ธนาธรสะดุ้งหนัก! โตโต้ย้ำพร้อมถอนประกัน ไม่อาจยิ้มระรื่น รู้สึกผิดไปมากกว่านี้

1185

จากที่ ปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ หัวหน้าการ์ดวีโว่ ได้ออกมาเปิดเผยได้ไปผ่าตัดตา เพื่อเตรียมพร้อมหากต้องเข้าเรือนจำแล้วโดนกลั่นแกล้งด้วยการเอาแว่นไปซ่อน รวมถึงจะไปทำฟัน เนื่องจากเคยมีผู้เสียชีวิต จากการปวดฟันในเรือนจำ

ทั้งนี้มีเนื้อหาที่สำคัญของโตโต้ ที่ได้แสดงท่าทีไว้บางช่วงในเรื่องการถอนประกันตัวว่า “อยากบอกว่า เราสู้มาด้วยกัน เพียงแค่โซ่ของเราต่างกัน โซ่ผมอาจจะยาวหน่อย แต่ถ้าสะดุดล้ม วันหนึ่งก็ต้องเข้าไปเหมือนกัน ขอประกาศให้พี่น้องประชาชนเป็นสักขีพยานร่วมกัน หลังปีใหม่ ผมขอเวลารักษาตัว และจะชวนเพื่อนๆ ที่มีคดี ถอนประกันให้หมด แล้วเข้าไปอยู่ข้างใน

ปัจจุบัน ผมมีทั้งหมด 31 คดี ยกฟ้อง 2 คดี รวมโทษจำคุกราว 60-70 ปี ไม่รู้ว่าพี่น้องจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่เมื่อไม่ให้ประกัน ก็ไม่ต้องประกัน ไม่ต้องไปง้อ ดูสิว่าคุกจะพอขังหรือไม่ ถ้าคน 300 คน เป็นนักโทษคดีทางการเมือง ขอถอนประกัน แล้วเข้าไปอยู่ข้างใน เชื่อว่า ไทยดังไปทั่วโลก ขึ้นหน้า 1 ทั่วโลก

ผมฝากเสียงนี้ไปถึง คุณธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่เคยโดนคดี 112 และคดีคล้ายๆ กันกับผม ที่พูดเกี่ยวกับวัคซีน ถ้าผมถอนประกัน คุณธนาธรจะถอนไหม ฝากคำถามนี้ไปถึงพี่ธนาธร” นายปิยรัฐ กล่าว

ล่าสุดวันนี้ 2 มกราคม 2565 โตโต้ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep ถึงท่าทีในการขอถอนประกันตัวว่า

“สวัสดีอีกครั้งอย่างเป็นทางการ และขออำนวยอวยพรให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนคิดหวังสิ่งใดขอให้สมพรปรารถนา หลุดพ้นจากสิ่งอัปมงคลทั้งปวง อย่าเจ็บ อย่าจน เฮงๆตลอดปีตลอดไป

ต้องขอเล่าบรรยากาศเมื่อวานผมวุ่นวายกับการจำหน่ายกุ้งเผา ตัวโตๆ ในราคาชุดละ 112 บาท ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กับเพื่อนๆทีม We Volunteer จำนวนหนึ่ง สรุป ขายดีเหมือนเทน้ำเทท่า ด้วยความอุปการะของพี่น้องประชาชนที่มีให้กับผมและ wevo เสมอมา อันนี้เป็นเรื่องดีที่เราจดจำกันไม่มีทางลืม

ส่วนเนื้อหาการพบปะพูดคุยกับพี่น้องต่อความห่วงใยของประชาชนที่มีสถานะผู้ต้องขังทางการเมืองในเรือนจำขณะนี้ ผมยอมรับว่า ผมยืนยันว่าผมพูดในขณะมีสติครบถ้วน อันที่ว่าผมประกาศชัดว่า ผมพร้อมขอถอนประกันตัว หากพวกเราข้างในยืนยันว่าจะไม่ขอประกันตัวอีกต่อไป ด้วยความรู้สึกว่ามันเป็นการตัดสินใจสู้ไม่ใช่ยอมแพ้  และเราเคารพด้วยความเข้าใจความรู้สึกของพวกเขา เมื่อเราเข้าใจ เราจึงรู้สึก และสัมผัสได้ว่าพวกเขากำลังสื่อสารตรงๆถึงพวกเราข้างนอกโดยเฉพาะคนที่เคยเคียงข้างกันมา

ผมคิดว่าตัวผมเองไม่อาจจะยิ้มระรื่น และใช้ชีวิตที่เป็นสุขได้อยู่ภายนอก หากการต่อสู้ของพวกเขาในซี่กรงยังคงดำรงต่อไปโดยไม่รู้วันสิ้นสุด ผมกล่าวชัดว่า “เมื่อรัฐต้องการสร้างความกลัวให้กับเรา เขาคิดว่าการขอประกันนั่นคือความกลัว วันนี้คนข้างในส่วนหนึ่งบอกชัดแล้วว่าไม่ขอประกันตัวอีกต่อไป ดังนั้นรัฐต้องรู้สักทีว่าคนที่ไม่กลัว มันน่ากลัวขนาดไหน”

ผมจึงยินดีที่จะร่วมชะตากรรมอันมีเกียรตินี้ร่วมกับพวกเขา และเชิญชวนผู้ต้องหาทางการเมืองทุกคนในประเทศนี้ ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่นี้ด้วยกันเทอญ

ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ของพวกเรา และการต่อสู้ที่เอาอิสรภาพเข้าแลกด้วยสันติวิธีเช่นนี้จะนำพาความหวังสู่พวกเราทุกคนอีกครั้ง ความหวังที่เราจะได้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกครั้ง อย่างน้อยที่สุดก็ขอให้ได้แบ่งปันความทุกข์ของกันและกัน ไว้เล่าให้ลูกหลานได้เรียนรู้อย่างไม่รู้สึกผิดมากไปกว่านี้”

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ ตรวจสอบย้อนไปก็พบว่าเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2564 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเปิดคำแถลงข่าว กรณีการคุมขังผู้ต้องขังทางการเมือง บางช่วงมีเนื้อหาระบุว่า

“ในวันที่ (27 ธันวาคม 2564) ผมในฐานะทนายความของผู้ต้องขังทางการเมือง 4 คน อันประกอบด้วยทนายอานนท์ นำภา , นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิ้น , นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน ได้เข้าเยี่ยมพวกเขาทั้งสี่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และได้รับการร้องขอจากพวกเขาทั้งสี่ ให้แจ้งข้อความดังต่อไปนี้ให้แก่พ่อแม่ญาติพี่น้อง และบรรดามิตรสหายเพื่อนฝูงรวมทั้งสื่อมวลชนให้ทราบว่า

พวกเขาทั้งสี่เชื่อว่าการไม่อนุญาตให้เขาได้รับการประกันตัวไปสู้คดีอย่างเต็มที่นั้น เป็นการปิดโอกาสที่เขาจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขา และเป็นการพิพากษาเสียล่วงหน้าแล้วว่าพวกเขาเป็นผู้กระทำความผิด

ด้วยเหตุผลข้างต้น พวกเขาทั้งสี่จึงขอประกาศว่า นับจากนี้พวกเขาจะไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ในระหว่างพิจารณาคดีต่อศาลอาญาอีก และจะไม่อนุญาตให้ทนายความและบุคคลใดไปดำเนินการดังกล่าวทั้งสิ้น”