สงครามเมียนมาติดรั้วบ้าน?!ไทยตั้งหลักไม่ตกกับดักเลือกข้าง ช่วยมนุษยธรรม พร้อมป้องกันตัวเอง

708

หลังจากกองทัพเมียนมาร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF เปิดปฏิบัติการรบชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง KNU-KNLA ในพื้นที่ติดชายแดนด้านเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.แม่สอด-อ.พบพระ จ.ตาก อย่างรุนแรงและต่อเนื่องมานานกว่า 10 วัน ซึ่งนอกจากจะทำให้ชาวเมียนมาต้องอพยพหนีตายข้ามน้ำเมยเข้าไทยแล้วหลายระลอก ยังมีกระสุน-ลูกระเบิดที่ถูกยิงพลาดเป้าหมายข้ามมาตกฝั่งไทย จนชาวบ้านต้องหนีกันสุดระทึกหลายครั้งแล้ว ขณะที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน – ทหารพราน 36 เตรียมพร้อมรับมือพม่ารบกะเหรี่ยงลาม นำ นร.ท่าตาฝั่ง ชายแดนแม่สะเรียง-เมียนมา ซ้อมอพยพเข้าหลุมหลบภัยหนีกระสุนและระเบิด

พ.อ.สมภพ ใจบุญ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 มอบหมายให้ ร.อ.ปราการ กันเนียม ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3605 จัดกำลังพลจากฐานปฏิบัติการท่าตาฝั่ง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับคณะครู นักเรียน บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ทำการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุของการอพยพครู และนักเรียนออกจากพื้นที่การสู้รบได้อย่างปลอดภัย

โดยสมมติเหตุการณ์ว่ามีการสู้รบกันในเขตประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีกระสุนปืนตกเข้ามาในพื้นที่หมู่บ้านฝั่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการอพยพพลเรือนเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยภายในโรงเรียน คือ หลุมหลบภัย ที่ได้ทำการจัดสร้างเตรียมไว้แล้ว ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 1.50 เมตร มอบให้ครูทำหน้าที่ตรวจเช็กยอดนักเรียนระหว่างเคลื่อนย้าย ซึ่งหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ต้องเพิ่มการจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มสำหรับการดำรงชีพให้ได้อย่างน้อย 3 วัน

ด้านสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพกะเหรี่ยงเคเอ็นยูเป็นไปอย่างดุเดือดต่อเนื่อง กระทบกับชายแดนไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ในพื้นที่ อ.แม่สอด และอ.พบพระ จ.ตาก ทหารเมียนมายังคงยิงอาวุธปืนค.120 และค.81 ลงพื้นที่เคเอ็นยู.เป็นระยะๆ หลังจากได้ปฏิบัติทางอากาศโดยใช้เครื่องบินรบ มิก-29 ทิ้งระเบิด และเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ และยิงใส่ที่มั่นฝ่ายกะเหรี่ยงอย่างหนัก ที่บ้านโซซีเมี่ยน ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุงหมู่ที่ 9 ต.แม่กุ และบ้านเลเตอก่อ ตรงข้ามบ้านดอนชัย ต.แม่ตาว อ.แม่สอดอย่างหนัก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา เชื้อสายกะเหรี่ยงทะลักเข้ามาเขตไทยที่บ้านบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ที่ 9 บ้านแม่กุหลวง หมู่ที่1 จำนวนกว่า 1,000 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครองไทยได้นำผู้ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ชั่วคราวที่สนามกีฬาบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง

สำหรับราษฎรไทยในหมู่บ้านชายแดนที่บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ที่อยู่ติดตามแนวชายแดนได้ต้องปิดประตูบ้านหนีไปอาศัยอยู่กับญาติๆ พื้นที่ตามโรงเรียน และวัด

สถานการณ์ล่าสุดทอ. ยืนยันว่าเครื่องบินเมียนมา ยังไม่ล้ำแดนไทย แต่ไทยไม่ประมาทเกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่อย่างไม่คลาดสายตา โดยเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2564 พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี  โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่การสู้รบบริเวณชายแดนเมียนมาได้รับสัญญาณหรือการแจ้งเตือนการลุกล้ำเข้ามาในเขตประเทศไทยหรือไม่ว่า  ขณะนี้ยังไม่ได้พบว่ามีเครื่องบิน หรือ อากาศยานที่มีเจตนารมณ์หรือเป้าหมายเข้ามาในประเทศไทย ยังคงประสานงานกับหน่วยป้องกันเฝ้าระวังในพื้นที่ตามปกติ  

ยืนยันว่า รายงานล่าสุดก็ยังไม่มีบินล้ำเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ ภารกิจทอ.มีภาระหน้าที่ในการตรวจระบบเฝ้าระวังภัยทางอากาศ ป้องกันภัยคุกคามทั้งหมดของประเทศ มีสถานีเรด้าร์รายงาน11 แห่งทั่วประเทศ

โฆษกกล่าวว่า “ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศไทย มีความพร้อม และเราเห็นภาพที่ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งการให้ข้อมูลในลักษณะที่เป็นภาพ ไม่สามารถให้ได้ เพราะจะเกิดผลกระทบทั้งสองฝ่าย จะเป็นการชี้เป้าไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์กับไทย เขาไม่มีเจตนาลุกล้ำเข้ามา  และเป็นเรื่องภายในประเทศเพื่อนบ้านของเรา และเขาเป็นมิตรที่ดีกับเราเสมอมา”

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนแม่สอดในภาพรวม ทางกองกำลังนเรศวร และฝ่ายปกครอง ได้เพิ่มมาตรการลาดตระเวน เฝ้าตรวจพื้นที่ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล