คนไทยลุกฮือ!!นัด25พ.ย.บุกทำเนียบไล่แอมเนสตี้ ขณะเปลว สีเงิน ขุดพฤติกรรมสุนัขรับใช้?

1996

จากที่ ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ออกมาเปิดเผยแอมเนสตี้ฯทั่วโลกเปิดตัวแคมเปญ “Write for Rights” หรือ “เขียน เปลี่ยน โลก

โดยอ้างว่าเชิญชวนผู้สนับสนุนจากทั่วโลกเขียนจดหมายหลายล้านฉบับให้กับผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือครอบครัวโดยตรง เพื่อให้พวกเขารับรู้ว่าไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง นอกจากการส่งข้อความเพื่อให้กำลังใจผู้ถูกละเมิดสิทธิแล้ว ผู้คนยังเขียนจดหมายถึงผู้มีอำนาจ เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและนำความยุติธรรมมาสู่ผู้ได้รับผลกระทบ การรณรงค์ของแอมเนสตี้เป็นการสื่อข้อความไปทั่วโลกว่า ประชาชนพร้อมจะยืนหยัดต่อสู้กับการใช้อำนาจอย่างมิชอบไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดก็ตาม

นอกจากนี้ นางสาวปิยนุช ยังกล่าวด้วยว่า โดยปีนี้เคสของ “รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล” จากประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้เป็นครั้งแรกด้วย และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยได้เน้นรณรงค์ช่วยเหลือ

ล่าสุดวันนี้ 23 พฤศจิกายน 2564  เปลว สีเงิน  คอลัมนิสต์อาวุโสชื่อจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์  ได้เขียนบทความ คนปลายซอย ชื่อเรื่อง  สมควร ‘GET OUT’ จริงๆ โดยเว็บไซต์ไทยโพสต์ได้เผยแพร่ไว้ จึงขอนำเนื้อหาบางช่วงที่น่าสนใจมาเผยแพร่ต่อดังนี้

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

เรื่อง Amnesty International GET OUT From Thailand ที่พรึ่บไปทั้งแผ่นดิน! เฉพาะรุ้งนี่แหละ ได้รับ “เลือกปฏิบัติ” จากแอมเนสตี้ นำเธอไปร่วมเป็น “สินค้าสิทธิมนุษยชน” ทางการรณรงค์ โดย “นางปิยนุช โคตรสาร” ผอ.แอมเนสตี้ไทย เปิดแคมเปญ “Write for Rights” ให้พวกหากินกับ “สิทธิมนุษยชน” ด้วยกัน ที่กระจายอยู่หลายประเทศในโลก ช่วยกันตีปี๊บ ให้ผู้คนส่งข้อความ “บีบรัฐบาลไทย” ให้ยกเลิกข้อหารุ้งทั้งหมดและยุติการดำเนินคดี!

ผมอ่านข้อความที่แอมเนสตี้ไทยเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้รุ้งแล้ว ขออนุญาตใช้คำว่า “ตอแห…โลก” ได้ด้านๆ ขนาดนี้เชียวหรือ?

ตอแห…ยังไง อ่านที่เขาบรรยายซี คนนอกบ้าน-นอกเมืองที่ไม่รู้ความ อ่านแล้วคงนึกว่ารุ้ง คือสาวผู้เพียบพร้อมคุณสมบัติกุลสตรีที่แสนจะเปราะบาง บอบช้ำได้เพียงตี…แมลงวันเกาะพุง แต่เธอกลับถูกย่ำยีพรหมจรรย์แห่งสิทธิมนุษยชนป่นปี้ แบบนี้ ต้องช่วยนางเอกประมาณนั้น

เพราะอย่างนี้ “ดร.เสกสกล อัตถาวงศ์” หรือ “แรมโบ้” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ถึงได้เปิดแคมเปญ ลงชื่อ ๑ ล้านคน เฉดหัว “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ให้พ้นไปจากประเทศไทย!

ใช้คำว่า “อาจ…” นำหน้า “ถูกจำคุกตลอดชีวิต” นี่ยิ่งชัดแจ้งในเจตนาร้าย ป้อนข้อมูลทางคาดเดาหวังให้ชาวโลกเข้าใจผิดๆ ในกระบวนการยุติธรรมประเทศ

ประเด็นต่อมา ที่ว่า “ใช้มาตรา ๑๑๒ เพื่อปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล” รณรงค์ด้วยข้อความแบบนี้ไปได้ยังไง กฎหมายของประเทศมีอยู่  ใครก็ตาม เมื่อไปละเมิด ต้องถูกดำเนินคดี เป็นการปิดปากตรงไหน  แบบนี้่ บิดเบือนชัดๆ

เพราะสันดานอย่างนี้แหละ เมื่อวาน “ดร.ศุภณัฐ” ถึงได้โพสต์ว่า เมื่อลองไล่เช็กประวัติกันดูให้ดีๆ จะพบว่าคนเหล่านี้มักเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่รับเงินจากต่างชาติ หรือมีต่างชาติให้การสนับสนุนด้วยกันแทบทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น Open Society Foundation (OSF),  Heinrich Böll Stiftung (HBF), National  Endowment for Democracy (NED), Fund for  Global Human Rights (FGHR), American  Jewish World Service (AJWS)

และอื่นๆ คนเหล่านี้ จึงสมควรได้รับการขนานนามให้เป็น “สุนัขรับใช้ต่างชาติแทรกแซงประเทศไทย” พฤติกรรมของสุนัขรับใช้ต่างชาติแทรกแซงประเทศไทย จึงเป็นการแอบอ้างประชาธิปไตย ที่แปลว่าผลประโยชน์ของต่างชาติ

หากแต่เป็น “ปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย” ที่แปลว่าผลประโยชน์ของปวงชนชาวไทย ตลอดจนละเมิดต่ออำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ไม่ต่างจากกบฏ

(อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.thaipost.net/columnist-people/30817/)

ขณะที่นายนพดล พรหมภาสิต อดีตเลขาศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กถึงแอมเนสตี้สั้นๆด้วยว่า

“วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น. ปฏิบัติการณ์ขับไล่ แอมเนสตี้ ที่หน้าทำเนียบ”