นิพิฎฐ์ แกว่งปากโต้ถาวร ไม่ต้องส่งปชป.ลบชื่อ! เจอสวนผู้วินิจฉัยคือกกต. ซัดคนนอกอย่าจุ้น

993

จากที่ถาวร เสนเนียม ทำหนังสือถึงพรรคประชาธิปัตย์ ให้แจ้งไปยังกกต. เกี่ยวกับการพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้กกต.ถอนชื่อหรือลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกภาพของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยนั้น

ล่าสุดวันนี้ 8 มกราคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์  ได้โพสต์ถึงกรณีที่ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา ทำหนังสือถึงพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ลบชื่อออกจากสมาชิกพรรค โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตรงไป-ตรงมา

-เห็นข่าวพี่ถาวร เสนเนียม ทำหนังสือให้พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งการพ้นสมาชิกภาพ หรือ ลบชื่อของท่านออกจากทะเบียนสมาชิกพรรค

-ผมขอให้ความรู้ทางกฎหมาย ดังนี้

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

1.พี่ถาวร เสนเนียม หมดสมาชิกภาพตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร จึงไม่ต้องลบชื่อ หรือแจ้งหน่วยงานไหนอีก

2.การที่พรรคไม่เชิญประชุมใหญ่ ก็ถูกแล้ว เพราะหมดสมาชิกภาพไปแล้ว อันนี้ง่ายๆ เข้าใจไม่ยาก ไปเขาก็ไม่ให้เข้าประชุม มันจะผิดกฎหมาย

3.ที่ง่ายไปกว่านั้น คือ พี่ถาวรไม่ได้ถูกศาลอาญาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่หมดสภาพการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพราะถูกคุมขังโดยคำพิพากษาของศาล ตามข้อบังคับพรรค ประกอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

4.เรื่องนี้ มีทางแก้ง่ายมาก คือ หลังจากได้ประกันตัว พี่ถาวร เพียงแต่ไป สมัครเป็นสมาชิกพรรคเสียใหม่ พี่ก็ได้เป็นสมาชิกพรรคกลับคืนมา และหากจะสมัครส.ส. พี่ก็สมัครได้อีก ไม่มีข้อห้ามอะไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวไรผมหรอก เพียงแต่ ตอนศาลอาญาพิพากษา 24 กุมภาพันธ์ 2564 ผมยังเป็นรองหัวหน้าพรรค และคิดว่า หลังจากได้ประกันตัว ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พี่ถาวร จะกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ หรือ แม้แต่หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในวันที่ 8 ธันวาคม 2564 พี่ถาวรจะกลับมาสมัครเป็นสมาชิกใหม่ เราก็เตรียมรับกันอยู่ แต่สุดท้ายพี่ก็ไม่กลับมา

-ผมเกี่ยวอยู่ด้วยบางตอน จึงอยากเขียนหลักกฎหมายง่ายๆ ให้ผู้สนใจได้ทราบ ไม่งั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็อาจเสียหายได้ ผมเขียนในฐานะ “คนรักพรรคประชาธิปัตย์” นะ ไม่ใช่ในฐานะ “คนเคยรัก” ผมอยู่กับพรรค 29 ปี เมื่อออกจากพรรคก็มิใช่ว่าต้องโกรธ เกลียดกัน ยังหวังดีต่อกัน ยังรักพรรคเพียงแต่ไม่กลับไปใหม่เท่านั้น สำหรับเรื่องนี้ พรรคประชาธิปัตย์ทำถูกต้องแล้ว”

อย่างไรก็ตามมีรายงานแจ้งเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวด้วยว่า ผู้ที่จะวินิจฉัยต้องลบชื่อออกหรือไม่ คือนายทะเบียนของกกต. และถ้ามีผู้โต้แย้งว่า พ้นสมัครสมาชิกพรรคไม่ได้ ก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ไม่ใช่นายนิพิฏฐ์ หรือ นักกฎหมาย แสดงความเห็นทั่วๆไป ซึ่งเป็นคนนอก และไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้