นายกฯลั่นไม่ลาออก ปลุกอาชีวะเป็นคนดีรัก3สถาบัน ใช้สมองคิดเป็น

1607

จากที่วันนี้(7 ต.ค.63) ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานอาชีวะยกกำลังสองและปาฐกถาพิเศษนั้น

ทั้งนี้โดยพลเอกประยุทธ์ กล่าวถึง“การขับเคลื่อนนโยบาย อาชีวศึกษายกกำลังสอง” ตอนหนึ่งว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้เราจะต้องเข้าใจและเดินไปด้วยกันทั้งครู นักเรียน ที่จะต้องพัฒนาองค์กรให้ก้าวไกล เด็กและเยาวชน เป็นอนาคตสำคัญของประเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลจึงมีการกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติและต้องเดินหน้า ซึ่งมีลำดับระยะเวลาจนครบ 20 ปี  ซึ่งการกำหนดยุทธศาสตร์ไม่ได้หมายถึง เรื่องการสืบทอดอำนาจใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกคนเข้าใจ การศึกษาถือเป็นสิ่งสำคัญการสร้างชาติให้มั่นคง มั้งคั่งและยังยืนในอนาคต เราต้องผลิตบุคลากรให้ทันและมีงานทำตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

“ปัจจุบันโลกมีความทันสมัย สมัยผมเรียนไม่มีความทันสมัยเท่าปัจจุบัน มีสิ่งอำนวยความสะดวก แต่โชคดีว่ามีแม่และมีภรรยาเป็นครู แต่สิ่งที่ถูกสั่งสอนมาโดยตลอดคือการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเมื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็เห็นว่าหลายอย่างยังมีความล่าช้า วันนี้เราทำงานทุกอย่างเพื่ออนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนจากสมัยก่อน ที่สำคัญครู และเด็กในปัจจุบันก็ต่างยุค ต่างสมัย เราจึงต้องเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ การเรียนในห้องถือเป็นพื้นฐาน

แต่สิ่งที่สำคัญคือการเรียนนอกห้อง การดูงาน การศึกษา ไม่เช่นนั้นแรงบันดาลใจจะไม่เกิด เนื่องจากวันนี้โลกเปลี่ยนทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล ทุกคนจึงต้องปรับวิธีคิดใหม่ทั้งหมด สิ่งสำคัญที่อยู่ในตัวบุคลากรไม่ว่าจะเป็นครู หรือนักเรียน คือสมองจะต้องทันสมัยตลอดเวลา ต้องรู้จักปรับตัว ปรับความคิดและหลักคิด วิสัยทัศน์ โดยปรับให้ไปสู่ทิศทางที่สร้างสรรค์ในสิ่งที่ดี”

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างชาติ จึงต้องผลิตบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งปัจจุบันเราต้องการคนที่ดี มีความเฉลียวฉลาด มีความรู้ความชำนาญในสาขาที่เรียน ต้องมีความรู้ในเชิงปฏิบัติได้ มีความตั้งใจ เป็นคนดี มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

“ดังนั้นสิ่งที่พูดว่าจะให้ปรับเปลี่ยนในวันนี้พรุ่งนี้มันทำไม่ได้ ผมถามว่าคนทั้งประเทศเขาจะว่าอย่างไรที่บ้านเมืองวุ่นวาย  มันทำไม่ได้แล้วโอกาสที่มีอยู่ก็จะหายไป วันนี้ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด เป็นที่หนึ่งของอาเซียน แต่โอกาสเหล่านี้จะหายไปด้วยความไม่สงบเรียบร้อย ไม่มีเสถียรภาพ เรามีทั้งทรัพยากรธรรมชาติและบุคลากรมนุษย์ ต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุด โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ดีที่สุด คุ้มค่าประหยัด มีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริต เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อประเทศของเรา

เราต้องรวมพลังในการเดินหน้าจึงขอเป็นยกกำลัง 10 ร่วมกับผมไปข้างหน้า ไม่เช่นนั้นจะไม่ทัน วันนี้สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ไทยเป็นอันดับ 1 ในทางพฤตินัยแล้วพวกเราจะทำลายไปทำไม สิ่งที่ทุกคนชื่นชมเรา ผมขอถามว่าจะทำลายทำไมขอถามตรงนี้ แล้วถ้ามันเกิดและกลับขึ้นมาอีก ในรอบสองด้วยความไม่ระมัดระวัง แล้วจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่กำลังจะตามมาทุกอย่างก็จะละลายหายไปหมด ทั้งการท่องเที่ยว การค้าขายการเดินทาง การพบปะ ทุกอย่างจะหายไปหมด เราต้องการแบบนี้หรือผมจึงจำเป็นต้องพูดถึงเรื่องความรักความสามัคคี”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตะวันตกและตะวันออก เพราะโลกมันแคบฉะนั้นจะทำอะไรต้องคำนึงถึงเพราะเราทำอะไรรู้ถึงเขา และเขาทำอะไรก็รู้ถึงเรา ฉะนั้นขอให้ทำแต่สิ่งที่ดี เขารักประเทศไทย รักรอยยิ้ม อาหาร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของไทย ไม่อย่างนั้นจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยก่อนโควิด 40 กว่าล้านคนทำไม นั้นคือสิ่งที่ดีของเรา อย่าไปทำลาย ต้องพัฒนาตัวเรา ทำสิ่งดีๆให้กับประเทศชาติ สิ่งที่เสนอมารัฐบาลรับไปดำเนินการในระดับของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะทำงานต่างๆ

ในส่วนของครูก็ต้องมีการวัดผลการทำงาน ตนไม่ได้ว่าเพราะตนเคารพครูอยู่แล้ว กลับบ้านก็ทักทาย ผมให้เกียรติครู คงไม่ต้องถึงขั้นเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน เขา เป็นครูอยู่บ้านก็เป็นแม่บ้านอยู่ด้วยกันมาหลาย 10 ปีแล้ว ครูของผมก็คือประชาชน ซึ่งประชาชนทุกคนคือครูที่สอนวันนี้ ผมเป็นนายกฯเอาความเดือดร้อนทั้งหลายมาคิดมาทำร่วมกับครม.อย่ารังเกียจกัน เพราะทุกคนคือคนไทยเป็นประชาธิปไตย ด้วยกันทุกคนจะว่ากันอย่างไรก็ไปแก้กันตรงโน้น

ไปต่างประเทศตนถามเขา ซึ่งเขาบอกว่าเขารักประเทศไทย วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อยากมาเที่ยวประเทศไทย วันศุกร์เตรียมมาประเทศไทยพักผ่อน และวันอาทิตย์เดินทางกลับ เพราะเห็นคนไทยมีความสุขเขาอยากเป็นคนไทย ชอบชีวิตความเป็นอยู่ แต่กลับไปทำงานที่โน้น เพราะเงินเดือนสูง

“หน้าตาผมเหมือนคนนอนไม่หลับ ผมก็เป็นแบบนี้ทุกวัน ใครมาเป็นผมก็จะรู้ พูดมากไปก็บอกว่าลาออกไปสิ ผมกลุ้มใจจริงๆ สิ่งใดที่ทำไม่ดีก็บอกมา ผมรับฟังทุกท่าน แต่ขอให้มีหลักการขอให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เรียบร้อย อดีตคืออดีต ประวัติศาสตร์ดีเอามาทำต่อและชื่นชม ประวัติศาสตร์ ไม่ดีทิ้งไปอย่าทำอีกเท่านั้นเองทุกอย่างมันมีสาเหตุทั้งสิ้น ฉะนั้น เพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน พ่อแม่ผู้ปกครองจะได้มีความสุข ขอให้ว่ากล่าวตักเตือนกันบ้าง สังคมเราเป็นแบบนี้ สังคมระบบเครือญาติ นั่นคือครอบครัวของเราต้องรักษาไว้ ถ้าเราไม่รักกันในครอบครัว  สังคมก็ไม่รัก แล้วจะเป็นอย่างไร จะอยู่กันต่อไปอย่างไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” นายกฯ กล่าว