จับพิรุธ “ปิยบุตร” กล้าบิดเบือนให้ร้ายสถาบันฯ แต่ปมอภัยโทษจำนำข้าว กลับรูดซิปปากเงียบ!?

701

จากกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เปิดเผยว่า เตรียมทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ศาลยุติธรรม คณะกรรมการป.ป.ช องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักความเป็นธรรม

เรื่องข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการบริหารจัดการและข้อกฎหมาย ที่ทำให้เกิดการลดหย่อนโทษในคดีคอร์รัปชันที่มีปัญหาและสังคมตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะคดีทุจริตสำคัญร้ายแรงทุจริตจำนำข้าว

ล่าสุดทางด้านดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เคลื่อนไหวในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน แต่เป็นการตั้งข้อสังเกต ถึงการพาดพิงให้ร้ายสถาบันฯ ของนายปิยบุตร ที่พยายามอยากจะเรียกร้อง หมิ่นเหม่ จี้ให้มีการยกเลิกและอ้างว่าปฏิรูป แต่แท้จริงไม่ได้ย้อนดู ว่านักการเมืองคือตัวการปัญหา ดังเช่นเรื่องคดีจำนำข้าว ที่มีการแทรกแซงให้พระราชอำนาจอันพึงมีของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย นำไปสู่การพระราชทานอภัยโทษ และนำมาซึ่งการลดโทษอย่างรวดเร็วจนดูไม่เป็นธรรม

โดยมีเนื้อหาเต็ม ๆ ดังต่อไปนี้ ที่ระบุว่า เรื่อง “การเมืองกระแสต่ำของ ปิยบุตร แสงกนกกุล” ระบุว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยถูกลดทอนบทบาทและพระราชอำนาจอันพึงมีของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย แล้วถูกเบียดบังนำไปใช้โดยฝ่ายการเมืองที่ฉ้อฉลนับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 จนถึงวินาทีนี้ เราจึงได้เห็นการพระราชทานอภัยโทษที่นำมาซึ่งการลดโทษอย่างรวดเร็วจนดูไม่เป็นธรรม ทั้ง ๆ ที่เป็นกรณีของนักโทษการเมืองฉ้อราษฎร์บังหลวงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ข้อเสนอทั้งหลายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของปิยบุตร แสงกนกกุล จึงเป็นความเห็นผิด ที่เพ้อฝัน เพ้อเจ้อและเหลวไหล เป็นเพียงการเมืองกระแสต่ำที่ใช้การบิดเบือนให้ร้ายซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงในการเคลื่อนไหว หลอกใช้ผู้อื่นให้ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนตัวเอง ตลอดจนปลุกเร้าให้ลุกขึ้นสู้ด้วยการใช้ความรุนแรงที่ล้าหลังและป่าเถื่อน เลียนแบบการปฏิวัติล้มล้างการปกครองที่ตัวปิยบุตรเองหมกมุ่นเสียจนจมปลักดักดาน

แม้ว่าปิยบุตรจะแอบอ้างประชาธิปไตย แต่ปิยบุตรกลับเงียบต่อการแทรกแซงและเบียดบังพระราชอำนาจไปใช้โดยฝ่ายการเมือง แสดงให้เห็นว่าที่ปิยบุตรไม่ได้มีเจตนาอันดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งเพิกเฉยต่อประโยชน์สุขของปวงชนและความเป็นธรรมของสังคม โดยที่ปิยบุตรไม่เคยชี้ให้เห็นว่านักการเมืองต่างหากที่เป็นเผด็จการตัวจริงและเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดในระบอบปกครองปัจจุบัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด

ถ้าอยากประเมินว่าการเมืองกระแสต่ำของปิยบุตรนั้นต่ำมากแค่ไหน ก็ลองพิจารณาจากการบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการแอบอ้างประชาชนในการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยตัวปิยบุตรเอง ซึ่งยิ่งลดทอนบทบาทและพระราชอำนาจอันพึงมีของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย แล้วกลับเพิ่มอำนาจอันมหาศาลให้กับนักการเมืองที่ฉ้อฉลอยู่แล้ว ให้กลายเป็นเผด็จการที่เป็นเผด็จการเสียยิ่งกว่าเดิม มีเพียงแต่ฝ่ายเผด็จการและกบฏเท่านั้นที่เห็นสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศัตรู เพราะฝ่ายประชาธิปไตยตัวจริงจะเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นความหวังของอนาคต ทรงวางรากฐานของชาติและระบอบประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น เป็นผู้ถือดุลอำนาจการปกครองของปวงชน เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับนักการเมืองฉ้อฉล และรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

แต่ทุกวันนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้มีพระราชอำนาจดังกล่าว เว้นแต่ปวงชนชาวไทยจะเรียกร้องด้วยเสียงอันแท้จริงของประชาชน ปลุกพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เพื่อกำราบนักการเมืองเผด็จการที่ฉ้อฉล และทำอำนาจอธิปไตยให้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง เพื่อเปลี่ยนผ่านยุคสมัยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องและเป็นธรรม #พระมหากษัตริย์ไทยคือผู้สร้างประชาธิปไตยตัวจริง