัฐ ได้แก่ อาบูดาบี อัจมาน ดูไบ ฟูไจราห์ ราสอัลไคมาห์ ชาร์จาห์ และอุมม์อัลไกไวน์เป็นประเทศร่ำรวยและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน เมื่อเร็วๆนี้ได้ประกาศร่วมมือกับจีน พัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และเริ่มสานสัมพันธ์กับรัสเซียและจีนทางการทหารเพิ่มมากขึ้น