“แหล่งข่าว” เปิดชัด ประวัติการการฉีดวัคซีน “ธนาธร” ผิดปกติ!

1037

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 3 ม.ค.65 ทางด้านของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าตนเองนั้นติดโควิด-19 หลังจากที่กลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการกักตัว

ต่อมาทางด้านของ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียดว่า ได้ข้อมูลการฉีดวัคซีนของ ไอ้ตี๋ ซึ่งก็คาดว่าจะเป็นการหมายถึง นายธนาธร ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการนำมาจากสมาชิกครอบครัวของ นายธนาธร เอง

แต่เมื่อได้สังเกตประวัติการได้รับวัคซีนของ นายธนาธร ตามที่ ดร.อานนท์ ได้รับมานั้น ซึ่งเป็นการฉีด 2 เข็ม โดยเข็มที่ 1 เป็น แอสตราเซเนกา โดยฉีดในวันที่ 1 ก.ค.64 เวลา 19.15 น. ที่ โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ และได้ฉีดเข็ม 2 ในวันที่ 22 ธ.ค.64 เวลา 10.42 น. ที่โรงพยาบาลรามคำแหง

ซึ่งจากที่สังเกตไทม์ไลน์ในการฉีดวัคซีนนั้น ค่อนข้างมีความผิดสังเกตหลายๆอย่าง ตั้งแต่ระยะเวลาที่ห่างกันมาก ระหว่างเข็ม 1 และ เข็ม 2 เพราะ นายธนาธร ได้ไปวิ่งเทรล “Ultra Trail du Mont Blanc” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 23-29 สิงหาคม 2564 ซึ่งก็ผิดสังเกตเป็นอย่างมาก เพราะการที่ใครจะเข้าประเทศฝรั่งเศสได้นั้น จำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนชนิด mRNA จำนวน 2 เข็ม โดยเว้นช่วงห่างกัน 21-49 วัน ซึ่งหากว่าประวัติการได้รับวัคซีนของ นายธนาธร เป็นของจริงก็จะไม่สามารถเข้าประเทศฝรั่งเศสได้อย่างแน่นอน

ส่วนอีกประเด็นที่น่าสนใจและหลายๆคนต่างตั้งคำถามเป็นอย่างมากเห็นทีจะเป็นเรื่องช่วงเวลาของการฉีดเข็มแรก ซึ่งในใบประวัติการได้รับวัคซีนของ นายธนาธร ที่ ดร.อานนท์ นำมาโพสต์นั้น เข็มที่ 1 แอสตราเซเนกา ได้รับการฉีด ในเวลา 19.15 น. ซึ่งทำหลายๆคนต่างตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นไปได้อย่างไร ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนในเวลานั้น หรือต้อง VVIP ขนาดไหนถึงสามารถทำได้

ล่าสุดทีมข่าว The Truth ได้สอบถามไปยังแหล่งข่าวที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ ก็ได้ทราบความว่า ทางโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์ ไม่เคยฉีดวัคซีนโควิดในเวลาดังกล่าว เพราะ ทาง รพ. จะขอยืมสถานที่จำพวกสนามกีฬาในการฉีด และจะปิดการฉีดในช่วง 15.30 น. ซึ่งเมื่อสอบถามว่า ธนาธร ได้ไปฉีดหรือไม่ ก็ไม่สามารถตอบได้

ซึ่งทำให้เป็นไปได้ว่า ประวัติการได้รับวัคซีนของ นายธนาธร ที่สมาชิกครอบครัวส่งให้ ดร.อานนท์ อาจจะไม่ใช่ของจริง 100% และอาจจะมีนัยแอบแฝงบางอย่างหรือไม่ ทางทีมข่าว The Truth จะทำการสืบหาข้อมูลและขยายผลต่อไป