นรม.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลักดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ขณะที่ กระทรวงการคลังคาดเงินสะพัดหลายหมื่นล้านวันหยุดยาว มั่นใจผ่านวาระพ.ร.บ.งบฯ2564 เดินหน้าเศรษฐกิจเต็มกำลัง

866

นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา เผย กระทรวงการคลังประเมินเงินสะพัดหลายหมื่นล้านช่วงวันหยุดยาว หลังคนไทยทยอยออกเดินทาง ท่องเที่ยว มั่นใจแผนกระตุ้นศก.ได้ผล เปิดเผย ผบ.สหรัฐฯ เตรียมมาไทยหลังปลดล็อก และผ่านทุกขั้นตอนตามมาตรฐานรัฐบาลไทย มั่นใจหลังผ่านวาระงบประมาณรายจ่ายฯปี 2564 จะเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ทยอยเปิดกิจการ และเร่งการลงทุนภาครัฐ ส่งออกอาหารเกษตรแปรรูป นอกจากนี้ได้เร่งผลักดันต่อยอดด้านสาธารณสุขเป็นขั้นเป็นตอนให้เหมาะสมอย่างดีที่สุด

เมื่อเวลา 14.40 น. ที่รัฐสภา เกียกกาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ปริมาณเม็ดเงินในช่วงวันหยุดยาวว่า กระทรวงการคลังประเมินว่าจะมีปริมาณเม็ดเงินหลายหมื่นล้านบาท เพราะเท่าที่เห็นประชาชนเริ่มออกท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น มีการจองโรงแรมหลายแห่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าเมื่อเปิดให้กิจการและกิจกรรมต่างๆดำเนินการได้ ทุกอย่างก็มีแนวโน้มดีขึ้น

หลังพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ผ่านวาระแรกแล้ว ในด้านมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า
อันดับแรกต้องกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ การลงทุนภาครัฐ และการทยอยเปิดกิจการต่างๆโดยเฉพาะกิจการสำคัญที่มีศักยภาพ เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส ทั้งนี้ทุกประเทศก็วิกฤตเหมือนกัน ดังนั้นเราและประเทศ อื่นๆ จะต้องหารือร่วมกันว่าจะร่วมกันแก้ไขวิกฤติที่มีอยู่ ตนได้หารือกับเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ต่างก็มีความยินดีร่วมกับประเทศไทยในกิจการเฉพาะอย่าง ซึ่งตอนนี้เรากำลังจะผ่อนคลายให้นักธุรกิจต่างชาติและผู้ที่จะมาศึกษาดูงานในประเทศไทย นักลงทุนที่มาดูกิจการในประเทศไทยและแขกของรัฐบาลให้สามารถเข้ามาได้ โดยเราต้องมีมาตรการคัดกรองทางสุขภาพที่ต้องทำทั้งประเทศต้นทางและปลายทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค

เมื่อถามว่ามีแขกของรัฐบาลประเทศใดบ้างที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย
นายกฯ กล่าวว่ามีติดต่อมาบ้างแล้ว ซึ่งจะเป็นบุคคลที่เข้ามาในเรื่องของการฝึกอาทิ ผู้บัญชาการทหารบกของสหรัฐอเมริกาที่จะมาประชุม เพื่อเตรียมการฝึกร่วมกับประเทศไทย ขณะนี้เรากำลังพิจารณาเปิดกิจการสถานพยาบาลที่รับการรักษาให้กับชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทย รวมถึงการเร่งรัดการส่งออกสินค้าอาหารและสินค้าเกษตรของไทยไปต่างประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าตนรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆฝ่าย และพบว่าข้อมูลหลายอย่างมีประโยชน์และมีผลที่จะปฏิบัติได้ แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะมีงบประมาณอย่างจำกัด

ปัจจุบันมีปัญหาแรงงานตกงานมากขึ้นโดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็ก รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า จะมีการตั้งกองทุนขึ้นมารองรับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งวิธีนี้เป็นแนวทางการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง เพราะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมาย ปัญหาหนี้เสีย(เอ็นพีแอล)เป็นเงินของธนาคารและเป็นเงินของประชาชนที่มาฝากไว้ หากถ้ามีคนนำไปใช้มากๆก็จะเกิดปัญหา รัฐบาลจึงต้องมีกลไกรองรับการค้ำประกัน ซึ่งจะต้องยอมรับในส่วนที่จะเป็นหนี้ศูนย์ซึ่งเราก็ต้องคิดหาทางออกให้รอบคอบต่อไป
………………………………………..