จีนเช็คบิลสมุนรับใช้เมกา??ซัดลิทัวเนียซ่าขู่อุ้มชูไต้หวัน ฟาด’คุณตีเรา-เราจะตีกลับให้หนักขึ้น’

1423

ในช่วงเวลาแห่งความสุขของเทศการคริสต์มาสและปีใหม่ ไม่ได้มีความหมายเลยในการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อมหาอำนาจสหรัฐยังคงเดินหน้ายุยงให้เกิดรอยร้าวไปทั่วทุกภูมิภาคของโลก เพื่อจุดมุ่งหมายทำลายคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซีย กรณีล่าสุด ประเทศลิทัวเนียซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของยุโรป ออกหน้าซ่ากับจีน ใช้กรณีไต้หวันท้าทายจีนด้วยการเปิดสำนักงานการทูตให้ไต้หวันอย่างเอิกเกริก และคนของรัฐสภาลิทัวเนียก็พากันไปเยี่ยมไต้หวัน ตามส.ส.ของสหรัฐไปติดๆ เรียกว่าเปิดหน้าชก จีน อย่างก้าวร้าว เพราะมั่นใจว่าพี่ใหญ่อย่างสหรัฐจะหนุนเต็มที่ ขณะที่กำลังดึงสหภาพยุโรปเข้ามาร่วมขบวนต้านจีนอย่างเอาการเอางาน  ด้านจีนประกาศเสียงดังฟังชัดว่า เมื่อคุณตีเรา เราจะตีกลับให้หนัก มาตรการแรกของจีนคือ ตอบโต้โดยลดระดับสัมพันธ์การทูตกับลิทัวเนีย ให้เหลือแค่ตัวแทน-งดออกวีซ่า และถอนทูตจีนจากประเทศลิทัวเนียทันที 

วันที่ 24 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวโกลบัลไทมส์รายงาน กระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าวประจำวันชี้แจงการ ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับลิทัวเนีย ลงมาอยู่ที่ระดับอุปทูตรักษาการ โดยระบุว่า รัฐบาลลิทัวเนียสมคบคิดกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ( ดีพีพี ) เพื่อแบ่งแยกดินแดนไต้หวันออกจากจีน ซึ่งถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง ต่อพื้นฐานของหลักการจีนเดียว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนเกิดขึ้น หลังสำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำลิทัวเนียเปิดทำการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยสำนักงานดังกล่าว ถือเป็นสำนักงานการทูตแห่งแรกของไต้หวันในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ที่ใช้คำว่า ไต้หวัน แทน ไทเป ซึ่งการใช้ชื่อเมืองหลวงของไต้หวันแทนชื่อสำนักงานทางการทูต เป็นสิ่งที่แทบทุกประเทศบนโลกที่มีความสัมพันธ์กับไต้หวัน ปฏิบัติมาตลออด เพื่อสื่อถึงการยึดมั่นต่อหลักการจีนเดียว และหลีกเลี่ยงการมีปัญหากับรัฐบาลจีน

จ้าว ลี่เจียน (Zhao Lijian)โฆษก กระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า “ฝ่ายลิทัวเนียต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวสำหรับปัญหาร้ายแรงในความสัมพันธ์จีน-ลิทัวเนีย” และยืนยันว่า “จีนไม่กลั่นแกล้งหรือลงโทษผู้อื่นอย่างหยาบคาย ใช้อำนาจศาลที่มีสิทธิ์ปราบปรามธุรกิจต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายของจีน”

เขากล่าวเสริม”สิ่งที่ลิทัวเนียควรทำคือเผชิญกับปมของปัญหาในความสัมพันธ์กับจีน ไตร่ตรองตัวเอง ยอมรับและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างจริงจัง แทนที่จะเรียกร้องการสนับสนุนจากสหรัฐฯ สหรัฐฯ ควรหยุดบิดเบือนข้อเท็จจริงและบิดเบือน ก่อเปลวไฟแห่งความขัดแย้งอย่างไม่จบสิ้น” 

ปักกิ่งได้ประกาศไปแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนว่าจะหยุดการออกวีซ่าให้กับลิทัวเนีย สี่วันหลังจากที่ยุติความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตกับประเทศบอลติก ในขณะเดียวกัน ลิทัวเนียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ประกาศคว่ำบาตรการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่จีนจัดขึ้นที่ประเทศจีนด้วยข้ออ้างด้านสิทธิมนุษยชนตามสหรัฐฯ

ด้านนายกีตานัส เนาเซดา(Gitanas Nauseda) ประธานาธิบดีลิทัวเนีย ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า ลิทัวเนียมีสิทธิ์ตัดสินใจเองว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศใด และที่ผ่านมาสหรัฐก็สนับสนุนลิทัวเนียด้วย

นายแอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐกล่าวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลิทัวเนียว่า สหรัฐจะช่วยต่อต้านแรงกดดันจากจีน ที่เกิดขึ้นจากการที่ลิทัวเนียพยายามสานสัมพันธ์กับไต้หวัน

หลังจากยั่วยุจีนอย่างไม่ระมัดระวัง ลิทัวเนียก็หันไปหา “ความช่วยเหลือ” จากสหภาพยุโรป สื่อลิทัวเนียต่างพาดพิงว่าลิทัวเนียถูกกลั่นแกล้งจากระบบประกาศศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ของจีน กรณีนี้ กาบรีเลียส แลนซ์เบอร์กิซ(Gabrielius Landsbergis) รัฐมนตรีต่างประเทศลิทัวเนียกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่าประเทศบอลติกจะฟ้องร้องต่อสหภาพยุโรปและขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปช่วยแก้ไขปัญหา 

ลิทัวเนียกำลังพยายามตรึงปัญหาของตนเองไว้ในสหภาพยุโรป เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อดึงสหภาพยุโรปเข้าสู่ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ของบรัสเซลส์กับปักกิ่ง และเป็นอันตรายต่อการค้าของสมาชิกสหภาพยุโรป 27 ประเทศกับจีน สหภาพยุโรปไม่ต้องการทำให้มันเป็นข้อตกลงที่ก่อปัญหาใหญ่ขึ้น แต่สำหรับลิทัวเนียและสหรัฐอเมริกา ยิ่งยุ่งเหยิงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น 

ที่ผ่านมาสหภาพยุโรปยอมรับและยึดมั่นในหลักการจีนเดียว แต่สหรัฐฯยังหวังว่าสหภาพยุโรปจะเข้าร่วมในการท้าทายจีนในคำถามเกี่ยวกับไต้หวัน โดยทำให้แนวคิดที่เกี่ยวข้องสับสน พยายามชูบทบาทของเกาะในเวทีระหว่างประเทศ และอื่นๆ 

ลิทัวเนียเลือกเอาใจสหรัฐฯ และยั่วยุจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ความพยายามดึงสหภาพยุโรปเข้าร่วมขบวนก็คือการทำให้ภูมิภาคนี้แตกแยก บรัสเซลส์ตระหนักดีถึงเรื่องนี้ แต่อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเนื่องจากมีกำลังและความคิดเห็นที่แตกต่างกันมากมายภายในสหภาพยุโรป

สุ่น เคคิน(Sun Keqin) นักวิจัยจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศร่วมสมัยของจีน กล่าวว่า“สหรัฐฯ และประเทศตะวันตกที่สำคัญอื่นๆ บางประเทศนั้นหน้าซื่อใจคดมาก ด้านหนึ่งพวกเขาไม่ต้องการละทิ้งตลาดจีนและไม่เต็มใจที่จะยั่วยุจีนในเรื่องเช่นคำถามของไต้หวัน ในทางกลับกัน พวกเขากำลังส่งเสริมประเทศเล็ก ๆ เช่น ลิทัวเนียที่ยั่วยุจีนโดยประมาท เพื่อที่ประเทศเล็กๆ เหล่านี้จะสูญเสียตลาดจีน และบริษัทของประเทศตะวันตกรายใหญ่เหล่านั้นจะเข้ามาเสียบแทน”