ชำแหละเบื้องลึก 7 ข้อ ขบวนการลดโทษคดีโกงชาติ ยิ่งชัด ใครต้องรับผิดชอบ? โซเชียลย้อนถามพรรคฝ่ายค้าน ทำไมครั้งนี้ถึงรูดซิปปาก

829

จากที่เป็นประเด็นร้อนแรงมาตลอดในช่วงสัปดาห์นี้ เรื่องปมลดโทษของเหล่าบิ๊กเนมคดีโกงจำนำข้าว ที่ได้ปรับลดโทษลงมาอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลาไม่นาน และทำโทษจำคุกเหลือน้อย จนสังคมเคลือบแคลงใจ ถึงความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้น

 

ล่าสุดนายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thepmontri Limpaphayorm ระบุว่า…

ใครคือคนที่ต้องรับผิดชอบ ? โทษทัณฑ์ในคดีคนโกงรับจำนำข้าว ทุจริตคอรัปชั่นในหน้าที่ทางราชการ ต้องจำคุกเป็นเวลาหลายสิบปี แต่อยากลดโทษให้ ต้องทำแบบนี้ใช่หรือไม่

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

1.ใช้อำนาจออกกฎกระทรวง ตระเตรียมความพร้อม ไม่มีความเท่าเทียม ใช้ดุลยพินิจคัดเลือก ขาดมาตรฐาน

2.คัดสรรคนที่อยากจะช่วยเหลือโดยอ้างกฎกระทรวงที่ตนเองเป็นประธานกรรมการฯ ชงเอง พิจารณาเอง ออกเอง

3. อ้างเบื้องสูง ว่าเป็นโบราณราชประเพณีที่จะพระราชทานอภัยโทษในวันสำคัญ ขอพระราชทานบ่อย ร่างพระราชกฤษฎีกา เข้าคณะรัฐมนตรี ออกเป็นมติให้ความเห็นชอบ

4.ใช้คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า นายกรัฐมนตรีถูกยอมมัดมือชง “เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ” เข้าทำนองลงเรือลำเดียวกันแล้ว ขยับไปไหน ไล่ให้ออก นายกรัฐมนตรีก็พลอยซวยไปด้วย

5. ฉลาดพันลึก เพราะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว พระมหากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ใช้ช่องว่างตรงนี้ ใครออกมาร้องเรียนก็อ้างว่าทำถูกระเบียบ

6.กลุ่มคนจงรักภักดี จะขอถวายฎีกาฟ้องความจริงก็โยนประเด็น อาจเป็น “การระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท”

7.ความจริงของเรื่องนี้เป็นไปอย่างมากว่าต้นต่อแห่งปัญหาที่ชงเอง เสนอเองทำให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะทำกันเป็นขบวนการเสียมากกว่า

ประชาชนอย่างผมคิดเช่นนี้ ใครจะรับผิดชอบเมื่อชาติบ้านเมืองเสียหาย อับอายขายหน้าไปทั่ว กรรมการที่ตั้งขึ้นมาให้ทำการสอบสวน ผลการสอบสวนออกมาก็จะให้กระทรวงยุติธรรมรับไปดำเนินการ คำพูดคนระดับรองนายกรัฐมนตรี เอวัง แบบนี้ประชาชนสิ้นหวัง มีแนวโน้มลอยนวลปล่อยผ่าน หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ผมตื่นขึ้นมา ผมก็ยังอยู่ในประเทศไทย ต้องทนรับความทุกข์ต่อไปครับ

ขณะที่สังคมในโลกออนไลน์ต่างตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องนี้ มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู แต่นักการเมืองฝ่ายค้าน กลับไม่มีพรรคไหนออกมาพูดเรื่องนี้แม้แต่น้อย ทั้งพรรคก้าวไกล เพื่อไทย และเสรีรวมไทย ทั้ง ๆ ที่ทุกครั้งจะไม่พลาดแซะรัฐบาลแน่นอน แต่กลับพบว่ามีพรรคไทยภักดีที่นำทีมโดยหมอวรงค์ ออกมาเคลื่อนไหว จะไม่ยอมให้มีการลดโทษที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น แม้แต่ในรัฐสภา ส.ว.วันชัย สอนสิริ ยังต้องทำหน้าที่แทนส.ส.ฝ่ายค้าน ที่เป็นคนเปิดหน้าซักถามนายสมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ว่ากระบวนการลดโทษนั้นโปร่งใสหรือไม่ ประชาชนข้องใจและอยากให้มีการอธิบายชัด ๆ เพราะส.ส.ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง จึงต้องมีส.ว.เอาไว้ เพราะเหตุนี้เอง บางคอมเม้นต์ในโลกออนไลน์ยังตั้งข้อสงสัยด้วยว่า การที่พรรคฝ่ายค้านไม่พูดเรื่องนี้ เพราะก็เตรียมจะเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องด้วยหรือไม่ ว่าหากติดคุก ก็ยังลดโทษได้อย่างรวดเร็ว และเป็นเรื่องน่าแปลกที่ลิ่วล้อกลุ่ม 3 นิ้ว ก็ไม่มีการกล่าวถึงประเด็นนี้ด้วย


อย่างไรก็ตามทางด้านหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ฝ่ายค้านไม่มีน้ำยา” ระบุด้วยว่า ผมสังเกตท่าทีของฝ่ายค้าน ไม่มีน้ำยาใด ๆ ที่จะทำอะไรรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้เลย เพราะขนาดเหตุการณ์ลูกเข้าเท้า กรณีอภัยโทษนักโทษโกงชาติ แต่ฝ่ายค้านก็ไม่กล้า เพราะหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ไม่ต้องพูดถึงม็อบล้มล้างสถาบัน ที่เผาได้แม้แต่ครุยวิทยฐานะของตนเอง ที่แสดงถึงคณะและสถาบันที่ตนเองศึกษา ไม่ได้เกี่ยวใด ๆ กับสิ่งที่ตนเองต้องการล้มล้าง การเผาจึงสะท้อนถึงกึ๋นของม็อบ และเท่ากับทำลายตนเอง

วันนี้ผมจึงมั่นใจว่าฝ่ายค้าน ไม่มีฝีมือเพียงพอ ที่จะเปิดยุทธการณ์ทำลายรัฐบาล สิ่งที่ฝ่ายค้านทำได้คือสร้างวาทกรรม เพื่อแบ่งแยกประชาชน สร้างความเกลียดชัง เท่านั้น

แต่ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลจะสบาย ๆไม่มีปัญหาใด ๆ เพราะสถานะของรัฐบาลวันนี้ ไม่ต่างจากเรือเดินสมุทรที่ล้อมรอบด้วยทะเล โอกาสที่เรือจะจมลงเองนั้นยากมาก เพราะไม่มีคลื่นลมที่หนักหน่วง ยกเว้นคนในเรือทำให้เรือรั่ว น้ำทะเลเข้า เรือก็จมลงได้

ปัญหาของรัฐบาลก็ไม่ต่างจากเรือ ฝ่ายค้านทำอะไรไม่ได้ แต่คนใน ครม.ต่างหากที่มีปัญหา ตั้งแต่รถไฟทางคู่ มาต่อเรื่องดาวเทียมไทยคม และอภัยโทษพวกโกงชาติ ยังไม่นับเรื่องการกระทำอีกหลายอย่างที่ประชาชนอึดอัด ที่จะลดศรัทธาต่อรัฐบาล และจะมีปัญหาตามมาได้ อย่าคิดอะไรมากครับ รักกันห่วงกันก็แนะนำกันครับ ถ้าไม่ปรับปรุงก็ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะประเทศชาติต้องมาก่อนรัฐบาล