เผยโฉม!! รถต้นแบบแม็กเลฟจีน รถไฟความเร็วสูงแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ความเร็วสูงสุด 600 ก.ม.ต่อชั่วโมง ทางเลือกใหม่ของการเดินทางระบบราง

1626

รภไฟความเร็วสูงที่ใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าขับเคลื่อนแทนระบบล้อ เป็นทางเลือกใหม่ที่สังคมจีนรอคอย เมื่อเร็วๆนี้ บริษัทรถไฟโดยสารในจีนได้ทำการทดสอบซ้ำ รถไฟความเร็วสูงรางแม่เหล็กที่เรียกว่า “แม็กเลฟ : Maglev” รุ่นต้นแบบ ที่สามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจะกลายเป็นทางเลือกคู่แข่งของการเดือนทางโดยเครื่องบินโดยสารในอนาคตอันใกล้ เปิดเผยผลทดสอบ ประสิทธิภาพเต็มร้อย พร้อมผลิตในเวลาอีกไม่นานนับจากนี้

นายติง ซานซาน หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนา และรองหัวหน้าทีมวิศวกรการรถไฟ บริษัทชิงเต่า ซี่ฟาง ในเครือของบริษัทไชน่า เรลเวย์ โรลลิ่ง สต๊อค คอร์ปอเรชั่น หรือ ซีอาร์อาร์ซี (China Railway Rolling Stock Corporation : CRRC) เปิดเผยว่า ในระหว่างการทดสอบหลายมิติ รถไฟแม็กเลฟรุ่นต้นแบบของจีนแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการทรงตัว และความเงียบ ทุกสมรรถนะสำคัญทางเทคนิค ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้

รถไฟความเร็วสูง แม็กเลฟ (Magnetically Levitating : Maglev)) เป็นระบบการขนส่งรถไฟโดยสาร ที่ใช้แรงยกตัวของแม่เหล็กไฟฟ้า ให้ตู้ขบวนรถไฟลอยขึ้นเหนือรางวิ่ง แทนการใช้ล้อ, เพลาหรือลูกปืน ลดความเสียดทาน อำนาจแม่เหล็กจะยกตู้ขบวน ลอยขึ้นเหนือรางเพียงเล็กน้อย พร้อมกับสร้างแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และเงียบกว่าระบบขนส่งแบบใช้ล้อ

ความเร็วของรถไฟพลังแม่เหล็ก แม็กเลฟ ที่ครองสถิติโลกอยู่ในปัจจุบัน เป็นของญี่ปุ่น ซึ่งทำไว้ที่ 581 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายสถิติโลกเดิมของรถไฟความเร็วสูง ทีจีวี (TGV) ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแบบใช้ล้อ ด้วยความเร็วมากกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถไฟแม็กเลฟของจีน ซึ่งถูกออกแบบให้วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประสบความสำเร็จในการทดสอบวิ่งเที่ยวแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา บนรางทดสอบระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ที่มหาวิทยาลัยต่งจี้ ในเมืองเซี่ยงไฮ้ แต่วิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ ในการพัฒนารถไฟแม็กเลฟของประเทศจีน

เครื่องบินโดยสารสายภายในประเทศจีน ใช้เวลาเดินทางโดยเฉลี่ย 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนรถไฟโดยสารความเร็วสูง วิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทีมนักวิจัยคาดหวังว่า ความเร็ววิ่ง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของรถไฟแม็กเลฟ จะอุดช่องว่าการเดินทางของทั้ง 2 แบบ กลายเป็นการเดินทางทางเลือกใหม่ ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และราคาไม่แพง

…………………………………………………….
Cr:xinhuanet, globaltimes