นายกฯสั่งมท.-สตช.สอบแอมเนสตี้ฯพบผิดยกเลิกทันที ลั่นไม่ยอมให้ร้ายประเทศ

1307

จากที่เสกสกล อัตถาวงศ์  หรือ แรมโบ้อีสาน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาล่ารายชื่อประชาชนจำนวน 1 ล้านชื่อ ลงชื่อกันเพื่อขับไล่กลุ่ม “แอมเนสตี้ อินเตอร์ เนชั่นแนล” ออกจากประเทศไทยนั้น

ต่อมาวันที่ กลุ่มปกป้องสถาบัน 6 องค์กร ยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย 6 องค์ประกอบด้วย เครือข่ายคนออนไลน์รับใช้แผ่นดิน (คคร.) , ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ., ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) , อาชีวะปกป้องสถาบัน ,ประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน ปภส. , ชุดปฏิบัติการศรีสุริโยไท ปกป้องสถาบัน

ด้านนายเสกสกล ได้ออกมารับมอบหนังสือจากตัวแทนของ 6 องค์กร พร้อมกับได้พูดคุยกับมวลชนที่มาร่วมขับไล่แอมเนสตี้ว่า ขณะนี้ได้มีการรวบรวมรายชื่อได้แล้วว่า 500,000 รายชื่อ และจะมีการสัญจรไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมลงชื่อ พร้อมกับกล่าวว่า ขอเดิมพันด้วยตำแหน่ง ถ้าหากผมไม่สามารถไล่แอมเนสตี้ออกจากประเทศไทยได้ ตนจะลาออกเอง เพื่อมาร่วมเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน

ล่าสุดวันนี้ 26 พฤศจิกายน 2564 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ขับไล่ องค์การนิรโทษกรรมสากล (แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย)

“กำลังให้มีการดำเนินการ และให้ตรวจสอบทางกฏหมาย ดูอยู่ว่ามีความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ที่มีการจดทะเบียนไว้หรือไม่อย่างไร ซึ่งถ้าผิดก็ต้องยกเลิก

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ยอมรับว่าเป็นแรงกดดันพอสมควร ซึ่งตนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ในการที่จะมาให้ร้ายกับประเทศของเรา นอกจากนี้ในเรื่องของเอ็นจีโอ ก็กำลังดำเนินการทางกฎหมาย ในการที่จะทำให้เหมือนกับต่างประเทศ โดยจะต้องมีการขึ้นทะเบียนควบคุม แจ้งที่มาของแหล่งเงินต่างๆ

ขณะนี้กฎหมายอยู่ระหว่างเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทุกอย่างต้องใช้เวลาพอสมควรโดยเฉพาะกฏหมายต่างๆบางครั้งก็ต้องปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้กฎหมายไม่ได้มีการปรับปรุง แต่วันนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายหลาย 1,000 ฉบับอยู่ในคิวลำดับที่ต้องแก้ไขทั้งหมดให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ว่าเราจะอยู่อย่างไรกับ new normal และ next normal และ มาตรการครอบจักรวาล สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คนไทยต้องรู้จักและเข้าใจ”