คนไทยสงสัย! ยก “เดวิด” เทียบชาวฝรั่งเศส! ย้อนพฤติกรรม “ขบวนการเลิก112” แต่ไม่ถูกขับพ้นปท.?

1354

คนไทยสงสัย! ยก “เดวิด” เทียบชาวฝรั่งเศส! ย้อนพฤติกรรม “ขบวนการเลิก112” แต่ไม่ถูกขับพ้นปท.?

จากกรณีที่วันนี้ (27 พฤศจิกายน 2564) มีรายงานว่า นายยัน ฮีริค มาฉัล ชาวฝรั่งเศสถูกเจ้าหน้าที่ ตม.จังหวัดภูเก็ต เอาจดหมายมายื่นให้บอกว่ายันเป็น “บุคคลที่เป็นที่น่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง” และจะถูกให้ออกจากประเทศไทย หลังมีการถ่ายคลิปวิดิโอวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ชาวฝรั่งเศสคนดังกล่าว ได้โพสต์ทางหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวทั้งภาษาไทยและอังกฤษ หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้โพสต์วิดีโอที่ตัวเองร้องเพลงแปลงเนื้อร้องของเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” หลังวิดีโอเพลงแปลงนี้ ได้ถูกแพร่ไปอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน และส่งผลให้ในเวลาต่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไป “เยี่ยมเยียน” ที่บ้านพัก แล้วสั่งให้เขาลบวิดีโอดังกล่าว ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีความยาว 34 วินาที ซึ่งเป็นภาพเขาร้องเพลงซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า “เราจะทำผิดสัญญา ขอเวลาอีกนาน ๆ แล้วระบบเผด็จการจะอยู่ค้ำฟ้า…”

สำหรับ นายยัน มัรชัล เป็นชาวฝรั่งเศสอายุ 48 ปี อาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 18 ปี โดยทำธุรกิจพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะปิดทำการสำนักงานในกรุงเทพฯ ไปเมื่อต้นปี 2562 มีช่อง tiktok ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน ซึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 560K 

และเมื่อวานนี้ นายยัน ก็ได้มีการโพสต์คลิปวิดิโอ ล้อเลียนสถาบันฯ พร้อมกับสวมเสื้อ ยกเลิก ม.112 โดยมี แยม ใจเย็น นางสาวรมย์ชลี สมบูรณ์รัตนกูล ผู้ลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส โดยเขาได้เดินทางไปที่ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในหัวข้อ “เมื่อสามนิ้วมาหาหมอ” ซึ่งคาดว่าเหตุที่ถูกส่งกลับประเทศน่าจะมาจากคลิปดังกล่าว

ทั้งยังมีการถ่ายภาพล้อเลียนสถาบัน โดยมีการใส่สูท สะพายกล้อง ถือแผนที่ ในช่วงที่ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท ถุกวิพากษ์วิจารณ์ในการแต่งตัวล้อเลียนในหลวง ร.9 ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2564 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบทะลุฟ้าด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ได้มีกรณีของนายเดวิด สเตร็คฟัส นักวิชาการชาวอเมริกัน และเป็นหนึ่งในกลุ่มนักวิชาการต่างชาติที่เคลื่อนไหวต่อต้าน ม.112 ที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานกว่า 35 ปี ที่ถูกเลิกจ้างจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยขณะนั้น ประชุมตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ปรีชา กองแก้ว รองผู้บังคับการ ตม. ภาค 4 และ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ กุลศักดิ์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น ได้ชี้แจงความคืบหน้าเรื่องวีซ่าทำงานของเดวิด สเตร็คฟัส หลังถูกเลิกจ้างจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก ประกอบเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ ตม. ขอนแก่นขอจึงขยายเวลาพิจารณาเอกสารออกไป 15 วัน จึงขอนัดมาฟังผลวีซ่าวันที่ 3 พ.ค.64

โดยสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น  ได้ยืนยันว่า ตม.ขอนแก่นทำตามขั้นตอน ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองและคุณเดวิดไม่ได้เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ. คนต่างด้าว ดังนั้นขั้นตอนการขอวีซ่าจึงไม่น่าจะมีปัญหาพร้อมบอกว่า ทาง ตม. ขอนแก่นไม่เคยเข้าไปกดดัน มข. ให้ยกเลิกวีซ่าเดวิด แต่ ตม. ขอนแก่นได้รับจดหมายจากมหาวิทยาลัยว่ามีการเลิกจ้างแล้วจึงดำเนินการยกเลิกวีซ่าตามการประสานงานของหน่วยงานราชการ

ต่อมาเมื่อ 18 เม.ย.64 มีรายงานว่า รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดี มข. ได้ชี้แจงว่าทาง มข. ได้ยกเลิกสัญญาของเดวิดจริง โดยโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษานั้นเป็นความร่วมมือระหว่าง CIEE ซึ่งเป็นองค์กรภายนอกกับ มข. โดยไม่เคยมีสัญญาจ้าง ทาง มข. ไม่ได้เป็นผู้ยกเลิกโครงการ CIEE และเมื่อมีการยกเลิกโครงการ ทางคณะฯ ก็เห็นว่าไม่มีความก้าวหน้าในงานที่ตกลงกันไว้ จึงแจ้งขอยกเลิกสัญญา และไม่เคยมีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐใดๆ มาพบหรือกดดันอธิการบดีและคณบดี

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.64 ทางด้านของ น.ส.ณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ก็ได้เปิดเผยผ่านสื่อแล้วว่า เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ดร.เดวิด ครบถ้วนแล้วว่าไม่ใช่บุคคลต้องห้าม สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ แต่ก็ต้องทำงานที่ได้ระบุไว้ในการขอวีซ่า หากไม่เป็นไปตามใบอนุญาตทำงานก็สามารถเพิกถอนวีซ่าได้

ทั้งนี้ทางด้านของ พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ออกมายืนยันต่อว่า ดร.เดวิด สามารถทำงานที่บริษัท บัฟฟาโล่ เบิร์ดฯ ในการผลิตสื่อและสารคดีได้ มีใบอนุญาตทำงานเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากว่า ณ เวลานี้ ดร.เดวิด ยังไม่ใช่ผู้ต้องหาตามกฎหมาย หรือมีภัยต่อความมั่นคง ในชั้นนี้ยังไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่หากในอนาคตมีหลักฐาน หรือมีเรื่องใดที่ขัดต่อกฎหมาย หรือความมั่นคง เราจึงค่อยดำเนินการพิจารณาตามกฎหมายคนเข้าเมืองต่อไป

หลังจากการให้สัมภาษณ์ ของทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ก็เริ่มมีหลายๆคนที่เริ่มตั้งคำถามว่า ดร.เดวิด ได้เขียนบทความโจมตีการเมืองประเทศไทย เพื่อลงในนิตยสารต่างๆ อาทิ หนังสือ Truth on Trial in Thailand ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเมืองไทย วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาความไร้เสถียรภาพทางการเมือง การใช้ความรุนแรงในทางการเมือง ปัญหาสิทธิเสรีภาพหลังจากการรัฐประหารของทหารในปี 2006 ปัญหาความอยุติธรรมทางกฎหมายของไทยในโลกสมัยใหม่ ซึ่งตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Routledge ใน 2011 อีกทั้งยังมีหนังสือพิมพ์ระดับโลกอย่าง The Wall Street Journal และ The New York Times จึงเกิดการตั้งคำถามว่า แนวคิดและการเขียนหนังสือในรูปแบบนี้ ยังไม่กระทบกระเทือนความมั่นคงของชาติอีกหรืออย่างไร

นอกจากนี้ ดร.เดวิด ก็เคยได้ให้สัมภาษณ์ ผ่านนิตยสารฟ้าเดียวกัน ในเรื่องของ “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คือ เศษซากอุดมการณ์การเมืองของเผด็จการ” ซึ่งบทความดังกล่าวนั้นค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนต่อประเทศไทย

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางด้านของ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานสถาบันทิศทางไทย ได้เคยกล่าวไว้ว่า ดร.เดวิด สเตร็คฟัสส์ ค่อนข้างเป็นภัยต่อความมั่นคง หลังจากที่ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ได้ให้ข้อมูลตอกย้ำและสอดคล้อง กับทางด้านสำนักข่าว The Truth ได้เคยขุดคุ้ย ประเด็นต่างๆ ที่ทางด้านของ ดร.เดวิด มีสัมพันธุ์ที่ดีกับทางด้านกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทย

รวมถึงแนวคิดและมุมมอง ดร.เดวิด ได้เขียนผ่านหนังสือ จึงถูกทางด้านเจ้าหน้าที่สันติบาล จับตาเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อทางด้านของ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ได้อนุญาตให้ต่อวีซ่าทำงาน ของ ดร.เดวิด แถมยังได้ระบุชัดเจนว่า เป็นงานด้านสื่อ กับทางด้านบริษัท บัฟฟาโล่ เบิร์ด โปรดักชั่นส์ หรือว่าทางด้านของ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ไม่ได้รับข้อมูล หรือไม่เคยหยิบข้อมูลที่ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ส่งไปให้เลยแต่อย่างใด!?

อย่างไรก็ตาม คนไทยก็ได้ตั้งข้อคำถามว่า กรณีของชาวฝรั่งเศสที่ออกมาล้อเลียนสถาบัน กับกรณีของนายเดวิด มีความแตกต่างกันหรือไม่ เพราะกรณีของนายเดวิด ก็มีพฤติกรรมที่มีแนวคิดที่ต้องการจะให้มีการยกเลิก ม.112 มีความเชื่อมโยงกับขบวนการโจมตีสถาบัน ทำให้คนไทยอยากทราบว่า ทางตม.จะมีความคิดเห็นกับเรื่องอย่างไร?