มกราถึงกำหนด “รุ้ง”กลับเข้าคุก จับตาอยู่หรือไป? เมื่อแกนนำเลิกขอประกัน

1156

จากที่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ศาลอาญา ได้มีคำสั่งคดี ที่ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำคณะราษฎร จำเลยคดีชุมนุมปักหมุดสนามหลวง หมิ่นสถาบันเบื้องสูง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 นั้น

โดยคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อ้างว่า น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 เป็นนักศึกษามีความจำเป็นจะต้องสอบเพื่อสำเร็จการศึกษา และจำเลยที่ 5 ยืนยันว่า จะไม่หลบหนีหรือก่อเหตุร้ายประการอื่นอีก ทำให้สังคมต่างเฝ้าจับตาว่าเมื่อครบกำหนดแล้วแกนนำรายดังกล่าวจะยอมกลับเข้าเรือนจำหรือไม่???

ทั้งนี้ทีมข่าวเดอะทรูธ  ได้ตรวจสอบถึงรายละเอียดสำคัญ ในวันที่ทนายยื่นขอศาลปล่อยตัว โดยพบว่าศาลเรียกได้ไต่สวนแล้วผู้ร้องนำสืบว่า น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยา ชั้นปีที่ 4 ในภาคเรียนที่ 1 มีกำหนดการสอบปลายภาคระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-16 ธ.ค. 2564 ซึ่งจำเลยที่ 5 ลงทะเบียนเรียนและต้องสอบใน 4 วิชา

“ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา อธิบายว่าในบางวิชาที่มีการรายงานแทนการสอบ อาจมีการขยายระยะเวลาหลังกำหนดการสอบข้อเขียนไปอีกบ้าง แต่ในที่สุดแล้วต้องไม่เกินวันที่ 12 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันส่งคะแนนของบรรดาอาจารย์ผู้สอนต่อทางคณะ นอกจากนี้ ในภาคเรียนที่ 2 ของปี 4 น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 จะต้องทำวิจัยส่วนบุคคลเพื่อจบการศึกษา ซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นคว้าและเก็บข้อมูลภาคสนาม 1 ภาคเรียน

การสอบของนักศึกษาวิชาสังคมวิทยาและมนุษย์วิทยานั้น จะต้องเก็บข้อมูลและทำรายงานด้วย มิใช่การนั่งสอบข้อเขียนเพียงอย่างเดียว จำเลยที่ 5 มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ศาลได้กำหนดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 จะไม่ทำกิจกรรมทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ร่วมการชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ไม่ออกนอกราชอาณาจักร ยินดีอยู่ในเคหสถานโดย จำกัดเวลาหรือตลอดเวลา ไม่ออกนอกราชอาณาจักร ตามที่ศาลสั่งเว้นแต่การไปเล่าเรียนศึกษา ทั้ง น.ส.ปนัสย มีบิดามารดา และผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.บุญเลิศ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมจะกำกับดูแลให้จำเลยที่ 5 อยู่ในเงื่อนไขที่คาดกำหนด”

ต่อมาศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลนี้มีคำสั่งให้ยกเลิกการปล่อยชั่วคราวและขังจำเลยที่ 5 ไว้ เนื่องจากเกรงว่าจำเลยที่ 5 จะก่อเหตุร้ายประการอื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108/1(3 )

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเป็นการใช้อำนาจของรัฐเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งศาลจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการก่อเหตุร้ายกับสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาโดยไม่ จำกัด สิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

“ดังนั้น การที่จำเลยที่ 5 มีภาระในเรื่องการเรียนที่จะต้องเสียหายจากการคุมขัง จึงเป็นเหตุที่สามารถได้รับการพิจารณาเมื่อคำนึงถึงความเสียหายที่จำเลยที่ 5 อาจก่อขึ้นอีกนั้นอาจ จำกัด ควบคุมได้โดยการที่จำเลยที่ 5 ยินยอมและตั้งใจปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ของศาลที่เข้มงวดยิ่งขึ้นและด้วยการกำหนดเงื่อนไขเงื่อนเวลาและมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม

ที่ประชุมผู้บริหารศาลอาญาพิจารณาแล้วจึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 5 อย่างจำกัด โดยให้มีผลเฉพาะตั้งแต่วันนี้ คือ 30 พฤศจิกายน 2564 – 12 มกราคม 2565 กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยที่ 5 ทำกิจกรรมหรือก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามจำเลยที่ 5 ออกนอกเคหสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปเรียนและสอบ ไปติดต่อราชการที่ศาลอื่นหรือเหตุอื่น

โดยได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามออกนอกราชอาณาจักร ให้ผู้ช่วยศาตราจารย์ บุญเลิศ เป็นผู้กํากับดูแลให้จําเลยที่ 5 ปฏิบัติตามคําสั่งศาลให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กำไลข้อเท้าอีเอ็ม หากผิดสัญญาให้ปรับผู้ประกันเป็นเงิน 90,000 บาท โดยไม่เรียกหลักประกัน”

ฉะนั้นจึงเป็นที่น่าจับตาและชวนกันติดตามต่อไปว่า ภายหลังจากครบกำหนดคือวันที่ 12 มกราคมนี้แล้ว ทางน.ส.ปนัสยา จะต้องกลับเข้าเรือนจำหรือไม่ หรือจะมีเหตุผลใดในการขอเลื่อน ซึ่งจะสามารถทำได้หรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าแกนนำม็อบจะไม่ขอยื่นประกันตัวอีกต่อไป!!!