ปูตินรู้ทันสหรัฐ!?สั่งฝึกซ้อมหน่วยรบนิวเคลียร์ ขณะไบเดนรับปากยูเครน ลุยรัสเซียแน่ถ้าโดนบุก

750

มีข่าวการฝึกซ้อมกองกำลังนิวเคลียร์เชิงกลยุทธ์ของรัสเซียจะจัดขึ้นในต้นปี 2565 โดยข้อเท็จจริงมีการฝึกซ้อมอยู่เป็นประจำทุกปีตามตาราง แต่ปีนี้เร็วกว่าที่เคย ท่ามกลางความขัดแย้งที่คุกรุ่นชายแดนยูเครน-รัสเซีย ต่อเนื่องมาตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว ด้านกองบัญชาการทหารกลางของรัสเซียเตรียมกว่า 110 ทีมเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินในปี 2565

สัญญาณนี้บ่งบอกความคิดของฝั่งรัสเซียว่า ไม่วางใจในท่าทีของสหรัฐ ถึงขนาดที่บุคคลระดับสูงของรัสเซียใช้คำว่า “สหรัฐหน้าซื่อใจคด” ในการให้สัมภาษณ์บ่อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะในทางการทูต สหรัฐจะมีท่าทีผ่อนปรน แต่พฤติกรรมทำตรงข้ามตลอดมา  ในขณะที่ปธน.ไบเดน นัดกับปธน.ปูตินต้นเดือนนี้จะเจรจากันเรื่องยูเครน สหรัฐก็คุยกับยูเครนก่อนแล้วให้สัญญาออกสื่อว่าสหรัฐและพันธมิตรหนุนยูเครนเต็มที่ถ้ารัสเซียบุกจะตอบโต้ให้หนัก แบบนี้ไบเดนจะมีหน้าไปคุยกับปูตินว่าอย่างไร

เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2565 สำนักข่าวทาซซ์แห่งรัสเซีย(TASS) รายงานว่า แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยว่า การซ้อมรบสำหรับกองบัญชาการและเจ้าหน้าที่เชิงกลยุทธ์ที่หัวข้อกรอม ที่แปลว่า สายฟ้า (Grom :Thunder) ประกอบด้วยสามองค์ประกอบของกองกำลังนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซียจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้

แหล่งข่าวกล่าวว่า “การซ้อมรบ Grom ด้วยการมีส่วนร่วมของกลุ่มนิวเคลียร์สามแห่งของรัสเซียมีการวางแผนสำหรับจุดเริ่มต้นในปี 2022/2565” 

โดยปกติ การฝึกปฏิบัติคำสั่งและเจ้าหน้าที่เชิงยุทธศาสตร์ของกองกำลังนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์จัดขึ้นทุกปี ภายใต้กรอบของการฝึกซ้อมเหล่านี้ เรือบรรทุกขีปนาวุธใต้ผิวดินของนอร์ทเทิร์น ฟลีท (Northern Fleet) จะเปิดตัวขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) กับเป้าหมายที่พื้นที่ทดสอบ ‘คูรา’ (Kura) บนคาบสมุทร คัมชัทกา(Kamchatka) และเรือดำน้ำนิวเคลียร์ของแปซิฟิก ฟลีท(Pacific Fleet) จะเปิดตัว ICBM ต่อต้าน กำหนดเป้าหมายที่พื้นที่ทดสอบที่เมืองชิชา (Chizha) ทางตอนเหนือของรัสเซีย กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียยังทำการฝึกต่อสู้ของ ICBM และขีปนาวุธล่องเรือยจะถูกปล่อยโดยเครื่องบินของการบินระยะไกลโดยกองกำลังอวกาศ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 การประชุมขยายเวลาของคณะกรรมการกระทรวงกลาโหม เซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย กล่าวว่า การซ้อมรบด้านกองบัญชาการและเจ้าหน้าที่เชิงกลยุทธ์ของวอสต็อก (Vostok) และกรอม(Grom) กำหนดจะจัดขึ้นในช่วงต้นปี 2022/2565

ขณะเดียวกันที่ทำเนียบขาว ปธน.โจ ไบเดนแห่งสหรัฐจัดพูดคุยกับปธน.เซเลนสกีแห่งยูเครน (Zelensky) ว่าสหรัฐและพันธมิตรจะ ‘ตอบสนองอย่างเด็ดขาด’ หากรัสเซีย ‘บุกรุก’ ยูเครน

โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมรา ปธน.โจ ไบเดนได้พูดคุยกับปธน.โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนเพื่อกำหนดรายละเอียดว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรจะ “ตอบโต้อย่างเด็ดขาดหากรัสเซียรุกรานยูเครนต่อไป”อย่างไร

 

คำแถลงจากเจน ซากี (Jen Psaki) โฆษกทำเนียบขาวยืนยันเจตนาของสหรัฐอย่างชัดเจน ระบุเพิ่มเติมว่าการสนทนาในวันอาทิตย์ผู้นำทั้งสองเห็นชอบแนวทางทางการทูตและตั้งเป้าที่จะเริ่มด้วยการเจรจาด้านเสถียรภาพเชิงกลยุทธ์ทวิภาคีในสัปดาห์หน้าผ่านสภา NATO-Russia และองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป  สหรัฐใช้โอกาสนี้เพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และพันธมิตรที่มีต่อหลักการ สนับสนุนอธิปไตยของยูเครนและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน 

เขายังแสดงการสนับสนุนสำหรับมาตรการสร้างความมั่นใจเพื่อลดความตึงเครียดในดอนบาส Donbas และการทูตอย่างแข็งขันเพื่อความก้าวหน้าในการดำเนินการตามข้อตกลงมินสค์ เพื่อสนับสนุนรูปแบบนอร์มังดี

ปูตินปฏิเสธคำกล่าวอ้างหลายครั้งว่ารัสเซียตั้งใจจะบุกยูเครน หลังจากรายงานของตะวันตกอ้างถึงกองทหารรัสเซียหลายหมื่นนายที่จัดกลุ่มที่ชายแดนยูเครน-รัสเซีย ในการประชุมประจำปีประจำปีของเขา ปูตินกล่าวว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรจงใจเพิ่มความตึงเครียด และเพิกเฉยถึงรอยเท้าของนาโต้ตลอดแนวพรมแดนรัสเซีย ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซียมาโดยตลอด

น่าแปลก สื่อตะวันตกไม่รายงานการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐและนาโต ตลอดจนการจัดส่งอาวุธอานุภาพร้ายแรงของสหรัฐแก่ยูเครนแต่อย่างใด มุ่งโฆษณาว่ารัสเซียจะบุกยูเครนอย่างเดียวเพื่อสร้างความชอบธรรมในการหนุนหลังให้ยูเครนบุกดอนบาส  

สหรัฐใช้ยุทธวิธี การก่อสงครามพันทางกับรัสเซียเช่นเดียวกับที่กำลังดำเนินอยู่ในทะเลจีนใต้โดยหนุนหลังไต้หวันต่อต้านจีน

ประเด็นการเคลื่อนย้ายกองกำลังของรัสเซีย ปธน.ปูตินยังเน้นย้ำว่ามอสโกมีสิทธิในการเคลื่อนย้ายกองกำลังภายในสหพันธรัฐตามที่เห็นสมควรเพื่อปกป้องตนเอง

นักการทูตสหรัฐฯ และรัสเซียมีกำหนดประชุมกันในวันที่ 9 ม.ค.2565 เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัย และเริ่มการเจรจาลดระดับความรุนแรง การประชุมตามกำหนดนี้มีขึ้นหลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียร่างข้อตกลงด้านความมั่นคงในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 เพื่อให้สหรัฐฯ และ NATO พิจารณา