นักวิชาการดัง แฉยับ ชำแหละแผน “ปิยบุตร” เข้าข่ายเป็นกบฏ?

836

เข้าข่ายไหม!? นักวิชาการดัง แฉยับ ชำแหละแผน “ปิยบุตร” ต้องการ ยุบผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เข้าข่ายเป็นกบฏ?

เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประกาศชัดเจนว่า จะทำการยกระดับการชุมนุม ในปี 2565 นี้ ให้มีความเข้มข้นสูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เรียกได้ว่าเสียงแตกสุดๆเห็นทีจะเป็นประเด็นของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เตรียมล่าชื่อเพื่อแก้รธน. ยุบ ผู้ว่า-นายอำเภอ

ล่าสุดทางด้านของ “นายศุภณัฐ อภิญญาณ” หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ แผนการกบฏใต้กระโปรง 2565 ? ปิยบุตรจะยุบผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ โดยมีดังต่อไปนี้ว่า

แผนการยุบการปกครองส่วนภูมิภาคของนายปิยบุตร แสงกนกกุล โดยการอ้างการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น มีลักษณะเป็นแผนการกบฏอีกแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ เพื่อสลายความเป็นราชอาณาจักร

ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว (Unitary state) อำนาจการปกครองต้องรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง อีกทั้งรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติไว้ตามที่ปรากฏอยู่ใน “มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้” โดยประเทศไทยแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 3 ระดับ

– อำนาจการปกครองส่วนกลาง
– อำนาจการปกครองส่วนภูมิภาค
– อำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น

อำนาจการปกครองส่วนกลางจึงแบ่งแยกกับอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างชัดเจนอยู่แล้ว โดยมีอำนาจการปกครองส่วนภูมิภาคเป็นส่วนเชื่อมโยง เพื่อให้ส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นพัฒนาไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน ดังนั้นอำนาจการปกครองจึงไม่ใช่อำนาจที่ควรกระจาย เพราะเป็นไปเพื่อรักษารูปแบบของรัฐในความเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียว และป้องกันไม่ให้กลายสภาพเป็นรัฐรวมหรือสหพันธรัฐ (Federal state)

ส่วนการมีหรือไม่มีการปกครองส่วนภูมิภาคเป็นวิวัฒนาการการปกครองของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละประเทศ ปัจจุบันประเทศเนเธอร์แลนด์ก็ยังคงมีการปกครองส่วนภูมิภาคอยู่เช่นกัน โดยที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มีดัชนีประชาธิปไตย (Democracy Index) สูงกว่าทั้งประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่นตามที่ปิยบุตรได้กล่าวอ้างถึง ดังนั้นการมีการปกครองส่วนภูมิภาคจึงไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตยแต่อย่างใด อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงในประเด็นดังกล่าว มีรายละเอียดและความซับซ้อนเกินกว่ากบฏใต้กระโปรงจะสามารถยัดเยียดความคิดเห็นส่วนตัวใดๆให้เกิดขึ้นตามอำเภอใจได้

ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ได้เสนอการกระจายอำนาจการปกครองด้วยการยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัด ยกเลิกนายอำเภอ และประกาศว่าจะมีการเคลื่อนไหวดังกล่าวในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ. 2565 จึงมีพฤติการณ์ไม่ต่างจากกบฏใต้กระโปรง ซึ่งมีความมุ่งหวังที่จะใช้แผนการเคลื่อนไหวในครั้งใหม่นี้ เพื่อสลายความเป็นราชอาณาจักรเหมือนเช่นเคย หลังจากที่สารพัดวิธีการสกปรกของเขาล้มเหลวไม่เป็นท่ามาโดยตลอด เนื่องจาก คิดผิด พูดผิด ทำผิด ตั้งอยู่บนความคิดเห็นอันเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน และเหลวไหล

ปิยบุตรซึ่งคอยชี้นำทางความคิดในแนวทางรุนแรง และปลุกเร้าให้ผู้อื่นลุกขึ้นสู้ ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนตัวเองอย่างอำมหิต แล้วปิยบุตรก็เอาแต่มุดหัวของตัวเองอยู่ใต้กระโปรงไปวันๆ จึงไม่ต่างจากคนบ้าหรือคนป่วยทางจิต ที่สำคัญตนเองแบบผิดๆ อีกทั้งยังไม่รู้การเมือง ขาดความรู้ความเข้าใจในการปัญหาที่แท้จริงของชาติ เพราะนักประชาธิปไตยที่มีความรู้การเมืองการปกครอง ตลอดจนมีความเข้าใจอันดีต่อปัญหาของชาติไทยอย่างแท้จริง จะไม่เสนอการกระจายอำนาจการปกครองโดยเด็ดขาด หากแต่จะเสนอการกระจายอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง

ประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคน แต่ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศถืออำนาจอธิปไตยในคูหาเลือกตั้งเพียงแค่ไม่กี่วินาที ในขณะอำนาจอธิปไตยยังคงตกอยู่ในกำมือของคนส่วนน้อย คือ นักการเมืองกับนายทุนนักธุรกิจ ซึ่งร่วมกันฮั้วผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอยู่ตลอดเวลา ไม่ต่างจากคณะราษฎรในอดีต โดยปัจจุบันมีลัทธิรัฐธรรมนูญอีกกลุ่มหนึ่งอย่างปิยบุตรหวังเข้ามาแย่งชิงอำนาจของประชาชน เพียงเพื่อสนองความต้องการอันวิปริตวิตถารของตนเอง เมื่อในสมการทางการเมืองยังไม่มีใครตั้งใจที่จะสร้างประชาธิปไตยให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนจึงยังคงเป็นจริงแค่ในกระดาษต่อไป

ปัญหาที่แท้จริงของชาติ จึงเป็นการทำอย่างไรให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพียงแค่ไม่กี่วินาทีในคูหาเลือกตั้ง เพื่อให้นักการเมืองทำงานรับใช้ประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ตามเสียงเรียกร้องและความต้องการอันแท้จริงของปวงชน ตลอดจนขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดการกระจายผลประโยชน์อันสูงสุดไปสู่มหาชนอย่างทั่วถึง และป้องกันไม่ให้นายทุนนักธุรกิจฮั้วกับนักการเมือง แล้วเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด นับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงวินาที

การกระจายอำนาจที่ถูกต้องเพื่อการสร้างประชาธิปไตย จึงเป็นการกระจายอำนาจอธิปไตย ทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง