ยึดทรัพย์แอมเนสตี้ฯไล่ทีมงานต่างชาติพ้นอินเดียแล้ว! อดีตกุนซือบิ๊กป้อมทุ้งรบ.ไทยเอาอย่าง

1243

จากที่ นันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้แอมเนสตี้ฯ ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายไทย คนไทยที่ชุมนุมกดดันให้รัฐบาลไล่แอมเนสตี้ออกไปจากเมืองไทยนั้น

ทั้งนี้โดยข้อความบางช่วงของนายนันทิวัฒน์ ระบุว่า  เมื่อวันก่อน อินเดียจับกุมนาย Parvez ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประสานงาน JKCCS. ปัญหาแคชเมียร์ในความยึดครองของอินเดีย ถูกจับกุมข้อหาระดมทุนเพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนในแคชเมียร์

ไม่มีประเทศไหนยอมให้เอ็นจีโอมีเสรีภาพทำอะไรก็ได้ตามใจ ตามสั่งของเจ้าของเงินทุน อย่าหลงใหลคำว่าเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนประเทศฉ.. หาย อย่าเห็นแก่เงินต่างชาติจนทรยศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง อย่าเห็นฝรั่งหัวแดงดีกว่าคนในชาติตนเอง”

ล่าสุดวันนี้ 1 ธันวาคม 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าเรื่องแอมเนสตี้ในต่างประเทศ และทางรัฐบาลไทยควรเอาเยี่ยงอย่างว่า

“ด่วน รัฐบาลอินเดียสั่งยึดทรัพย์แอมเนสตี้ในอินเดีย และให้เลิกจ้างบุคลากรทั้งหมด รวมทั้งขับไล่ทีมงานชาวต่างชาติออกนอกประเทศ โดยระบุว่าเป็นองค์กรที่รับเงินจากต่างประเทศมาบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยของประเทศอินเดีย

แต่ในประเทศไทยจนวันนี้ ยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆ หรือจัดการใดๆ เพื่อยุบเลิกหรือยึดทรัพย์ ขององค์กรแบบเดียวกันนี้ ทั้งๆที่ มีข่าวคราวตลอดมาว่ารับเงินจากต่างชาติ และก่อความวุ่นวายในประเทศไทย

มีแต่กองเชียร์ ไปเที่ยวล่ารายชื่อคนไทยให้ได้ล้านคน เพื่อยุบหรือขับไล่องค์กรที่รับเงินต่างชาติดังกล่าว เป็นเรื่องเบี่ยงเบนความรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่ และทำให้ประชาชนไขว้เขว เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล!!!”

ขณะที่วันเดียวกันนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความถึง การขับไล่แอมเนสตี้ ต่อแคมเปญการขับไล่แอมเนสตี้ออกจากประเทศไทย ซึ่งได้รับการขานรับจากประชาชนจำนวนมาก ว่า

“ล่าสุดคนของพรรคเพื่อไทย และพวกสมุนบริวารรับใช้ต่างชาติ ได้ออกมาปกป้ององค์กรนี้ โดยอ้างเรื่องประชาธิปไตย เผด็จการ ผมคิดว่าคงเป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดมาก หรือจงใจบิดเบือนความจริง

ที่คนไทยเขาเบื่อองค์กรพวกนี้ ไม่เกี่ยวกับเผด็จการหรือประชาธิปไตย แต่ที่เบื่อเพราะองค์กรเหล่านี้ ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลัมล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ มีการแสดงออกการแทรกแซงกิจการภายในประเทศอย่างชัดเจน โดยเอาคำว่าสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนมาบังหน้า

ให้พี่น้องประชาชนจำไว้ด้วยครับ พรรคการเมืองที่ออกมาปกป้อง องค์กรที่รับเงินต่างชาติมาทำลายบ้านตนเอง ส่วนใหญ่จะชอบอ้างประชาธิปไตย เผด็จการ ทั้งๆที่วันที่ตนเองมีอำนาจ ก็โคตรเผด็จการ โคตรโกง โกงทั้งโคตร จนประชาชนต้องออกมาขับไล่ ถ้ายังไม่ปรับปรุงหลักคิด ให้ติดตามดูว่า ใครจะไม่มีแผ่นดินอยู่คนต่อไป”

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเดอะทรูธ  ตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่ประเทศอินเดีย ก็พบว่าเมื่อวันที่  29 กันยายน 2563  แอมเนสตี้ อินเทอร์เนชั่นแนล อินเดียประกาศว่า ถูกบังคับให้ยุติการทำงานในอินเดีย หลังบัญชีธนาคารของแอมเนสตี้ถูกอายัดเมื่อต้นเดือน กันยายนที่ผ่านมา และถูกบังคับให้ต้องเลย์ออฟพนักงานในอินเดีย และระงับแคมเปญและงานวิจัยทั้งหมดในอินเดีย

เมื่อปี 2562 แอมเนสตี้ เคยให้การต่อคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสหรัฐฯ ระหว่างการรับฟังเรื่องสิทธิมนุษยชนในเอเชียใต้ว่า แอมเนสตี้พบการควบคุมตัวโดยไม่แจ้งข้อหาและการใช้ความรุนแรงเกินเหตุและการทรมานในแคชเมียร์

เมื่อปี 2552 แอมเนสตี้ เคยระงับการทำงานในอินเดียมาแล้ว เนื่องจากถูกปฏิเสธใบอนุญาตให้รับเงินจากต่างประเทศหลายครั้ง