เบื้องลึกเดชอิศม์คว่ำชินวรณ์ เกมประลองกำลังหน.-เลขาฯพรรค คนซ้ำใจคือ “ลุงชวน”

1336

จากเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2564 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ ซึ่งได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งนั้น

ทั้งนี้ในการเลือกตำแหน่งดังกล่าวขึ้นมาเพื่อแทนนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ที่ลาออกไป มีคู่ชิงที่น่าจับตามีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของพรรคเก่าแก่พรรคนี้เกิดขึ้น เมื่อนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการประธานสภาฯ นั่นคือ นายชวน หลีกภัย เป็นผู้เสนอชื่อนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ขณะที่นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี ได้เสนอชื่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้

โดยผู้ได้รับเสนอชื่อทั้ง 2 คน ได้จับฉลากหมายเลข ซึ่งผลปรากฏว่านายชินวรณ์ได้หมายเลข 1 และนายเดชอิศม์ได้หมายเลข 2 โดยใช้วิธีเข้าคูหากาบัตรลงคะแนน

หลังการลงคะแนนเสร็จสิ้นผลปรากฏว่านายเดชอิศม์ ได้คะแนน 58.9 เปอร์เซ็นต์ นายชินวรณ์ได้คะแนน 39.4 เปอร์เซ็นต์ ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 3 เปอร์เซ็นต์ จากองค์ประชุมทั้งสิ้น 350 คน ทำให้นายเดชอิศม์ได้ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคใต้อย่างเป็นทางการ ซึ่งหากจำเพาะเจาะจงไปที่เสียงส.ส.พรรคที่มาใช้สิทธิ์ 70 % นั่นคือ จำนวน 48 คน ปรากฏว่าเลือกนายชินวรณ์ 19 คน เลือกนายเดชอิศม์ 28 คน และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 คน

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า เหตุการณ์ในวันนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ที่สำคัญยิ่งต่อพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคนี้ เมื่อไล่ย้อนประวัติดูก็จะพบว่า นายเดชอิศม์ เพิ่งเข้ามาเป็นส.ส.เพียง 1 สมัย หรือ สมัยแรกเท่านั้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ขณะที่นายชินวรณ์ เป็นส.ส.มายาวนานถึง 9 สมัยแล้ว นี่เองที่ทำให้เกิดคำถามว่า ด้วยเหตุอันใดทำให้ผู้แทนที่เพิ่งย่างก้าวสภาฯถึงได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรคถึงได้ก้าวกระโดดขึ้นคุมภาคใต้ทั้งหมด ทั้งที่นายชินวรณ์เองก็หมายหมั้นปั้นมือในตำแหน่งนี้มาตลอด

เรื่องนี้ทีมข่าวเดอะทรูธ อยากจะฉายถึงเบื้องหลังของคนทั้งคู่ให้ทราบพอเป็นข้อมูลให้ผู้สนใจได้คิดวิเคราะห์ร่วมพิจารณาต่อไป เริ่มที่นายชินวรณ์ ที่แน่นอนว่า นายหัวชวน ผู้มากบารมีในพรรคให้ความสนับสนุนมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็เช่นกัน นายหัวชวนก็ผลักดันให้นายชินวรณ์ นั่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อคุมภาคใต้ เพราะมีความเหมาะสมด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง โดยมีทีมหนุนที่แข็งแกร่งทั้งหัวหน้าพรรคคือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และนายนิพนธ์ บุญญามณี นักการเมืองคนดังแห่งเมืองสงขลา ผู้ที่ถูกนายอันวาร์ สาและ ออกมาเปิดโปงว่าเป็นผู้มีอิทธิพลยิ่งในพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่ฝั่งนายเดชอิศม์ ส.ส.สมัยแรก แต่ก็เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมายาวนานในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งน่าสนใจเมื่อฉายภาพเบื้องหลังถึงผู้สนับสนุนผลักดันให้กระโดดขึ้นนั่งเก้าอี้รองหัวหน้าพรรคคุมพื้นที่ภาคใต้ได้ก็ย่อมไม่ธรรมดา ซึ่งว่ากันว่า ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ เลขาธิการพรรค อย่างนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นั่นเองที่เป็นคนหนุนนายเดชอิศม์ จนประสบผลสำเร็จได้เก้าอี้สมใจ

ดังนั้นเองเมื่อมองเข้าไปก็จะเห็นว่า การชิงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ครั้งนี้ เป็นการประลองกำลังกันระหว่างสองขั้วอำนาจภายในประชาธิปัตย์  ฝ่ายหนึ่งคือ นายจุรินทร์ จับมือกับนายนิพนธ์ หนุนนายชินวรณ์ โดยมีนายหัวชวนดันอยู่ข้างหลัง และนี่เองที่ทำให้ นายชวนต้องกลายเป็นคนที่เจ็บซ้ำมากที่สุดคนหนึ่ง เมื่อคนที่เสนอชื่อนายเดชอิศม์ กลับเป็นคนสนิทเคยเป็นเลขาตัวเองนั่นคือ นายอิสระ ขณะที่อีกขั้วชัดเจนแล้วว่าวันนี้ นายเฉลิมชัย เลขาฯพรรคได้จับมือผนึกกับนายเดชอิศม์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้พรรคเก่าแก่ ด้วยการส่งส.ส.สมัยแรกขึ้นคุมภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค

อย่างไรก็ตามงานนี้ หากตีวงแคบเข้ามา จึงเห็นได้ชัดแจ้งแล้วว่า เป็นการประลองกำลังกันระหว่าง หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ด้วยคนที่ชื่อเฉลิมชัย ซึ่งน่าจับตาเป็นอย่างยิ่งกับบทบาทประชาธิปัตย์ต่อไป ที่ย่ำรอยความเดิมๆมายาวนาน จะพลิกโฉมหน้าเกิดอะไรแปลกใหม่ขึ้นอีกหรือไม่ โดยคนซ้ำใจสุดๆ ที่หนีไม่พ้นนั่นคือ ลูกแม่ถ้วน ชวน หลีกภัย!!!