ดร.สมเกียรติ เผยหมอไต้หวันเตือนมา โควิด-19 จะไม่หายขาด และทำร้ายอวัยวะภายใน

1785

ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหา ดังนี้ ทีมหมอจากมหาลัยไต้หวัน เตือนมาว่า

(1) จากผลการผ่าร่างกาย

1. covid-19 มันคือการรวมกันของ ซาร์กับเอดส์, หมอหลายคนบอกว่า คนถึงแม้จะรักษาหายจากโควิดแล้ว แต่มันจะมีผลเป็นบวกอยู่อีก นี่ไม่ใช่การกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นเพราะมันไม่สามารถรักษาหายขาดได้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโควิด

2. ภูมิต้านทานโดนทำลาย ทั้งนี้ซาร์จะทำร้ายแค่ปอด จะไม่กระทบกับภูมิต้านทานเอดส์จะทำลายภูมิต้านทาน

ส่วนโควิด 19 นั้นทำลายอวัยวะของเราเหมือนกับ ซาร์+เอดส์ เล่นหมด
3. การล้มเหลวของปอดอย่างเฉียบพลันเป็นผลทำให้คนตายของซาร์ แต่ โควิด 19 ทำให้ตายเพราะการล้มเหลวของอวัยวะหลาย ๆ อย่าง

(1) ศาตราจารย์ Peng Zhi Yong จากมหาลัยอู่ฮัน บอกผลจากการผ่าร่างกายว่า

1. คนที่หายจากโควิด ผลตรวจเลือดพบว่าระดับของดัชนี lymphocyte (ลิมโฟไชด์) จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ระบบต้านทานของร่างกายจะไม่ค่อยเหมือนเดิม

2. แม้ผลตรวจของคนที่ให้กลับบ้านได้จะเป็นลบ แต่ภูมิต้านทานนั้นเสียหายไปแล้ว มันสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่ายมาก

3. ลักษณะคล้ายๆกับไวรัสตับอักเสบบี ที่จะมีเชื้อโรคไวรัสอยู่ในร่างกายได้อย่างยาวนาน

4. ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่าคนที่หายจากโควิดแล้วนั้นจะสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้อีกไหม?

(3) หมอที่ทำและการรักษาเสนอว่า

1. ตอนนี้เราเน้นรักษาคนไข้ ที่ติดเชื้อ แต่คนที่รักษาหายแล้วนั้นอาจยังมีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย ต้องดูต่อไปและศึกษา วิจัยว่าจะแพร่เชื้อได้อีกไหม?

2. หากเป็นอย่างนี้สงครามกับโควิดก็ยังไม่จบลงง่าย ๆ

เลยแนะนำว่าภายในปีนี้ถึงปีหน้าออกไปข้างนอกก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและอย่าไปที่คนรวมกลุ่มกันเยอะ ๆ รักษาระยะห่าง 2 เมตร

มีรายงานวิจัยอ้างอิงจำนวนมาก เคยเอามาลงตั้งแต่โควิตระบาดใหม่ๆ คงจำได้นะครับ ช่วงมกรา ถึงเมษายน
จีนเป็นชาติที่หมอยอมเสี่ยงตายผ่าศพเพื่อตรวจผลการทำลายอวัยวะภายในอย่างละเอียด ผ่าไปสิบเอ็ดร่าง ถือเป็นอาจารย์ใหญ่ ประเทศอื่นไม่กล้าทำ
ความน่ากลัวของโควิตคือผลที่ตามมา แม้จะออกจากโรงพยาบาลแล้วก็ตาม จีนต้องเอาคนป่วยเก่ามาตรวจใหม่หลายแสนคน
มีคำแนะนำบางอย่างที่ผมขอตัดออก

ผมเกรงผลที่ตามมาของโควิตต่อประชากรโลก มีผู้ป่วยน้อยจะปลอดภัยต่อสังคมระยะยาว
ประเทศที่ผู้ป่วยโควิดมาก จะมีประชากรที่อ่อนแอ คาดคะเนอนาคตไม่ได้
รอบสองจะเข้าโจมตีหัวใจตรง ๆ นี่คือผลการวิจัย ที่อ้างอิงได้

นอกจากนี้ยังมีข้อความระบุอีกด้วยว่า “รายงานจากบลูมเบิร์ก นักไวรัสวิทยาของจีนและผู้เชียวชาญด้านการแพทย์ทั่วโลก ลงมติว่าโควิตจะไม่หายไป จะกลับมาเป็นฤดูกาล และเป็นประจำทุกปี เพราะผู้รับเชื้อที่ไม่แสดงอาการเป็นพวกที่ค้นหาลำบาก พบผู้ป่วยหนึ่งคนแปลว่าไม่พบตัวอีก 30คน หากมีคนตายหนึ่งคน ตีความว่ามีคนป่วยที่ไม่พบตัว 800 คน คนหนึ่งคนสามารถสร้างการระบาดให้คน 5,000 คนในสามสัปดาห์ โควิดหลบในร่างกายมนุษย์ ที่เป็นซอมบี้เคลื่อนที่ พบว่าสถิติผู้ป่วยของราชการต่ำกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือไม่ได้รักษา

ร่วม 50 ถึง 85 เท่า ลองคูณเลขดูนะ โอกาสพบผู้แพร่เชื้อจึงสูง

จึงมีคนเสนอว่าปล่อยให้ระบาดในหมู่คนหนุมสาวเพื่อจะได้มีภูมิต้านทานหมู่ของชาติ แต่จะมีคนตายมาก จะได้จบเรื่องกันไป เพราะรบเอาชนะไวัสตัวนี้ไม่ได้

แต่ผู้ติดเชื้อจะมีภูมิต้านทานนานกี่เดือน คนที่ป่วยถ้าไม่ตาย จะติดซ้ำหรือไม่ ปอดจะเป็นอย่างไร จะมีโรคแทรกซ้อนหรือไม่

ไม่เช่นนั้นจะกลับมาทุกปี ตามฤดูกาล ติดต่อระหว่างประเทศไม่ได้ ต้องปิดเมืองกันบ่อย จนเศรษฐกิจพังทั้งของประเทศ และโลก โดยเฉพาะคนจน

รัฐบาลจะรับมืออย่างไร นานเพียงใด มีกลยุทธที่ดีที่สุดอย่างไร

ไม่รู้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพจะมาเมื่อใด

เก็บโพสต์นี้ไว้ เอามาอ่านอีกสิบปีข้างหน้า”

ที่มา : สมเกียรติ โอสถสภา