แกนนำมีหนาว! เจาะลึก ปรับ “พ.ร.ฎ.อภัยโทษ” สะเทือนถึง 3 นิ้ว คดี 112 หากได้ลดโทษ ก็ยังต้องติดคุกอีกยาว!?

517

หลังจากที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ออกมาเปิดเผยถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเสนออภัยโทษให้ผู้ต้องขังในคดีทุจริต ว่า ต้องขอบคุณพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ชี้แนะให้ทุกฝ่ายทำการบ้านให้มากขึ้น รวมถึงให้ดูความพอดีเหมาะสม ซึ่งจะเป็นแนวทางออกที่ดีที่สุดของการทำเดินการ

ทั้งนี้การลดโทษมีทั้งผู้ที่ได้และไม่ได้ประโยชน์จากพ.ร.ฎ.อภัยโทษ โดยขอเน้นไปที่กลุ่มคดีอาญาไม่ร้ายแรงและกลุ่มคดีอาญาร้ายแรง คือ บุคคลที่ทำผิดต่อหน้าที่ หรือทำผิดต่อเจ้าหน้าที่ คดีข่มขืน คดีฆ่าคน รวมทั้งคดีโครงการทุจริตจำนำข้าว ถึงแม้จะเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมก็จะได้รับการลดโทษ 1 ใน 3 ซึ่งมีการดำเนินการเป็นกลุ่ม ๆ ในพ.ร.ฎ.อภัยโทษ ฉะนั้นการปรับแก้ในแนวทางต่าง ๆ จะมีผลกระทบต่อคนกลุ่มนั้น เช่น การฆ่า การทุจริต หรือโทษที่กระทำกับเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ หากจะแก้ต้องแก้กันหมด

ทั้งนี้นายสมศักดิ์ยังได้ย้ำว่า หากเราแก้ในคดีอาญาร้ายแรง ภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หากปรับทั้งหมดคิดว่าจะกระทบ เช่น กลุ่มเดินขบวน จะเอาด้วยหรือไม่อย่างไร เพราะต้องปรับไปทั้งกลุ่มตามข้อเสนอ เมื่อถามว่า หากมีการปรับแก้เรื่องดังกล่าวนี้ จะกระทบกับผู้ชุมนุมหมายความว่าอย่างไรบ้าง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การชุมนุมหากมีความผิด ก็เหมือนกับเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ซึ่งก็จะได้ลดโทษ 1 ใน 3 เช่นเดียวกัน จะไปเอา 1 ใน 5 ทั้งกลุ่มหรือไม่ หรือจะแยกต่างหากก็ไปว่ากัน

โดยประเด็นการลดโทษ 1 ใน 3 หากมีการมาปรับใช้จริงกับบรรดาแกนนำ 3 ที่นิ้ว ก็พบว่าหลาย ๆ คนต้องติดคุกอีกยาว จากการทำความผิดในมาตรา 112 เพราะบางรายมีคดีมากถึง 22 คดี อย่างเพนกวิน แม้ระหว่างนี้จะอยู่ในขั้นตอนฝากขัง และไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ถ้าถึงวันที่ศาลตัดสินเสร็จสิ้น แล้วโทษตามจริงออกมา ก็จะเข้าเกณฑ์เป็นคดีร้ายแรง และปรับลดโทษ ยื่นขออภัยโทษได้เพียง 1 ใน 3 หรืออาจจะ 1 ใน 5 ขึ้นอยู่กับการปรับพ.ร.ฎ.อภัยโทษ อีกครั้ง สำหรับเฉพาะแค่เพนกวินคนเดียว หากถูกศาลตัดสินโทษทุกคดีทั้งหมดนั้น ระยะเวลาจำคุกน้อยที่สุดคือ 63 ปี (3 ปี ใน 21 คดี) และมากที่สุดคือ 315 ปี (15 ปี ใน 21 คดี) หากลองคำนวณการลดโทษ ระยะเวลาที่ต้องติดคุกก็ยังสูงอยู่ดี

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ขณะเดียวกันก็น่าจับตามอง ว่าสังคมจะลุกฮือ ขึ้นมาคัดค้านการอภัยโทษ ที่ไม่เหมาะสมไปตามเกณฑ์ อย่างคดีจำนำข้าว ที่เหล่าบิ๊กเนม เข้าเกณฑ์ลดโทษมาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยทางด้านองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ออกแถลงการณ์คัดค้านการลดหย่อนผ่อนโทษให้กับผู้ต้องขังคดีคอร์รัปชัน และขอให้นายกฯนำเกณฑ์การอภัยโทษ พ.ศ. 2559 กลับมาบังคับใช้ โดยไม่พิจารณาลดโทษให้กับคดีคอร์รัปชัน คดีข่มขืนและคดียาเสพติด แต่ในเมื่อนายสมศักดิ์ ออกมาขยับรับลูก ว่าจะปรับแก้ “พ.ร.ฎ.อภัยโทษ” ให้เหมาะสม และรวมคดีทำผิด 112 อยู่ในความผิดอาญาร้ายแรงด้วยนั้น คงเป็นทางยากที่บรรดาแกนนำจะรอดคุกไปได้ในระยะเวลาสั้น ๆ