สุดทน!!อดีตขุนคลังโอบามาเฉ่งไบเดน กม.Build Back Betterทำเงินเฟ้อ-ขาดดุลพุ่ง ฉุดศ.หัวทิ่ม

770

กฎหมายการใช้จ่ายเพื่อสังคม 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ของปธน.โจ ไบเดน หรือที่รู้จักในชื่อกฎหมายบิลด์แบ็คเบ็ทเทอร์ Build Back Better (BBB) ​​กลายเป็นปัจจัยผลักดันความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของโอบามา 2 คน เตือนเดือดพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายว่า แผนใช้งบฯดังกล่าวรวมกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ที่ผ่านการอนุมัติไปแล้วจะส่งผลให้ขาดดุลปีละกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะผลักดันเงินเฟ้อให้ทะยานสูงขึ้นจนอาจคุมไม่อยู่ ผลักประเทศเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ

วันที่ 16 ธ.ค.2564 สำนักข่าวโกลบัลไทมส์เปิดเผยว่า ลาร์รี ซัมเมอร์(Larry Summers) อดีตรัฐมนตรีคลังในฝ่ายบริหารของคลินตัน( Clinton) และสตีเฟน แรทเนอร์(Steven Rattner) สมัยโอบามา (Obama) กล่าวว่า “อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นในปี 2022 และ 2023 ด้วยกฎหมายใช้จ่ายงบฯ Build Back Better ของปธน.โจ ไบเดน” เขาเสริมว่าในมุมมองระยะยาวของเขา จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจสหรัฐในระยะยาว

Washington, DC, U.S. – Larry Summers, an economist 

ซัมเมอร์ทวีตคำเตือนของเขาเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมหลายคนในรัฐบาลปธน.โจ ไบเดน ยึดติดกับแนวคิดที่ว่าอัตราเงินเฟ้อเกิดจากคอขวดซัพพลายเชนและในไม่ช้าจะลดระดับลงสู่ระดับปกติ แนวคิดที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับคืนสู่ระดับที่ใกล้เป้าหมายของเฟดในเร็วๆ นี้ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง”

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอ้างถึงรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯเกี่ยวกับราคาผู้บริโภคคือ CPI ที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองใดระบุว่า”อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในวงกว้างในภาคต่างๆส่วนใหญ่ของสหรัฐ” และพุ่งสูงสุดในรอบ40ปีที่ 6.8% ขณะที่ ราคาผู้ผลิตคือPPI 9.6% สูงสุดในรอบ 40 ปีเช่นกัน

ซัมเมอร์เชื่อว่า “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในฤดูใบไม้ร่วงหน้า อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงเหลือ 5% แต่ยังมีเวลาที่จะหยุดยั้ง  ไม่ให้เกิดวิกฤตเงินเฟ้อครั้งใหญ่ในปี 1970 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งขึ้นเกือบ 20%

สตีเฟน แรทเนอร์(Steven Rattner) หัวหน้าที่ปรึกษาของเพรสซิเดนทัล แท็คฟอร์ซ (Presidential Task Force) ได้กล่าวถึงความกังวลของซัมเมอร์ เกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น เขากล่าวว่าอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะแก้ปัญหาได้

แรทเนอร์กล่าว “มันจะเจ็บปวดสำหรับการเติบโต มันจะเจ็บปวดสำหรับการสร้างงาน และปีหน้าเราจะมีการเลือกตั้งที่จะมีความซับซ้อนซึ่งจะต้องมีการทุ่มเงินจำนวนมาก”

นอกจากนี้ อดีตผู้ช่วยของโอบามาคาดการณ์ว่ากฎหมายบิลด์แบ็คเบ็ทเทอร์ (BBB) “จะเพิ่มการขาดดุล 150% มูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี และก่อหนี้ 125%ต่อจีดีพี”

ในการปรากฏตัวในรายการ MSNBC Morning Joe เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา แรทเทอร์เน้นว่า ปัญหาเกิดขึ้นจากแพ็คเกจบรรเทาทุกข์จากไวรัสโคโรน่ามูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของไบเดน เขากล่าวว่า“แผนกู้ภัยของอเมริกามูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งผ่านสภาฯในเดือนมีนาคม เน้นที่การกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าการลงทุน ซึ่งมีส่วนอย่างมากต่อระดับเงินเฟ้อในปัจจุบัน”

ความเห็นของอดีตขุนคลังทั้งสอง สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (CBO)ที่เผยแพร่ในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ว่ากฎหมายบิลด์แบ็คเบทเทอร์  จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางได้ 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีในทศวรรษหน้า