ท็อป​นิวส์​ เปิดศักราชใหม่​ สู้สงครามข่าว 3 นิ้ว ประเดิมช่อง5​ พรุ่งนี้ ชูจุดยืน เสนอข่าวจริง!

2333

ท็อป​นิวส์​ เปิดศักราชใหม่​ สู้สงครามข่าว 3 นิ้ว ประเดิมช่อง5​ พรุ่งนี้ ชูจุดยืน เสนอข่าวจริง!

จากกรณีที่พลโทรังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) และ นายแพทย์ชัยวัฒน์ เตชะไพฑูรย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กาแล็กซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือในการผลิตข่าวททบ.5 มิติใหม่ปี 2565 โดยดึงนายกนก รัตน์วงศ์สกุล, นายธีระ  ธัญไพบูลย์, นายสันติสุข มะโรงศรี และนายสถาพร เกื้อสกุล 4 พิธีกรข่าวเข้ามาเสริมทัพ

พลโทรังษี กิติญาณทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า ความร่วมมือในครั้งนี้เพื่อการพัฒนารายการข่าวของ  ททบ.5 ให้เกิดแง่มุมหลากหลายและมีข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น  โดย ททบ.5 ยังคงเน้นการนำเสนอข้อเท็จจริงทุกด้าน โดยไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้รายการข่าวที่เป็นความร่วมมือของ ททบ.5 และบริษัท กาแล็กซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในครั้งนี้จะนำเสนอในห้วงเวลา 7 ชั่วโมงต่อวัน ประกอบด้วย ในช่วงวันจันทร์- ศุกร์ รายการข่าวเช้า เวลา 06.00-07.00น., รายการข่าวเที่ยง เวลา 12.00-14.00 น., รายการข่าวค่ำ เวลา 18.00-20.00 น., ข่าวภาคดึก เวลา  20.30-22.30 น. และรายการศาสตร์แห่งสยามวันละ 2 นาที นอกจากนี้ยังมี 2 รายการวาไรตี้ที่จะนำเสนอในวันเสาร์-อาทิตย์ ได้แก่ รายการลายกนกยกสยาม และรายการ ณ ครับ ซึ่งจะออกอากาศในช่วง เวลา  16.00-17.00 น.

“เมื่อสังคมเกิดวิกฤตช่อง 5 จึงต้องการผลิตข้อมูลข่าวสารความจริง ให้ความรู้ประชาชนแก้ปัญหาวิกฤตและปัญหาต่างๆในสังคมให้สามารถผ่านพ้นไปให้ได้ โดยมีเป้าหมายนำเสนอข่าวสารที่เป็นความจริงรอบด้าน เจาะลึกในรายละเอียดและไม่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม เพราะทุกวันนี้มีความแตกแยกอยู่หลายด้าน ช่อง 5 จะไม่เติมเชื้อไฟแต่จะดึงฟื้นออกจากไฟ เน้นให้ข้อมูลข่าวสารประชาชนให้เกิดประโยชน์ในทุกมิติ แม้มีความขัดแย้งแต่จะมีการนำเสนอข้อมูลทั้ง 2 ด้าน ไม่ตัดสินว่าใครผิดใครถูก โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ขณะที่พบว่าคู่แข่งของสื่อหลักคือ โซเชียลมีเดีย โดยพิธีกรทั้ง 4 ท่านจะนำเสนอข้อมูลรอบด้าน พร้อมกันนี้ให้สัญญากับประชาชนว่าในปี 2565 ช่อง 5 จะเป็นสื่อที่ให้องค์ความรู้แก่ประชาชนครบถ้วนอย่างแท้จริงเพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอมในโซเชียลฯ ชี้แจงความจริงให้สังคม ไม่สร้างความแตกแยกและยึดมั่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนเป็นที่ตั้ง”

ขณะที่ นพ.ชัยวัฒน์ เตชะไพฑูรย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กาแล็กซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า จากการทำงานอย่างใกล้ชิดกับสื่อมวลชนตลอดช่วงที่ผ่านมาและการเล็งเห็นถึงบทบาทของสื่อที่มีต่อการพัฒนาประเทศ จึงได้สนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนมาอย่างต่อเนื่องและครั้งนี้ก็ได้ร่วมมือกับ ททบ.5 เพื่อเสนอข้อมูลข่าวสารสู่ประชาชนในรูปของรายการข่าว โดยเน้นข้อเท็จจริงรอบด้านผ่านผู้ประกาศข่าวที่มากด้วยประสบการณ์  และเมื่อมีพิธีกรเพิ่มขึ้นมา 4 คน จะทำให้เรตติ้งข่าวของช่อง 5 จะขึ้นมาที่อันดับต้นๆ ใน Top 10 ได้ในเวลาประมาณ 3 เดือนนอกจากนี้

ด้านนายกนก กล่าวว่า ได้หารือกับ ผอ.ททบ.5 ว่ารายการต้องเสนอความจริงทุกด้านในสังคม ไม่สร้างความแตกแยก ช่วยฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตโควิด เดินตามนโยบายของททบ.5 โดยแนวทางจากบรรณาธิการข่าว

ส่วนนายสันติสุข คุณธีระ ระบุเช่นกันว่า รูปแบบการนำเสนอข่าวจะเน้นเสนอความจริง ไม่ใช่ความแตกแยก ซึ่งมีเอกลักษณ์การนำเสนอข่าวของพิธีกรแต่ละท่าน และคุณสถาพรจะนำเสนอข่าวเชิงลึกในต่างประเทศทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ให้ครบถ้วนรอบด้าน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา นายสันติสุข ก็ได้โพสต์รูปภาพพร้อมกับข้อความระบุว่า ลาปีฉลู ไปสู่ปีฉลุย ปีเสือ ตั้งแต่วันจันทร์นี้ เราสองคนจะไปเสริฟข่าวค่ำ ที่ช่อง 5 กดหมายเลข 5 เวลา 17.45 – 2 ทุ่ม ครบเครื่อง แน่นเปรี๊ยะ ส่วนที่ท้อปนิวส์ ข่าวค่ำจะเป็นน้องๆ New Gen ติดตามได้ครับ เปิดสลับไปมา เหมือนดูบอลนัดปิดฤดูกาล 555 ขอบคุณท่านผู้ชมที่สนับสนุนท็อปนิวส์มาโดยตลอดครับ

ในขณะที่ทางด้าน นายสถาพร เกื้อสกุล ก็ได้โพสต์ข้อความว่า 1 สิงหาคม 2562 เจอกันครั้งแรก และหลังจากนั้นก็จัดรายการคู่กันมาโดยตลอด แต่วันนี้ 31 ธันวาคม 2564 เป็นวันส่งท้าย ที่เราสองคนไม่มีรายการคู่กัน

ไม่ได้จากไปไหน ยังอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้น้องหมิว Ubonrat Thaonoi – อุบลรัตน์ เถาว์น้อย โตมากพอที่จะโลดแล่นรายการใหญ่ เวทีใหญ่ ต้องรับบทหนักขึ้นกับผู้ประกาศ ที่ต้องนั่งรายการหลักทั้งที่ช่อง 5 และ ที่ท็อปนิวส์
ส่วนผมมีอีกหน้าที่ ที่จะต้องทำมาตั้งแต่ที่เก่าคือการสร้างน้อง ๆ ผู้ประกาศรุ่นใหม่ เพื่อช่วยกันทำหน้าที่ในอนาคต ทดแทนรุ่นพี่ ๆ ที่มีแต่ร่วงโรยลงไปทุกขณะ ดังนั้นทุกรายการของผม ทั้งทางช่อง 5 และ ท็อปนิวส์ จะนั่งคู่กับน้องม่วย ม่วย นิธิตรา แต่รับรองว่าเนื้อหารายการแน่น ทั้งการเมือง และต่างประเทศ เช่นเดิมครับ