ชื่นชมคณะวิศวะมธ.ไม่ให้ท้ายนศ.ทำผิดกม.! เมื่อเบนจาดิ้นออกคุก อ้างอาจารย์ไม่ช่วย ย้อนต้นปีก็เคยโวยวายแบบนี้

920

ชื่นชมคณะวิศวะมธ.ไม่ให้ท้ายนศ.ทำผิดกม.! เมื่อเบนจาดิ้นออกคุก อ้างอาจารย์ไม่ช่วย ย้อนต้นปีก็เคยโวยวายแบบนี้

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (1 ธันวาคม 2564) หลังทนายความยื่นคำร้องขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 2 คดี ได้แก่ คดีชุมนุม #แต่งครอปท็อปเดินห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ของศาลอาญากรุงเทพใต้ และคดีชุมนุม #อยุธยาจะไม่ทนอีกต่อไป เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทั้งสองคดีมีข้อหาหลักตามมาตรา 112

เวลาต่อมา ศาลทั้งสองมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวของทั้งสองคดีในวันนี้ ทำให้ปนัสยาจะได้รับการปล่อยตัวในค่ำวานนี้ มีคำสั่งให้ปล่อยตัวตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 64 – 12 ม.ค. 65 ตามเหตุจำเป็นที่ต้องไปสอบปลายภาค ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกำหนดเงื่อนไข 5 ข้อ ได้แก่ ห้ามจำเลยทำกิจกรรมหรือก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ , ห้ามจำเลยเข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ,ห้ามจำเลยออกนอกเคหสถานตลอดเวลา เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาล ไปเรียนไปสอบ ไปติดต่อราชการที่ศาลอื่น หรือมีเหตุอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล ,ห้ามจำเลยออกนอกราชอาณาจักร ,ให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM)

ล่าสุด น.ส.เบนจา อะปัญ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแนวร่วมผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ได้โพสต์ข้อความว่า เราดรอปเรียนในเทอมนี้แล้ว หลังจากศาลไม่อนุญาตให้เราประกันตัว ก่อนหน้านี้ เราลงทะเบียนและเข้าสอบตามปกติ แต่อย่างที่หลายคนอาจจะเห็นช่วงสอบ Midterm เราก็ยังต้องไปศาล ไปสถานีตำรวจ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรังควาญ และเราก็ถูกตำรวจจับ

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เราจำเป็นต้องเลือกว่าจะลงทะเบียนต่อไปและหวังว่าศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว หรือจะ drop การเรียนไว้ก่อน ช่วงที่เราเกิดปัญหาอาจารย์คณะเรา ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออะไร มีเพียงเพื่อนที่ช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่ก็ไม่เหมือนความช่วยเหลือจากอาจารย์ ไม่เหมือนกับอาจารย์คณะทางสังคมที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อน ๆ เมื่อต้องเข้าเรือนจำเราจึงไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเห็นความสำคัญของการเรียนต้องจัด class เรียนให้เราเฉพาะ
การต้องอยู่ในเรือนจำกับการเรียนสายวิศวกรรมที่ต้องมีการคำนวณนั้นยากลำบาก แค่ผลกระทบจากการต้องเรียน online ก็ไม่สะดวกมากอยู่แล้ว ถ้าต้องเรียนในเรือนจำ ถ้าเราคำนวณไม่ได้จะถามใคร จะค้นหาคำตอบอย่างไร เราจึงตัดสินใจดรอปการเรียนในเทอมนี้เนื่องจากติดอยู่ในเรือนจำ เพราะเราคาดหวังผลการเรียนที่ดี เพื่อใช้ในการเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอก
ถึง ณ ตอนนี้ เราไม่มีเหตุจำเป็นแบบเพื่อนที่ต้องออกไปสอบปลายภาค แต่เราก็ยังเป็นนักศึกษา และต้องการออกไปเรียน เราเรียนวิศวกรรมเครื่องกลเพื่อเป็น foundation เพื่อไปต่อปริญญาโท Aerospace Engineering เราอยากทำงานด้านอวกาศ แต่เราวางแผนว่าจะเรียนให้จบปริญญาเอก เพราะไม่ได้หวังว่าจะเป็นวิศวกรไปตลอด บั้นปลายชีวิตอยากเป็นอาจารย์ เลยอยากเรียนเฉพาะทางเพื่อเอามาพัฒนาประเทศในสาขาที่ประเทศไทยก็ยังขาดความรู้ด้านนี้ เพราะการเป็นอาจารย์และนักวิจัยก็สามารถทำคู่กันไปได้
ตอนนี้เราเกรดเฉลี่ยประมาณ 3.3 เราอยากเรียนเมื่อเราพร้อม เราจึงดรอปไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้การติดคุกมีผลต่อเกรดและอนาคต ถึงเราดรอปและไม่มีกำหนดสอบในเทอมนี้ แต่ปล่อยเราเถอะ เรายังต้องเรียน เรามีประโยชน์มากกว่าที่จะกักขังเราไว้ในเรือนจำเฉย ๆ แค่นี้ยังทำลายอนาคตเราไม่พออีกหรือ
ตอนนี้เราสงสัยว่านอกจากอาจารย์บางท่านที่เข้าใจนักศึกษา แต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ As a whole ในฐานะที่เป็นองค์กรนั้นหายไปไหนเหรอ และตอนนี้ก็เริ่มสงสัยว่าหรือเราเองที่เข้าใจผิดมาตลอด เริ่มงงว่าเราผิดจริงเหรอ
ตอนนี้ถูกแยกห้องกับรุ้งและในห้องมีอยู่ 27 คน ต้องนอนเบียดกัน นอนงอเข่า เพื่อนในห้องบอกว่า “เดี๋ยวก็ชิน” แต่เราสงสัยว่าทำไมต้องชิน ในเมื่อเราทำให้ดีกว่านี้ได้ ในเรือนจำเองก็ต้องพัฒนา
ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564  น.ส.เบนจา ซึ่งถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุการณ์ชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้เข้าไปปรึกษาหารือกับคณะตัวเองถึงมาตรการช่วยเหลือในกรณีที่ตัวของนักศึกษาถูกฝากขัง ซึ่งผลปรากฏว่าคณะปฏิเสธที่จะคืนค่าเทอมให้หากพักการเรียน และได้เสนอกับตนว่าคณะจะจัดให้มีการเรียนการสอนในเรือนจำทดแทน โดยอ้างว่าจากกรณีที่นักศึกษาถูกฟ้องร้องจนส่งผลกระทบต่อการเรียนนั้น เป็นเรื่องที่นักศึกษาต้องรับผิดชอบตนเอง

ทั้งนี้ ตนเป็นเพียงหนึ่งในกรณีที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ เพราะยังมีนักกิจกรรมที่เป็นนักศึกษาอีกหลายคนจากต่างคณะ เช่น เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และคนอื่นๆ รวม 9 คน ที่ได้รับผลกระทบในลักษณะนี้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยในขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด

นอกจากปัญหาเรื่องมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ถูกแจ้งข้อหาที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทาง มธ.ยังมีท่าทีที่ล่าช้าในประเด็นการคืนค่าเทอม และมาตรการการเยียวยาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในส่วนของการคืนค่าเทอมนั้น ได้มีกลุ่มนักศึกษาจัดทำโครงการล่ารายชื่อนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการการคืนค่าเทอมของ มธ. 1,500 บาท จำกัดเฉพาะปริญญาตรี และต้องการให้มหาวิทยาลัยคืนค่าเทอมไม่ต่ำกว่า 30% ทุกระดับการศึกษา โดยมีนักศึกษารวมถึงบุคลากรในมหาวิทยาลัยสนใจร่วมลงชื่อกว่า 8,000 คน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ทางผู้บริหาร มธ.ก็ยังไม่สามารถหาเวลาว่างเพื่อพบปะหารือกับตัวแทนองค์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกลุ่มนักศึกษาที่ทำโครงการล่ารายชื่อดังกล่าวได้