กลุ่มสิทธิ์ฯหายหัวไปไหน??จีนร้องโลกเอาผิดสหรัฐ’ก่ออาชญากรรม’ เมินลงโทษโดรนถล่มอัฟกันดับ

531

โดรนสหรัฐฯ โจมตีทำลายชีวิตพลเมือง 10 รายในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน ในนั้นรวมถึงเด็ก 7 คน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จีนประณาม “คือความโหดร้ายป่าเถื่อน”พร้อมเรียกร้องประชาคมนานาชาติเอาผิดอเมริกาโทษฐานก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะที่เที่ยวคว่ำบาตรประเทศอื่นด้วย ข้ออ้างประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และพฤติกรรมสวนทางคำโฆษณาชวนเชื่อ

 

เมื่อวันอังคารที่ 14 ธ.ค.25634 สำนักข่าวซีจีทีเอ็นรายงานว่า หวัง เวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงข่าวในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า “ในขณะที่สหรัฐฯ โฆษณาเกี่ยวกับประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในที่ประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย ประชาชนอัฟกานิสถานผู้บริสุทธิ์ที่ถูกโดรนถล่มเสียชีวิตโดยกองทัพสหรัฐฯ กลับถูกเมินและครอบครัวของพวกเขาไม่มีโอกาสแม้กระทั่งคร่ำครวญเกี่ยวกับความคับข้องใจของพวกเขา”

หวังกล่าวว่า มีแต่ความเจ็บแค้นในหมู่ประชาชนสะสมมากยิ่งขึ้น เมื่อสหรัฐฯปฏิเสธลงโทษพวกผู้กระทำผิด หลังการตัดสินใจของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ไม่ลงโทษทางวินัยใดๆ กับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนโจมตีผิดพลาดในกรุงคาบููลเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางปฏิบัติการอพยพออกจากอัฟกานิสถานที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายของสหรัฐฯ หลังตอลิบานก้าวเข้าสู่อำนาจ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ถ้อยแถลงของทางการจีนระบุว่า “เราขอประณามการแทรกแซงทางทหารที่โหดร้ายป่าเถื่อนของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน อิรัก และซีเรีย ในนามของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เราเรียกร้องประชาคมนานาชาติ ตรวจสอบอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดยกองทัพสหรัฐฯ ที่เข่นฆ่าพลเมืองผู้บริสุทธิ์ทั่วโลกและเอาผิดกับพวกเขาให้จงได้” 

 

เพนตากอนใช้เวลาตลอดหลายสัปดาห์ ยืนกรานว่าปฏิบัติการโจมตี “มีความชอบธรรม” และกองทัพปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ อย่างถูกต้องในการเล็งเป้าหมายบุคคลรายหนึ่งซึ่งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามแห่งเมืองโคราซัน (ISIS-K) ก่อนท้ายที่สุดจะยอมรับว่าได้สังหารชีวิต นายเซมารี อาห์มาดี เจ้าหน้าที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์และเด็กๆ กลุ่มหนึ่ง และยอมรับว่า “เป็นความผิดพลาด”

คำแถลงนี้ตอบสนองการที่ ทางการสหรัฐประกาศว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในเหตุโจมตีจะไม่มีใครถูกลงโทษ หลังจากจเรทหารอากาศซึ่งรับผิดชอบสืบสวนเหตุโจมตี ยกให้กองบัญชาการกลางและกองบัญชาการปฏิบัติการพิเศษ เป็นผู้ตัดสินใจลดตำแหน่ง ตักเตือนหรือลงโทษอื่นๆ พวกผู้กระทำผิด และประกาศผลว่า นายพล 2 นายผู้บังคับบัญชาปฏิเสธกำหนดบทลงโทษใดฯ และทางลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ยอมรับการตัดสินใจของพวกเขา

หวัง ยังได้ประณามมาตรการคว่ำบาตรต่างๆของสหรัฐฯ ที่กำหนดเล่นงานอัฟกานิสถานในเวลานี้โดยคว่ำบาตรเศรษฐกิจ ซ้ำเติมความยากลำบากของประชาชนอาฟกัน และเปิดเผยว่าจีนได้มอบการสนับสนุนสำหรับฟื้นฟูประเทศอย่างเต็มความสามารถ ในฐานะมิตรประเทศและเพื่อนที่จริงใจ ทั้งบริจาควัคซีนและยารักษาโควิด-19 ตลอดจนเสบียงอาหารเครื่องนุ่งหุ่มสำหรับฤดูหนาวในเที่ยวล่าสุด

ด้านสำนักข่าวโกลบัลไทมส์ เผยแพร่บทความกล่าวถึง การตัดสินใจของสหรัฐฯว่าเมื่อพูดถึงผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหารระหว่างการสู้รบ กองทหารสหรัฐฯมักจะโหดเหี้ยมและไร้ความปราณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปฏิบัติการในต่างประเทศ การตัดสินใจครั้งใหม่โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯเกี่ยวกับกรณีใช้โดรนถล่มคาบูล ตอกย้ำพฤติกรรมดังกล่าว

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างเพนตากอน เมื่อวันจันทร์ว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารคนใดที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยโดรนในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถานในเดือนสิงหาคม ซึ่งคร่าชีวิตพลเรือน 10 ราย จะต้องถูกลงโทษ  รายงานระบุว่า กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้สังหารพลเรือนหลายร้อยหรือหลายพันคนโดยบังเอิญในเขตสงคราม เช่น อิรัก อัฟกานิสถาน ซีเรีย และโซมาเลีย และในขณะที่กองทัพยอมรับความรับผิดชอบต่อการโจมตีทางอากาศที่ผิดพลาดหรือ การจู่โจมภาคพื้นดินที่ทำร้ายพลเรือน แต่ไม่เคยมีตัวบุคคลใดต้องรับผิดชอบ ทำให้เกิดปัญหาเช่นนี้อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน(Song Zhongping:Chinese military expert)กล่าวว่า “ความเพิกเฉยของกองทัพสหรัฐฯ ต่อการสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงในประชาคมระหว่างประเทศ”

ดร.ฉาง เถิงจุน รองผู้อำนวยการภาควิชาเอเชียแปซิฟิกศึกษา สถาบันศึกษานานาชาติแห่งประเทศจีน(Dr.Zhang Tengjun, deputy director of the department for Asia-Pacific Studies)กล่าวว่า “สหรัฐฯ ใช้อำนาจรัฐและบังคับใช้การแทรกแซงในประเทศอื่น ๆ รวมถึงการพยายามล้มล้างรัฐบาลที่ตนไม่พอใจและเขย่าเสถียรภาพทางสังคม กระตุ้นก่อสงคราม และคุกคามความปลอดภัยของพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นการก่อการร้ายโดยรัฐอย่างชัดแจ้ง ประชาคมระหว่างประเทศต้องมีความระมัดระวังอย่างเต็มที่”