กองเชียร์เพียบ!!บรูไน-อินโดฯ-สิงคโปร์หนุนฮุนเซน เดินหน้าฉันทามติอาเซียน สยบรุนแรงในเมียนมา

158

ท่ามกลางแรงกดดันของสหรัฐฯและตะวันตก ที่พยายามเร่งบีบเมียนมาให้จนแต้ม เพื่อยกระดับให้การเปลี่ยนแปลงในเมียนมาเป็นไปตามวาระวอชิงตันผ่านกลุ่มอาเซียน พอดีปีนี้ประธานอาเซียน เป็นสมเด็จมหาเดโช ฮุนเซนแห่งกัมพูชา ที่ถูกสหรัฐไล่บี้ไม่ต่างกันเนื่องจากสนิทชิดเชื้อกับจีนอย่างเปิดเผย การใช้อาเซียนกดดันมิน อ่อง หล่ายจึงไม่เป็นไปตามแผน ล่าสุดที่ฮุนเซนไปเยือนเมียนมา เสียงส่วนใหญ่ประเทศอาเซียนต่างให้กำลังใจให้กัมพูชาบรรลุเป้าประสงค์ ทั้งไทย สปป.ลาว เวียดนาม สิงคโปร์และอินโดนีเซีย มีมาเลเซียที่ออกหน้าตำหนิภารกิจนี้ของฮุนเซน

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2565 นสพ.The Phnom Penh Post รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของนายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่กล่าวถึงการหารือทางโทรศัพท์กับนายวิเวียน บาลากริชนัน รมว.กระทรวงการต่างประเทศ สิงคโปร์ กรณีเมียนมา เมื่อ 13 ม.ค.65 ว่า กัมพูชาขอบคุณที่สิงคโปร์สนับสนุนความพยายามของกัมพูชาในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อดำเนินการตาม ฉันทามติ 5 ประการของอาเซียนอย่างเต็มกำลังและทันกาล โดยจะสนับสนุนและช่วยเหลือในทุกวิถีทางที่ทำได้เพื่อให้ เมียนมาคืนสู่ภาวะปกติในเร็ววัน 

เช่นเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง แห่งสิงคโปร์ กล่าวสนับสนุนกัมพูชาในความพยายามที่จะหาทางแก้ไขวิกฤตพม่าที่กำลังดำเนินอยู่ในฐานะประธานอาเซียนระหว่างการพบปะกับนายก รัฐมนตรีฮุน เซน ผ่านการประชุมทางวิดีโอเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุม ฮุนเซนได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับการเยือนเมียนมาร์ในวันที่ 7-8 มกราคม โดยย้ำว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิธียุติความรุนแรงและบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และเพื่ออำนวยความสะดวกในการแจกจ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่าประเด็นที่โดดเด่นเกี่ยวกับเมียนมาร์ควรปล่อยให้รัฐมนตรีอาเซียนและผู้แทนพิเศษอาเซียนด้านเมียนมาจัดการแก้ไข

ก่อนหน้านี้ปธน.วิโดโด แห่งอินโดนีเซียได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายกรมว.ฮุนเซน พร้อมให้การสนับสนุนเดินหน้าคลี่คลายปัญหาเมียนมาก่อนเดินทางไปเนปิดอว์

ขณะเดียวกัน ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน อับดุลเลาะห์ รมว.กต.มาเลเซีย วิพากษ์วิจารณ์การพบผู้นำเมียนมาของนายฮุน เซน นรม.กัมพูชา เมื่อ 7-8 ม.ค.65 ว่าควรหารือกับสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น ๆ ก่อนดำเนินการในเรื่องสำคัญ เพราะการเยือนดังกล่าวอาจส่งผลเป็นการยอมรับการปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมา ด้านโฆษก กต.กัมพูชาแถลงตอบโต้ในวันเดียวกันว่า กัมพูชาได้ชี้แจงจุดยืนในการเยือนเมียนมาแล้ว การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

การเยือนเมียนมาของ‘ฮุนเซน’ ท้าทายสหรัฐอเมริกาอย่างไม่หวาดเกรง

เพราะเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริงถึงได้พูดก่อนออกเดินทางว่า “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องยุติความรุนแรง” คำพูดของเขาตรงกันข้ามกับตะวันตกที่กล่าวหาว่ารัฐบาลทหารเมียนมาใช้ความรุนแรงแต่ฝ่ายเดียว

สาเหตุของความเลวร้ายในเมียนมาเป็นเพราะตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงชูปัญหาด้านเดียว คือชี้แต่มุมการยึดอำนาจจากรัฐบาลเลือกตั้งว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน สหรัฐและประเทศตะวันตกตั้งใจทำเป็นไม่สนใจว่าบริบทของสังคมเมียนมาและอาเซียนเป็นอย่างไร

ไม่สนใจว่าการเลือกตั้งในเมียนมาโกงกันอย่างมโหฬารหรือไม่? ไม่สนใจว่าผู้นำคอร์รัปชั่นดังที่ถูกดำเนินคดีหรือไม่? สหรัฐไม่สนใจข้อกล่าวหาว่านางออง ซาน ซู จี ขายความลับทางราชการให้ต่างชาติตามข้อกล่าวหาหรือไม่? แต่กลับชูที่ปลายเหตุคือการยึดอำนาจอย่างเดียว เพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา อเมริกาคาบคัมภีร์เสรีประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออก และโฆษณาแต่เรื่องสิทธิมนุษยชนจอมปลอม ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเหตุผลเข้าครอบงำอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ต้องจับตาต่อไปว่า บทบาทของฮุนเซนในฐานะประธานอาเซียน จะนำพาอาเซียนฝ่ากระแสการแทรกแซงจากสหรัฐและตะวันตก และการเสี้ยมให้เกิดความแตกแยกไปได้หรือไม่ คงต้องเอาใจช่วย ให้การทูตแบบคลาสสิคที่เน้นวิน-วิน ประสานประโยชน์บรรลุเป้าหมาย กระชับอาเซียนให้เป็นปึกแผ่นอย่างแท้จริงสวนความหวังดีประสงค์ร้ายของอำนาจภายนอกอย่างถึงที่สุด!