จับตาเลือกตั้งซ่อมชุมพร! วัดพลังบารมี “ลูกหมี-ธรรมนัส” ใครจะอยู่ใครจะไป? แต่ประชาธิปัตย์เละแน่!

699

จับตาเลือกตั้งซ่อมชุมพร! วัดพลังบารมี “ลูกหมี-ธรรมนัส” ใครจะอยู่ใครจะไป? แต่ประชาธิปัตย์เละแน่!

จากกรณีที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมชุมพรเขต 1 มีผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม 5 คน เบอร์ 1 อิสรพงษ์ มากอำไพ อายุ 33 ปี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่นี่ไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญคือ เป็นหลานภรรยาของชุมพล จุลใส การศึกษาไม่ธรรมดา จบปริญญาโทจากอังกฤษ ฐานะทางการเมืองก็เคยเป็นเลขานุการของนายนพพร อุสิทธิ์ นายกอบจ.ชุมพร ซึ่งนพพร ก็เป็นพี่เขยลูกหมี หมายเลข 2 ส.ส.เต้ มงคลกิตติ์ ส่ง ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ หรือหมวดสมชาย ข้าราชการบำนาญอายุ 65 ปี พรรคไทยศรีวิไลย์ หมายเลข 3 สังกัดพรรคก้าวไกล เป็นไรเดอร์คนก็ไปด้อยค่าว่าจบมัธยม แต่ความจริงไม่ใช่ เขากำลังเป็นนักศึกษาราม ก็ต้องเป็นคนที่สู้ชีวิต ตอนนี้อายุ 25 มีความคิดที่เอียงไปทางก้าวไกล ก็รู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอย่างไร สาระสำคัญชีวิตก็เป็นนักกิจกรรม เป็นเลขาธิการเครือข่ายปกป้องสิทธิเสรีภาพนักเรียนนักศึกษา ถือว่าไม่ธรรมดา

หมายเลข 4 คู่ปรับตัวฉกาจและเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของเบอร์หนึ่งนั่นก็คือทนายแดง หรือชวลิต อาจหาญ เนติบัณฑิตไทยวัย 64 ปี ก็หมายความว่าเป็นทั้งสจ.มาแล้วและครั้งที่แล้ว 1 ก็สมัครส.ส.ชุมพรเขต 1 สังกัดพลังประชารัฐ มาเป็นที่ 2 แพ้ลูกหมีไป หมายเลข 5 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือผู้กำกับหนุ่ย เคยเป็นตำรวจติดตามของคุณกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งวันนี้เป็นหัวหน้าพรรคกล้า ก็เลือกผู้กำกับหนุ่ย เนื่องจากเป็นคนชุมพรโดยกำเนิด

ถือเป็นการเปิดตัวพรรค ว่ากันให้ชัดเจนว่า พรรคอื่นก็เป็นตัวประกอบ ก็ต้องสู้กัน 2 พรรคก็คือพรรคประชาธิปัตย์ เลขาต้าช หรือพลังประชารัฐ ทนายแดง ต้องไล่เรียงได้เห็นที่มาที่ไปว่า เบอร์ 1 แน่นอนว่า ทุกคนรู้กันว่าจะได้หรือไม่ได้ อยู่ที่บารมีของลูกหมี หรือชุมพล จุลใส

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ชุลพล จุลใส เพิ่งเป็นส.ส. 3 สมัย เริ่มเป็นส.ส.ครั้งแรกในปี 2550 คุณสุเทพ เทือกสุบรรณไปเอาตัวมาลงสมัครรับเลือกตั้งในการต่อสู้กับระบอบทักษิณเมื่อปี 2556-57 ชุมพลก็สร้างชื่อให้เห็นว่าเป็นคนใจกล้าใจถึง ถือเป็นกำลังสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้ระบอบทักษิณอ่อนแรงลงและวันนี้ก็ได้รับผลกระทบที่ต้องถือว่า จะเจ็บปวดเจ็บช้ำก็ว่ากันไป แต่นักสู้ไม่มีการร้อง ดังนั้น ผลการเลือกตั้งในวันที่ 16 มกราคมนี้ มันไม่ใช่เป็นเรื่องการแพ้ชนะระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชารัฐ จริงๆมันเป็นเรื่องการวัดบารมีพลังของลูกหมีกับธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ลูกหมีเพิ่งเป็นส.ส. 3 สมัย เป็นส.ส.สมัยแรกปีพ.ศ 2550 แล้วก็มา ปี2554 และปี 2562 ซึ่งแสดงบารมีของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นั่นก็คือ แบ่งเอาพี่ชาย สุพล จุลใส ไปลงพรรคคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นการจัดสรร เรียกว่าความสัมพันธ์กันทำให้ประชาธิปัตย์เสียที่นั่งไป 1 ที่นั่ง เขต 1 ได้ลูกหมีชุมพล จุลใส เขต 2 ได้สราวุธ อ่อนละมัย เรามาดูกันว่า รอบนี้ลูกหมีหลุดแล้ว ส่งเลขาต้าชลงไป

ย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้ ทำไมต้องบอกว่าเป็นการวัดบารมีระหว่างลูกหมีและธรรมนัส เพราะมีภาพปรากฏ ตอนพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางลงไปที่จังหวัดชุมพร จะเห็นได้ว่าลูกหมีก็มาต้อนรับ ลูกช้างออกมาต้อนรับ เครือข่ายนายกอบจ. เครือข่ายท้องถิ่น มาแสดงพลังให้พลเอกประวิตรเห็น เพราะว่ารู้กันอยู่ว่า ได้มีการเจรจากันแล้วว่า ลูกหมีจะย้ายไปอยู่พลังประชารัฐในการเลือกตั้งสมัยหน้าเรียกว่า ไปกันทั้งตระกูล แต่มันแรงสะดุดตรงที่ว่า คนที่ประสานงานและติดต่อลูกหมี กลับกลายเป็นสุชาติ ชมกลิ่นและคนที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายของธรรมนัส

นี่คือเป็นประเด็นปัญหา ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายธรรมนัส ถ้าถามว่าลูกหมีเข้ามา ภาคใต้ซึ่งธรรมนัสคุมยากอยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ ซึ่งรายงานให้เห็นได้เลยว่า มันเกิดปรากฏการณ์ขึ้นก็คือเกิดการประชุมที่จะลงมติของกรรมการบริหารพลังประชารัฐว่า จะส่งเลือกตั้งที่เขตใดบ้าง ในการเลือกตั้งซ่อม ปรากฎว่ามติเป็นเอกฉันท์ ส่งเขต 6 สงขลา แต่สำหรับเขต 1 ชุมพรลงมติส่ง 17 ไม่ส่ง3 ซึ่งการลงมติครั้งนั้นเป็นการลงมติลับ ลับแบบไม่ให้เขียนชื่อด้วย คนผลักดันแน่นอนว่า มาจากเลขาธิการพรรค ซึ่งถือว่าธรรมนัส เป็นคนที่คุมคณะกรรมการบริหารส่วนใหญ่ไว้ได้ เพราะคัดเลือกมากับมือ พอมติออกมาแบบนี้ คนที่หน้าแหกหน้าแตกก็คือ พลเอกประวิตร ซึ่งได้ไปเจรจากับลูกหมีไปแล้วลงพื้นที่เข้ามาต้อนรับกันใหญ่โต ก็ให้เก็บมตินี้ไว้ก่อน ไม่ให้มีการแถลง แล้วมาประชุมคณะกรรมการบริหารกันอีกครั้งในวันที่ 21 ธันวาคม

ปรากฏว่า รอบนี้ไม่ส่งลงชุมพรเขต 1 แถลงอย่างเป็นทางการ และถัดไปอีก 2 วัน วันที่ 23 กรรมการบริหารพลังประชารัฐประชุมใหม่ พลิกมติว่า ยังไงก็ต้องส่งเขต1 ทนายแดง ลงให้ได้ พลเอกประวิตรจะหน้าแตกหน้าแหกขนาดไหนไม่รู้ แต่สายข่าวยืนยันว่า มีการล่ารายชื่อส.ส. ยื่นให้พลเอกประวิตร บอกว่า ไม่ส่ง ไม่ได้ เสียหาย แต่ตัวแปรที่สำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจส่งทนายแดงลง ก็มาจากการที่ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาสนับสนุนทนายแดง ทั้งๆที่ลูกชายยังอยู่พรรคประชาธิปัตย์ สราวุธยังเป็นส.ส.เขต 2 เหตุผลก็เพราะในชุมพรมันเป็นการวัดบารมีและก็ต่อสู้กันระหว่างลูกหมีและศิริศักดิ์มาโดยตลอด

นับตั้งแต่ลูกหมีผงาดขึ้นมาเป็นส.ส.เมื่อปีพ.ศ 2550 ตอนเลือกตั้งปีพ. ศ. 2550 เลือกตั้งแบบพวงใหญ่ ลูกหมีมาสมัยแรกคะแนนเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากคุณบรรหาร ตอนนั้นเขาเลือกเป็นพวงใหญ่ แล้วทำไมลูกหมี ถึงสามารถมาลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ก็มาแทนคุณสุโรจน์ พะลัง ส่วนคุณศิริศักดิ์ ซึ่งเป็นส.ส.ชุมพรมาถึง 6 สมัย ทำไมต้องวางมือ ก็มาจากเรื่องวุฒิการศึกษาที่มาเขียนขีดคั้นเอาไว้ ศิริศักดิ์ ก็เลยส่งสราวุธลงมาแทน ตัวเองก็เบนเข็มไปลงนายกอบจ. ปรากฎว่า ตอนมาลงนายกอบจ. 3 ครั้ง แพ้ ปี 2551 แพ้อำนวย บัวเขียว ซึ่งครั้งนั้น ลูกหมีจับมือกับ สุวโรจน์ พะลัง สนับสนุน

ปี 2555 ศิริศักดิ์ก็แพ้ลูกช้าง สุพล จุลใส ซึ่งตอนนี้เป็นส.ส.พรรคลุงกำนัน ทิ้งนายกอบต.มา สมัครนายกอบจ.โดยบารมีลูกหมี ก็เรียบร้อย มาปี 2563 ศิริศักดิ์ก็แพ้นพพร อุสิทธิ์ สามีของสุจิตรา ซึ่งเป็นน้องของลูกช้าง เรียกว่าแพ้ยับเยิน ใครเป็นศิริศักดิ์ก็ต้องเจ็บใจ เพราะย้อนกลับไปดูลูกหมีก็เติบโตมาในการเป็นสจ.ปี 2546 เป็นตำแหน่งประธานสภา แล้วก็ลงส.ส. แต่หลังจากที่ลงส.ส.แล้ว ต้องเรียกว่าบารมีเบ่งบาน ผู้คนชื่นชมรักใคร่เพราะเป็นคนง่ายๆเข้าถึงง่าย นี่คือลักษณะของลูกหมี ดังนั้น ที่บอกว่าครั้งนี้ เป็นการวัดบารมีลูกหมีกับธรรมนัส โดยมีศิริศักดิ์ เป็นคนออกมายืนซัดข้างหน้า เพราะถ้าครั้งต่อไป ลูกหมี ย้ายไปสังกัดพลังประชารัฐ แน่นอนลูกหมีไม่มีทางที่จะไปสังกัดกับธรรมนัส แล้วจะทำให้สถานการณ์ส.ส.ในภาคใต้เบี่ยงเบนไปแน่ เพราะว่าลูกหมีก็ไม่ต้องพะวงกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไม่ต้องส่งสู้ทั้ง 3 เขต

และการส่งสู้ทั้ง 3 เขต แน่นอนต้องไปกระทบกับสราวุธ ลูกชายของศิริศักดิ์ ซึ่งไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะแต่โดยบารมีที่ลูกหมีเดินจนเต็มทั้งจังหวัดชุมพร ใครเป็นศิริศักดิ์ก็ต้องเรียกว่าต้องคิดหนัก ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ศิริศักดิ์ทิ้งประชาธิปัตย์ เรียกว่าทิ้งลุงชวนมาจับมือกับพลังประชารัฐ เพราะถ้าลูกหมีไปพลังประชารัฐ ตัวเองก็เสร็จ ดังนั้น เมื่อจับมือกับพลังประชารัฐแล้ว มันก็ปิดทางที่ลูกหมีจะไปพลังประชารัฐ ส่วนจะอยู่ประชาธิปัตย์ต่อไปหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องดูต่อไป

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องความแตกแยกภายในพรรคประชาธิปัตย์กันเอง ก็เพราะอยู่ในอำนาจกันมานาน ทุกคนคุ้นชินคุ้นเคยกับการมีอำนาจ เรื่องที่น่าแปลก ในการเลือกตั้งจังหวัดชุมพร พรรคพลังประชารัฐ ขึ้น Backdrop หลังเวที มีแต่รูปพลเอกประวิตร ไม่มีรูปพลเอกประยุทธ์ ส่วนลูกหมีอยู่พรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงเชียร์ลุงตู่มันสวนทางกัน ก็ต้องจับตาดู ลูกหมีไม่รู้จะอยู่ประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ได้ แต่ถ้าลุงตู่ตั้งพรรคน่าสนใจติดตามต่อไปว่า ลูกหมีจะย้ายไปหรือไม่ แต่การเลือกตั้งวันที่ 16 มกราคม มันเป็นการวัดบารมีระหว่างธรรมนัสกับลูกหมี ซึ่งขณะนี้ลงไปเรียกว่า คุมการเลือกตั้งด้วยตัวเอง พรรคพลังประชารัฐตั้งคุณสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยคลังลงไปคุม ไม่มีใครได้หน้าคุณสันติเลย วันนี้ธรรมนัสออกโรงเองเต็ม 16 มกราคมนี้ รู้ผล แต่ผลที่เกิดขึ้นแน่นอนประชาธิปัตย์เละแน่นอน