นาทีเดือด! “ส.ว.” ฟาด “ปิยบุตร” กลางสภา เป็นคนเนรคุณแผ่นดิน ขณะก้าวไกล ลุกประท้วงปกป้อง

1779

จากกรณีที่มีการประชุมร่วมรัฐสภา และนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่…) พ.ศ…ตามที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,247 คน เป็นผู้เสนอ

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐชี้แจงผลกาประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดกรอบการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มีเวลาอภิปราย 18 ชั่วโมงโดยให้ผู้เสนอร่างอภิปราย 3 ชั่วโมง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว.ฝ่ายละ 5ชั่วโมง จะเริ่มอภิปรายเวลา09.00 วันที่ 16 พ.ย. ถึงเวลา 03.00น. วันที่17 พ.ย. และลงมติวาระรับหลักการโดยการขานชื่อรายบุคคลในเวลา10.00 น.วันที่ 17 พ.ย.

ทั้งนี้นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ได้กล่าวชี้แจงด้วยว่า การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาแม้จะอมพระมาพูดว่า ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระมีความเป็นกลาง พูดให้ตายประชาชนก็ไม่เชื่อ เพราะมีที่มาจากคสช. องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนชี้ชะตานักการเมืองได้ ฝ่ายการเมืองอยากเข้ามาช่วงชิงองค์กรเหล่า นี้ที่ให้คุณให้โทษได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนสนอปรับโครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญให้มีที่มาโดยให้ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอมาฝ่ายละ 6 คน

รวมเป็น 18คน ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาคัดเลือกเหลือ 9คน ใช้มติ 2ใน3 ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีความถ่วงดุล เพราะมาจากตัวแทนรัฐบาลฝ่ายค้าน ศาลฎีกาฝ่ายละ 3 คน นอกจากนี้ให้แก้ไขเรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญให้เหลือเฉพาะเรื่องร่างพ.ร.บ.ใดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ การขัดแย้งระหว่างองค์กรเท่านั้น และให้ยกเลิกอำนาจการตรวจสอบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงให้มีระบบถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้ แต่ไม่ใช่ให้ถอดถอนกันง่าย ๆ มีกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ต้องกังวลว่า ส.ส.จะครอบงำศาลรัฐธรรมนูญ แต่ออกแบบให้มีการถ่วงดุล

สั่งซื้อ คลิก!!
สั่งซื้อ คลิก!!

และการล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร โดยยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา279 ที่รับรองคำสั่งและการกระทำของคสช.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่สร้างหลุมดำและรอยด่างพร้อยให้รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาทำรัฐประหารกันจนเป็นประเพณี คิดว่าถ้ายึดอำนาจสำเร็จจะไม่มีวันถูกลงโทษ ดำเนินคดี จึงเป็นที่มาของการทำให้การรัฐประหารเป็นโมฆะ ไม่มีการนิรโทษกรรม จะต้องถูกดำเนินคดี ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีก ถ้ามีคนทำรัฐประหารถูกดำเนินคดี จะไม่มีใครคิดทำรัฐประหารอีก ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบสร้างกติกาเป็นกลาง ไม่ใช่เขียนกติกาเฉพาะคนชนะ กำราบฝ่ายแพ้ให้ราบคาบ

ไม่เห็นเหตุผลที่สมาชิกรัฐสภาจะไม่เห็นชอบร่างแก้ไขฉบัยบประชาชน หากสมาชิกให้ความเห็นชอบวาระ 1 ความเห็นที่แตกต่างกันยังมีโอกาสปรับปรุงในวาระ 2 และถ้าผ่านวาระ 3ไปได้ ก็ยังมีหนทางร้องศาลรัฐธรรมนูญและการทำประชาชน ขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญยังอีกยาวนั้น แต่อย่างน้อยให้ลงมติรับวาระหลักการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ปิดประตูรับรับฟังร่างภาคประชาชนเพื่อให้ได้ศาลรัฐธรรมนูญที่รับรองรัฐประหาร หรือก่อวิกฤติการเมือง มีองค์กรอิสระที่เป็นกลาง รวมถึงคนทำรัฐประหารต้องถูกดำเนินคดี

ต่อมาระหว่างที่นายปิยบุตร ได้กล่าวชี้แจง ทางด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ได้ประท้วงว่าผู้ชี้แจงเป็น “คนเนรคุณแผ่นดิน ” จนทำให้ส.ส.ก้าวไกล ลุกขึ้นมาคัดค้าน จนได้เปลี่ยนเป็นคำว่า “ผู้ต้องการล้มสถาบันฯ” ก่อนจะถอนคำพูดตามที่ประธานบอกให้ถอน นอกจากนี้นายปิยบุตร ยังระบุทิ้งท้ายอีกว่า เป็นประวัติศาสตร์ #ประชุมสภา พี่น้องประชาชนจะวินิจฉัยเองว่ามี ส.ว. แบบนี้ควรจะเป็นสภาเดี่ยวหรือสภาคู่