Truthforyou

เปิดผลสอบ ปมนายกแจก 5 ล้านส.ส. แลกโหวต! ทำพท.หงายเงิบทั้งพรรค ส่อโดนฟ้องกลับระนาว?

จากกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย อ้างว่า นายกรัฐมนตรีแจกเงินให้กับ ส.ส. จำนวน 5 ล้านบาท ที่ชั้น 3 ของรัฐสภา และระบุว่า เป็นห้องที่สภาฯ จัดให้เป็นที่พักของนายกรัฐมนตรีนั้น

ล่าสุดวันนี้ (5 มกราคม 2564) นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินจำนวน 5 ล้านบาท ในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2564 ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าว จำนวน5 ราย โดยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ต่อมาคณะกรรมการฯ ขอขยายระยะเวลาออกไปอีกครั้งละ 30 วัน จำนวน 2 ครั้ง

นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.64 คณะกรรมการส่งรายงานผลการตรวจสอบต่อประธานสภาฯผู้แทนราษฎร โดยมีเนื้อหาระบุถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ

1.ได้เชิญนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะบุคคลซึ่งได้อภิปรายมาให้ข้อมูล ซึ่งได้มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.64

2.ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางเข้ามาภายในอาคารรัฐสภา การเข้าปฏิบัติภารกิจภายในห้องรับรองนายกฯ ที่ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ของนายกฯ และผู้ติดตามนายกฯ

3.ตรวจสอบการเข้าพบนายกฯ ของส.ส. ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 3 อาคารรัฐสภา ในช่วงเวลาที่มีการกล่าวอ้างจากการอภิปรายของส.ส. ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 ก.ย.64

4.เชิญบุคคลที่จะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบเข้าให้ข้อมูลนอกจากนายวิสาร แล้วยังมีบุคคลอื่นๆอีก 10 คน ทั้งจากฝ่ายของผู้กล่าวหา จากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา และฝ่ายที่เป็นกลาง

5.รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานที่ต่าง ๆ ภายในอาคารรัฐสภา เพื่อประกอบการตรวจสอบ

6.พิจารณาตรวจสอบและวิเคราะห์ว่า จากข้อมูลและพยานหลักฐานที่คณะกรรมการแสวงหาและรวบรวมกรณีมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้หรือไม่ว่า นายกฯจ่ายเงินให้แก่ส.ส. ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 3 อาคารรัฐสภา หรือมีพยานหลักฐานใดที่สามารถสนับสนุน หรือฟังได้ว่ามีการจ่ายเงินให้แก่ส.ส. สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวภายในบริเวณอาคารรัฐสภา

“คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอเสนอความเห็นกรณีดังกล่าวว่าจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้แสวงหา รวบรวม และตรวจสอบ ไม่มีประจักษ์พยาน หรือไม่มีพยานแวดล้อมเพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายกรัฐมนตรีได้จ่ายเงินให้กับส.ส. เพื่อให้ลงคะแนนไว้วางใจให้กับนายกรัฐมนตรีภายในอาคารรัฐสภา ในคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติ ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 ตามที่นายวิสาร ได้กล่าวอ้างแต่อย่างใด” นพ.สุกิจ ระบุ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า คำกล่าวหาดังกล่าว พูดถึงการกระทำที่เกิดขึ้นนอกห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แม้ผู้พูดจะอยู่ในห้องประชุม แต่น่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 วรรคหนึ่ง เพราะอาจเป็นการพูดใส่ร้ายที่ขัดต่อข้อบังคับการประชุม ข้อ 69 วรรคสอง

นอกจากนี้ ตามมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ใช้กับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีข้อกำหนดไว้หลายข้อ ซึ่งหากมีข้อเท็จจริงตามที่นายวิสารกล่าวหา เรื่องนี้จะเป็นความผิดทางอาญาตามมาได้ ทั้งตัวนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหาว่าให้เงิน และตัว ส.ส. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับเงิน คนละ 5 ล้านบาท ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะพูดโดยไม่รับผิดชอบ โดยอ้างเอกสิทธิ์หาได้ไม่ เพราะกระทบความน่าเชื่อถือทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมาได้

ทั้งนี้ นายเรืองไกร ยังกล่าวต่อว่า เรื่องนี้จึงมีความสำคัญ ที่ ป.ป.ช.ต้องรีบเข้ามาไต่สวนตามหน้าที่และอำนาจโดยเร็ว ซึ่งตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ต้องไต่สวนต้นเรื่อง คือนายวิสาร ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงตามความจริงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อนายกรัฐมนตรี หรือ ส.ส.ที่ถูกกล่าวหา หากไม่มีมูลความจริง และเป็นการใส่ร้าย บิดเบือน ก็ควรดำเนินการกับนายวิสาร ตามมาตรฐานทางจริยธรรมต่อไป

ต่อมาทาง นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้กล่าวถึงกรณีนี้ด้วยว่า เรื่องใหญ่ที่สุด คือ เหตุการณ์แจกจ่ายเงินบนชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ ส.ส.ลงคะแนน เรื่องนี้พบว่ามีหลักฐานหลายอย่าง เราเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และไม่แน่ว่าข้อมูลที่มีอาจยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรม ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ได้

เมื่อถามถึง หลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดกรณีแจกจ่ายเงินชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสุทิน กล่าวว่า มีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราไปขอล็อกไว้ ภาพถ่าย พยานบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นคนที่พบเห็นเหตุการณ์ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย และคนที่ได้รับการทาบทาม แต่เขาปฏิเสธ แม้นายกฯ ไม่ใช่ผู้จ่ายเอง แต่ก็อาจมีความเชื่อมโยงไปถึงได้ มีบุคคลที่เป็นตัวแทนจ่าย จะเป็นคนแรกที่จะถูกร้องดำเนินคดี ยืนยันว่า มีพยานสมบูรณ์ คนที่ได้รับการทาบทามแล้วยินดีที่จะมาเป็นพยาน และต่อสู้คดีในศาลให้เราด้วย

Exit mobile version