ส.ส.รุ่นใหญ่ไม่ทนเด็กก้าวไกล ตัดต่อคลิปเอาชั่วใส่คนอื่น ซัดนิ่มแบบผู้ดีแต่เจ็บลึก

1422

จากที่วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2564  เกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ถึงส.ส.รุ่นใหม่จากพรรคก้าวไกล ที่เล่นการเมือง แบบเรียกได้ว่า ไม่สร้างสรรค์ ลักษณะเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นนั้น??

ทั้งนี้นายเกียรติ เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าวว่า เมื่อวานนี้มีคนทักผมว่า ได้เห็นคลิปเรื่อง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ซึ่งผมเป็นประธาน) บนช่อง Youtube “ก้าวหน้าก้าวต่อไป” และ Facebook ของ ส.ส.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วหรือยัง?

ผมก็สงสัยว่ามีประเด็นอะไร เพราะจำได้ว่าในวาระ 2-3 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ได้มีอะไรที่เป็นเรื่องที่มีความขัดแย้ง เมื่อเข้าไปดู ผมก็เจอคลิปนี้ซึ่งเป็นการตัดต่อการชี้แจงของผมในสภา แล้วจั่วหัวว่า “โห!!!! ตอบแบบนี้ก็ได้”

https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/videos/405107754598472/

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ต้องบอกว่าผมค่อนข้างแปลกใจ เพราะสำหรับคนที่ฟังคำอภิปรายตั้งแต่ต้นจนจบก็คงทราบดีว่า คำชี้แจงของผมเริ่มด้วยการขอบคุณคุณณัฐพงษ์ที่ได้ตั้งคำถามที่ดีมาก ทั้งยังชื่นชมคุณณัฐพงษ์ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างลึกซึ้งคนหนึ่ง จนผมถึงกับปรารภว่า คนที่มีความรู้เช่นนี้ควรมานั่งในกรรมาธิการ เพื่อมาช่วยกันปรับปรุงกฎหมายที่มีความสลับซับซ้อน เช่น พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฉบับนี้

แต่ถ้าใครดูแค่คลิปที่มีการตัดต่อและจั่วหัวว่า “โห!!!! ตอบแบบนี้ก็ได้” ก็จะทำให้เข้าใจกันไปคนละเรื่อง เหมือนให้ความรู้สึกว่า คนที่ตอบไม่ได้สนใจใยดีกับคำถาม และมีลักษณะแดกดันแข็งกร้าว ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นผลมาจากการตัดต่อคลิป เพื่อทำให้คนตั้งคำถามดูดี แต่คนตอบดูไม่ดี..!!!

 

ผมไม่ทราบว่าข้อความจั่วหัวและคลิปนี้ เป็นคุณณัฐพงษ์ หรือทีมงาน หรือ พรรคก้าวไกลเป็นคนทำแต่ผมขอพูด จากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง ด้วยความปรารถนาดีว่า “อย่าทำอย่างนี้เลยครับ” เพราะมันไม่ยั่งยืน..!! จริง ๆ แล้วคำว่า “โห!!!! ตอบแบบนี้ก็ได้” ควรจะเปลี่ยนเป็น “โห!!!! ทำแบบนี้ก็ได้” แล้วให้น้องณัฐพงษ์ถามตัวเองดีกว่ามั้ย..???

ความจริงแล้ว ผมเองได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องณัฐพงษ์หลายครั้งในสภาฯ (ผมและคุณณัฐพงษ์เป็นศิษย์เก่าคณะวิศวะ จุฬาฯทั้งคู่) ผมมีแต่ความชื่นชม และดีใจที่มีคนคุณภาพเช่นนี้เข้ามาอยู่ในการเมือง ไม่ว่าจะอยู่พรรคใดก็ตาม

ดังนั้นเรื่องนี้ผมไม่ติดใจ เพียงแต่อยากจะแนะนำในฐานะรุ่นพี่สู่รุ่นน้องว่า “ไม่ว่าในทางการเมืองหรือวิชาชีพ ความยั่งยืน และความน่าเชื่อถือ อยู่ที่ผลงานและประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนอื่นไม่ใช่ตัวเรา” ประเทศนี้ยังต้องการนักการเมืองมืออาชีพที่มีความรู้ความสามารถอีกมาก ไม่ใช่นักตัดต่อคลิปมืออาชีพที่ยกตนเองด้วยการด้อยค่าคนอื่นครับ..!!!