เปิดลึก! ก๊วนอาจารย์หนุนแกนนำม็อบล้มล้าง ส่อโดนคดีด้วย พร้อมเตรียมลากคอ อาจารย์มธ. อนุญาตให้ใช้สถานที่!?

1047

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2654 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยข้อเรียกร้องในการชุมนุมฯ 10 สิงหา 63 ที่ มธ.รังสิต ของ 3 ผู้ถูกร้อง “อานนท์ รุ้ง ไมค์ ” เป็นการกระทำอันเข้าข่ายนำไปสู่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.. มิใช่การปฏิรูป และได้สั่งการให้ผู้ถูกร้อง1-3 กลุ่มองค์กรที่จะดำเนินการต่อไปเลิกดำเนินการด้วย

ทั้งนี้เมื่อย้อนไปในช่วงเดือน ส.ค. 2563 ที่ม็อบ 3 นิ้ว ได้เสนอ 10 ข้อเรียกร้อง ได้มีนักการเมืองและเหล่าอาจารย์ออกมาให้การสนับสนุน และยังปรากฎรายชื่อ 120 อาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ลงนามและแถลงการณ์หนุนข้อเรียกร้องม็อบ “ธรรมศาสตร์” ชี้การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เสนอสังคมไทยอดทนอดกลั้น คุยกันด้วยเหตุผล

ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่า จากผลคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุไว้ชัดเจน ว่าการกระทำของผู้ถูกร้อง 3 คน เป็นการกระทำอันเข้าข่ายนำไปสู่ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วเหล่าบรรดานักการเมือง อาจารย์ที่เคยหนุนข้อเรียกร้องนั้น จะต้องยุติการกระทำด้วยหรือไม่ เพราะหากยังมีการสนับสนุนม็อบต่อ ก็เท่ากับว่าขัดเงื่อนไขศาล และเข้าข่ายจงใจล้มล้างการปกครอง

ต่อมาทางด้านนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้องคดีนี้ ได้เปิดเผยด้วยว่า “อาจารย์มหาวิทยาลัยคนใดที่เกี่ยวข้องในการให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ก็ต้องมีการดำเนินคดี เช่น คดีอาญาและทางวินัย เพราะถือว่ามีความผิดเกิดขึ้นแล้ว เพราะผลคำวินิจฉัยออกมาแล้วว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเข้าข่ายมีความผิด คนที่เกี่ยวข้องในการอนุญาตให้ใช้สถานที่จัดชุมนุมเมื่อ 10 ส.ค.2563 ก็ต้องถูกดำเนินการ โดยหน่วยงานที่ต้องนำคำวินิจฉัยของศาลไปดำเนินการสอบสวนเอาผิดมีทั้งรัฐบาล-อัยการ-กรรมการการเลือกตั้ง-ตำรวจ-มหาวิทยาลัย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็จะถูกเอาผิดฐานละเว้น ตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาได้ ”

ขณะที่เรื่องของพรรคการเมือง คือ พรรคก้าวไกล นั้น ก่อนหน้านี้ เคยไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาไต่สวนพรรคก้าวไกลไปตั้งแต่ปี 2563 แล้ว โดยหลังยื่นไปแล้ว ก็ได้ทยอยส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ กกต.เรื่อยๆ เช่น เอกสารจากสำนักงานตำรวจสันติบาล เพื่อให้ กกต.ไต่สวน โดยเรื่องดังกล่าวได้ยื่นให้ไต่สวนเอาผิด กรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลบางคน

ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเมื่อ 10 พ.ย. ทราบข่าวว่า สำนวนเรื่องนี้ กกต.พิจารณาเสร็จแล้ว ทาง กกต.คงรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีล้มล้างมาประกอบ คิดว่าคดีพรรคก้าวไกลในชั้น กกต.คงเสร็จภายในไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

ทั้งนี้ นายณฐพร ยังกล่าวย้ำด้วยว่า มั่นใจว่าส่วนสำนวนคำร้องคดีพรรคก้าวไกลที่ยื่นต่อ กกต. จะสามารถเอาผิดถึงขั้นยุบพรรคก้าวไกลและเอาผิดพวก ส.ส.ก้าวไกล เช่น ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ไปยื่นขอประกันตัวแกนนำม็อบได้หรือไม่ ณฐพร กล่าวว่า ผิดแน่นอน ซึ่งในส่วนของ ส.ส.พรรคก้าวไกลนั้น ยังมีการยื่นแยกออกไปอีกต่างหาก คือมีการยื่นเอาผิด ส.ส.พรรคก้าวไกล 7-8 คน กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2562 ที่ให้ครอบคลุมถึงรัฐมนตรีและ ส.ส. โดยเรื่องนี้เคยยื่นให้สำนักงาน ป.ป.ช.ไต่สวนไปแล้ว โดยสาเหตุที่มั่นใจว่าเรื่องพรรคก้าวไกลเอาผิดได้ เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วที่ผูกพันทุกองค์กร ดังนั้นเมื่อศาลบอกว่ามีการล้มล้าง ดังนั้นการกระทำที่ ส.ส.ไปเกี่ยวข้องด้วย มันผิดจริยธรรมร้ายแรงแน่นอน พวกนี้ถึงออกมาด่าผมเยอะ ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีคนจ้างล่าตัวผมแล้ว จะมาทำร้ายผม แต่ผมไม่กลัวหรอก คนเราถึงเวลาตายก็ต้องตาย แต่หากต้องตายเพราะเรื่องที่เราทำ ผมก็พร้อม