ทรัมป์กลับลำ?!? เรียกร้องสภาฯเร่งผ่านกม.เยียวยาประชาชนจากโควิด-19 พร้อมอุ้มการบินและเอสเอ็มอี

1464

หลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ทวิตว่าได้สั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลเจรจาแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจกับพรรคเดโมแครตจนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จรู้ผล เขย่าตลาดหุ้นร่วงและวงการธุรกิจส่ายหน้าทันที และอาจเพราะกระแสลบจากการดีเบตของสองผู้แข่งขันรองประธานาธิบดี กัมมาลา แฮร์ริสจากพรรคเดโมแครต และไมค์ เพนซ์จากพรรครีพับลิกัน ถึงไม่ปังแต่ส่งผลสะเทือนต่อภาพรวมของทรัมป์และทีมงานไม่น้อย จึงเร่งเปลี่ยนท่าทีเป็น เร่งให้สภาคองเกรสและวุฒิสภาผ่านกฏหมายฟื้นฟูเยียวยาประชาชน อย่างกับหนังคนละม้วน

ฟ็อกซ์นิวส์ของสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขอให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่กี่ชั่วโมงหลังการเจรจาล่ม โดยนายทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อคืนนี้ (พุธที่ 7 ต.ค.) เพื่อขอให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม แม้ว่าก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่าเขาจะยกเลิกการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านคือพรรคเดโมแครตไปจนถึงหลังการเลือกตั้งในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯควรจะอนุมัติแผนช่วยเหลือคนงานในธุรกิจการบินรวมมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯและโครงการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็กมูลค่า 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งสองโครงการนี้ควรจะได้รับอนุมัติครบถ้วนโดยโยกเงินทุนส่วนที่ไม่ได้ใช้จากกองทุนที่ตั้งตามกฎหมายดูแลสุขภาพ ทันที่สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายนี้ เขาจะลงนามบังคับใช้ทันที

ต่อมานายทรัมป์ ทวีตข้อความฉบับที่ 2 ห่างจากทวิตเตอร์ฉบับแรกไม่เกิน 30 นาที ระบุว่า ถ้าเขาส่งเช็คโครงการช่วยเยียวยาให้กับประชาชน(คนละ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ประชาชนจะไปขอบคุณบรรดานักการเมืองทันที เพิ่มเติมว่าเขาพร้อมจะลงนามบังคับใช้กฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับนี้โดยเร็ว อยากทราบว่านางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯฟังอยู่หรือไม่

สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!
สั่งซื้อเม็ดมะม่วง คลิก!!

ที่ผ่านมา ส.ส.และสว.จากพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการช่วยเยียวยาด้วยตัวเลขที่น้อย โดยก่อนหน้านี้ พรรคเดโมแครตเสนอแผนเยียวยาประชาชนรวมมูลค่า 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ลดจากเดิม 3.4 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐบาลของนายทรัมป์เสนอแผนเยียวยารวมมูลค่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้นางเพโลซี ปฏิเสธ ระบุว่าเป็นจำนวนงบประมาณที่น้อยเกินไป ไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน