สหรัฐฯหน้าแหก!!นาโตเสียงแตก อังกฤษ-เยอรมัน-ฝรั่งเศสค้าน ไม่ส่งทหารหนุนยูเครน

665

สถานการณ์ตึงเครียดชายแดนยูเครน-รัสเซียเขม็งเกลียวอย่างหนักช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดสมาชิกสำคัญของนาโตทั้งสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและเยอรมันมีท่าทีเปลี่ยนไป ระบุจะไม่ส่งทหารเข้าไปยูเครน และยืนยันจะไม่ให้มีการตั้งฐานขีปนาวุธเพิ่มเติมในพื้นที่ หลังรัสเซียแสดงท่าทีเชิญทุกฝ่ายเจรจารักษาสัญญาสันติภาพที่มีอยู่เดิม แต่ดูเหมือนจะไปเป็นผล จึงแสดงศักยภาพทางทหารอวดอาวุธใหม่พร้อมลุย

นอกจากนี้รัสเซียได้เปิดโปงพฤติกรรมของสหรัฐและนาโตที่จัดให้มีการซ้อมรบทางทหารหลายครั้งในสนามหลังบ้านของรัสเซีย เป็นการยั่วยุทางทหารที่รัสเซียไม่อาจยอมรับ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างมอสโกและวอชิงตันเกี่ยวกับยูเครน

 

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2564 สำนักข่าวสปุ๊ตนิค(Sputnik) รายงานว่า นายเบน วอลเลซ (Ben Wallace:British Defense Secretary ) รมว.กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร กล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สหราชอาณาจักรจะไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปในยูเครน แม้ในกรณีที่รัสเซียจะเริ่มปฏิบัติการตามที่ สหรัฐฯกล่าวอ้างว่าจะขยายสถานการณ์รอบ ๆ ยูเครน เนื่องจากยูเครนไม่ใช่สมาชิกนาโต้ ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้อย่างสูงที่ใครจะส่งทหารเข้าไปท้าทายรัสเซีย ท่าทีของสหราชอาณาจักรสอดคล้องกับสหรัฐฯที่ลดความก้าวร้าวลงในทางการทูต 

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

โดยเมื่อต้นเดือน ธ.ค.64 ปธน.โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าทั้งสหรัฐฯ และนาโต้ ไม่มีพันธกรณีที่จะปกป้องยูเครนกรณีสถานการณ์ขยายตัว แต่การเคลื่อนไหวในพื้นที่ตรงกันข้ามกับคำกล่าว เพราะสหรัฐฯและนาโตได้ส่งกำลังซ้อมรบอื้ออึงในยูเครน ทำให้ปธน.ยูเครนให้สัมภาษณ์อย่างกร้าวว่า จะไม่ยอมถอยให้รัสเซียในภารกิจแก้ปัญหาพิพาทกับดินแดนดอนบาส อีกทั้งยังอวดแสนยานุภาพทางทหารที่ได้จากการสนับสนุนของสหรัฐ ยิงจรวดเข้าใส่เขตพิพาทดอนบาสเห็นกันจะจะ แต่เรื่องนี้ไม่มีรายงานในสำนักข่าวตะว้นตก มีแต่สื่อของรัสเซียและพื้นที่รายงาน

ขณะที่เลขาธิการนาโต,พลเอก เยนส์ ชโตลเทนเบิร์ก ให้สัมภาษณ์อย่างดุเดือดว่า สหรัฐและนาโตเล็งคว่ำบาตรรัสเซีย โดยตัดออกจากระบบSWIFTเครือข่ายทั่วโลก เพื่อโดดเดี่ยวรัสเซียทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ถ้ารัสเซียบุกยูเครน

ด้านรัสเซียใช้กลยุทธ์ทั้งทางการทูต เศรษฐกิจและการทหารอย่างต่อเนื่อง ได้หักล้างข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ-พันธมิตรตะวันตกและยูเครนหลายครั้งว่ารัสเซียมีแผนการกระทำที่รุกราน โดยยืนยันว่ารัสเซียไม่มีเจตนาที่จะคุกคามหรือรุกรานประเทศใด และรัสเซียย้ายกำลังทหารภายในประเทศตนเอง พร้อมแฉละเอียดยิบว่า สหรัฐฯและนาโตเคลื่อนไหวทางทหารอย่างไรบ้างระยะนี้ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ เรียกว่า  การโฆษณาชวนเชื่อของสหรัฐฯในการป่าวร้องว่า รัสเซียจะบุกยูเครนไม่สำเร็จผล เพราะรัสเซียตอบโต้ข่าวสารอย่างทันการณ์ในทุกประเด็น

เอริค เซมมัวร์(Eric Zemmour) คู่แข่งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า “ฉันต้องการเตือนคุณว่าเมื่อกำแพงเบอร์ลินถูกทำลายและสหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี 1991 ปธน.สหรัฐ จอร์จ เอชดับเบิลยู บุช สัญญากับผู้นำโซเวียต มิคาอิล กอร์บาชอฟว่าอเมริกาจะไม่ส่งกองกำลังของตนเข้าใกล้พรมแดนของรัสเซีย จึงเป็นเรื่องชอบธรรมที่รัสเซียจะกังวลและเรียกร้องให้อเมริกาและนาโตรักษาสัญญา” เขากล่าวเสริมว่า ยูเครนเป็นส่วนสำคัญของรัสเซียมาหลายศตวรรษซึ่งเป็นเหตุผลที่เขาตั้งข้อสังเกตว่า ต้องเข้าใจว่าชาวรัสเซียไม่ต้องการ เห็นชาวอเมริกันและนาโต้ขึ้นฝั่งที่ชายแดนของตนอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้มีการโทรศัพท์พูดคุยกันระหว่างปธน.ปูติน แห่งรัสเซียกับนายเอ็มมานูเอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศสเกี่ยวกับ กรณีรัฐบาลยูเครนกำลังยกระดับสถานการณ์ในดอนบาส โดยได้รับการหนุนหลังจากตะวันตกบางประเทศ เท่ากับหนุนให้เกิดการก่ออาชากรรมสังหารหมู่ปชช.ในดอนบาส 

ปูตินเน้นว่าการเพิ่มกำลังทหารและอาวุธร้ายแรงสร้างภัยคุกคามด้านความปลอดภัยสำหรับรัสเซีย ทั้งเป็นการละเมิดข้อตกลงสันติภาพมินสค์

เมื่อเร็วๆนี้มาครงและโชลซ์(Macron และ Scholz) เรียกร้องให้ลดความตึงเครียดที่ชายแดนรัสเซีย – ยูเครน เป็นท่าทีล่าสุดที่สวนทางกับเลขาธิการนาโต

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2564 นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนีเยือนต่างประเทศครั้งแรกเพื่อพบปธน.ฝรั่งเศสในกรุงปารีส

โอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนีกล่าวว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง เขาแสดงการสนับสนุนการเจรจาทางการทูตรูปแบบนอร์มังดี ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างเยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย และยูเครน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยแก้ไขวิกฤติ มากกว่าการส่งทหารไปเผชิญหน้ากับรัสเซีย ปธน.มาครง แสดงท่าทีเห็นด้วยและเปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเมื่อวันศุกร์ และจะหารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในยูเครนตะวันออก