เปิดหน้า “โจนาธาน เฮด” นักข่าว BBC เคยโดนแจ้งม.112 ชาวเน็ตเชียร์ ไล่ตะเพิดเหมือนแอมเนสตี้!?

947

เปิดหน้า “โจนาธาน เฮด” นักข่าว BBC เคยโดนแจ้งม.112 ชาวเน็ตเชียร์ ไล่ตะเพิดเหมือนแอมเนสตี้!?

จากกรณีที่ทางเพจ บีบีซีไทย – BBC Thai ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีบัญชีทรัพย์สินของ นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทีม มาโน โพลกิง เทรนเนอร์เชื้อสาย บราซิล-เยอรมนี และ นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีม สามารถคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020″ ที่สิงคโปร์ ไปครองอย่างยิ่งใหญ่หลังเอาชนะทีมชาติอินโดนีเซียในนัดชิงชนะเลิศ ด้วยประตูรวม 6 ต่อ 2 เมื่อ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ BBC ไทย ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ทีมข่าวเดอะทรูธ ตรวจสอบก็พบว่า ผู้จัดการออนไลน์ ได้เคยเผยแพร่บทความ หัวข้อ ลากไส้ “บีบีซีไทย” สันดานนักล่าอาณานิคม หรือหิวเงินรับงานใครมา ไว้เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 โดยมีเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจว่า

“บีบีซี” ถือเป็นสำนักข่าวที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และตลอดกว่าศตวรรษที่ผ่านมาก็ได้รับการยอมรับในความเป็น “สื่อมวลชนมืออาชีพ” แม้จะเป็นที่รู้กันว่าสำนักข่าวแห่งนี้เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลอังกฤษ โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศก็ตาม

แต่พลันที่เว็บไซต์ “บีบีซีไทย” ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา นำเสนอรายงานพิเศษในลักษณะจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงของไทย จึงมีคำถามไปถึงทั้ง “บีบีซีใหญ่” และ “บีบีซีไทย” ว่ามีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นประการใด จึงหาญกล้าหยามเหยียดจิตใจคนไทยทั้งประเทศเช่นนั้น

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!
ทั้งนี้ “บีบีซีไทย” นั้นมีข้อมูลยืนยันว่า ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลอังกฤษผ่าน “บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส” และได้เริ่มเปิดให้บริการข่าวสารผ่านเฟซบุ๊กมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557 หลังเกิดรัฐประหารในประเทศไทยไม่นาน ก่อนที่จะเปิดเว็บไซต์ตามที่กล่าวไปแล้ว
ก่อนหน้าที่จะมีประเด็นเรื่อง “บทความต้องห้าม” นั้น บทบาทของ “บีบีซี” ในไทยก็มีเครื่องหมายคำถามมาก่อนแล้ว โดยเฉพาะบทบาทของ “โจนาธาน เฮด” ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียของบีบีซี และดูแลข่าวที่เกี่ยวกับประเทศไทยด้วย ก็ถูกจับตามองมาโดยตลอดว่า มีแนวทางการนำเสนอข่าวที่ส่อไปในทางสนับสนุนปกป้อง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และพวก ตลอดจน “คนเสื้อแดง” อย่างชัดเจน สำคัญไปกว่านั้น “โจนาธาน เฮด” ผู้นี้ยังเคยถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงของไทยมาแล้ว และเมื่อ “บีบีซีไทย” เผยแพร่บทความที่ว่าออกมา หน้าของ “โจนาธาน เฮด” ก็ลอยขึ้นช่วยเพิ่มน้ำหนักของการ มี “วาระซ่อนเร้น” เข้าไปอีก
ตามมาด้วยชื่อของ นพพร วงศ์อนันต์ ที่ปรากฎชื่อเป็นบรรณาธิการบีบีซีไทย เป็น “นพพร” อดีตบรรณาธิการนิตยสาร ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ และมีชื่อเสียงในการสร้างผลงานบิดเบือนเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงมาแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ BBC ไทย โดยบอกว่า โจนาธาน เฮด BBC ภาคพื้นแปซิฟิก เคยโดน 112 นพพร วงศ์อนันต์ BBC ไทย เคยบินไปหาทักษิณหลายครั้ง BBC ไม่ใช่สื่อสารมวลชน แต่เป็นหน่วยปฏิบัติการข่าว แบบมีวาระซ่อนเร้น น่าไล่ไปเหมือนแอมเนสตี้ ถ้าดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลกับทุกองค์กร
สำหรับ โจนาธาน เฮด เป็นผู้สื่อข่าว BBC เคยถูกแจ้งความข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ ม.112 ฐานจำหน่ายดีวีดีจักรภพและจัดแปลบทเสวนาวีระ-ณัฐวุฒิ ออกเผยแพร่
โดยปี 2552 น.ส.ลักษณา กรณ์ศิลป อายุ 57 ปี อาชีพนักแปลและที่ปรึกษาภาคอุตสาหกรรมบริษัทเอกชน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.เดชา พรหมสุวรรณ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.ลุมพินี ให้ดำเนินคดีกับ นายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชีย และกรรมการสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ FCCT รวม 13 คน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี
กรณีร่วมกันนำคำบรรยายพิเศษภาษาอังกฤษ ของนายจักรภาพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 50 โดยอ้างว่ามีถ้อยคำเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์บันทึกเป็นวีซีดีออก จำหน่ายกับประชาชน รวมทั้งจัดแปลบทเสวนาของนายวีระ มุกสิกพงศ์ และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ สองแกนนำ นปช. ซึ่งเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง เป็นภาษาอังกฤษออกเผยแพร่

น.ส.ลักษณา กล่าวว่า เข้าแจ้งความครั้งนี้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่รักและเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่จัดเวทีเสวนาให้กับนายจักรภพโดยมีการเตรียมคำถามคำตอบไปในทางพาดพิงสถาบัน และบันทึกเป็นดีวีดีออกเผยแพร่กับประชาชนนั้น เข้าข่ายร่วมกันทำในลักษณะขบวนการโดยอาจมีเป้าหมายทำลายความน่าเชื่อถือของ สถาบันเบื้องสูงของไทย และบ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่าอาจมีสื่อสิ่งพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของไทยร่วมขบวนการด้วย
ต่อมาเมื่อปี 2560 ตัวแทนกลุ่มเยาวชนสายเลือดไทย ได้เดินทางมายังด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน เพื่อยื่นหนังสือต่อเอกอัครราชทูตประเทศอังกฤษประจำประเทศไทย

โดยกล่าวว่า ตามที่ทางสำนักข่าวบีบีซีประจำประเทศไทย เสนอข่าวไม่เหมาะสมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ การเป็นผู้สื่อข่าวประจำประเทศไทยควรมีความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยเป็นอย่างดี ในฐานะเยาวชนผู้มีสายเลือดไทย จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลอังกฤษให้พิจารณาการกระทำของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวบีบีซีประจำประเทศไทยดังกล่าว ให้ยุติบทบาทการทำหน้าที่ในประเทศไทย พร้อมทั้งให้สำนักข่าวดังกล่าวลงบทความขอโทษประชาชนชาวไทยทั้งประเทศด้วย