เอาจริง! อดีตพุทธะอิสระ ส่งทนายแจ้งความ “รุ้งและพวกอีก 5” แล้ว 3 ข้อหาหนัก!

562

เอาจริง! อดีตพุทธะอิสระ ส่งทนายแจ้งความ “รุ้งและพวกอีก 5” แล้ว 3 ข้อหาหนัก!

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 อดีตพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีของรุ้ง ปนัสยา ที่ระบุว่า กบฏรุ้ง ดื้อแพ่งต่อคำสั่งศาล 15 พฤศจิกายน 2564 ประกาศนัดชุมนุม กล่าวหาศาลว่า “กำลังทำให้การปกครองกลับไปยังระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” (ด้วยข้อความนี้ก็ติดคุกได้แล้ว)

14 พฤศจิกายน 2564 รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเดินไปรวมพลทำกิจกรรมประกาศข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า ท้องสนามหลวงเป็นเขตพระราชฐาน แต่ก็โผล่ไปที่สถานทูตเยอรมัน ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็ได้เตือนให้หยุดพฤติกรรมจาบจ้วง กัดกร่อน บ่อนทำลายสถาบัน แต่กลุ่มกบฏก็ยังไม่รู้สีสา ยังกระทำการจาบจ้วง ล่วงละเมิด ต่อสถาบันเหมือนเดิม อีกทั้งยังกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตนกับพวกจะไม่ยอมรับและไม่ปฏิบัติตาม (แค่นี้ก็เจอข้อหาดูหมิ่นศาลได้แล้ว)

ด้วยหลักฐานดังกล่าวนี้ ก็สามารถเอาตัวรุ้ง และพวกไปนอนคุกยาวได้ แต่ต้องขอตั้งข้อสังเกตว่า การชุมนุมครั้งนี้หนูรุ้งหายไปไหน จึงขอเรียกร้องลูกไทย ผู้มีหัวใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกคนอยู่ใกล้โรงพักไหน ให้ไปแจ้งความจับกบฏ ในโรงพักนั้นแจ้งไปให้ทั้งประเทศในสองข้อหาคือ กบฏ และดูหมิ่นศาล เดี๋ยวจะให้ทนายรวบรวมข้อมูลแล้วเขียนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ พวกกบฏ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบไป

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

ล่าสุดวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2564) มีรายงานว่า นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายที่ได้รับมอบหมายจากนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพระพุทธอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และพวกอีก 5 คน ร่วมกับจาบจ้วงสถาบัน ตุลาการ กล่าวหาใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อวันที่14 พฤศจิกายน ซึ่งเข้าข่ายในฐานความผิดตามมาตรา 112 ,116,113 พร้อมนำหลักฐานคลิปวิดีโอและเอกสารลิงก์ข่าวที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาล มามอบให้เจ้าหน้าที่

จากกรณีตั้งโต๊ะแถลงหัวข้อ “ต้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการล้มล้างการปกครอง” เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2564 และมีการชุมนุมขึ้นเวทีปราศรัย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2564 และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน เร่งดำเนินการตรวจสอบ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นล้มล้างสถาบันฯและกล่าวถึงการปกครองแบบระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

นายธีรยุทธ ทนายความ เปิดเผยว่า อดีตพุทธะอิสระได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร และพบเห็นการกระทำดังกล่าวมองว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา จึงให้ตนรวบรวมพยานหลักฐานเข้าดำเนินคดีกับบุคคล 5 คน ที่มีการกระทำความผิดชัดเจน และ 1 คน ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ส่วนอดีตพุทธะอิสระไม่สามารถเดินทางมาวันนี้ได้ เนื่องจากติดภารกิจอยู่จังหวัดชัยภูมิ

สำหรับมาตรา 113 ระบุว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ (1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ (3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ในขณะที่วันนี้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องเพิกถอนคำสั่งประกันคดีดำ อ.287/2564 ที่พนักงานอัยการยื่นคำร้อง ขอให้เพิกถอนคำสั่งประกัน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์ จำเลยที่ร่วมกับพวก 22 คน ดูหมิ่นสถาบันฯ กรณีผิดเงื่อนไขคำสั่งประกันของศาลด้วย