โบว์ อบรม “รุ้ง” ศาลดูการกระทำไม่ใช่คำพูด! เย้ยสามนิ้ว ผุดปฏิรูปไม่ใช่ล้มล้าง สู้ผิดวิธี มีแต่เจ๊ง?

1236

โบว์ อบรม “รุ้ง” ศาลดูการกระทำไม่ใช่คำพูด! เย้ยสามนิ้ว ผุดปฏิรูปไม่ใช่ล้มล้าง สู้ผิดวิธี มีแต่เจ๊ง?

จากกรณีเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2564 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ภายหลังนัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ กรณีรับคำร้องที่นายณัฐพร โตประยูร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่าการกระทำของนายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จัดชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่

ทั้งนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และการอภิปรายในวันนั้น เข้าข่ายใช้สิทธิเสรีภาพในการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง และสั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1- 3 และกลุ่มองค์กรเครือข่าย เลิกการกระทำดังกล่าวทันที

ต่อมาทางด้าน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ระหว่างการฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า “ไม่ให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมจากพยานของผู้ถูกร้อง ไม่ยอมเบิกตัวอานนท์และไมค์มาฟังคำวินิจฉัย เมื่อกระบวนการยุติธรรมดูไม่ยอมรับฟังทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียม เช่นนั้นความอยุติธรรมคงเกิดเป็นแน่แท้ ผู้รับมอบฉันทะทั้งสอง และรุ้ง จึงออกจากห้องไม่ฟังคำวินิจฉัยต่อค่ะ” และยังทวีตอีกด้วยว่า เขาบอกว่าหนูล้มล้างการปกครอง ทั้งที่หนูขอแค่การปฏิรูป

ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต “รุ้ง ปนัสยา” ได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าว 10 ข้อเรียกร้อง และด้านหลังเวทีข้อความ ได้ขึ้นข้อความบนจอด้วยว่า “เราไม่ต้องการปฏิรูป แต่เราต้องการปฏิวัติ” แม้ผลคำวินิจฉัยจะออกมาชัดเจนแล้ว แต่บรรดาลิ่วล้อมม็อบ 3 นิ้ว ก็ยังอ้างว่า ต่อให้จะปฏิวัติ ก็ไม่ใช่การล้มล้างอยู่ดี นอกจากนี้ยังมีสมาชิกม็อบ 3 นิ้วไม่พอใจกรณีนี้อย่างมาก มีการโต้เถียงแทนว่า เป็นภาพตัดต่อสร้างเฟกนิวส์โดยฝีมือสลิ่ม บ้างก็ว่าไอโอทำงานแล้ว

ในขณะที่กลุ่มแนวร่วมสามนิ้วก็มีการจัดกิจกรรมนำกระดาษสองแผ่นที่มีข้อความว่า “ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง” และ “ยกเลิก 112” ไปติดบริเวณสถานที่ต่างๆด้วย

ล่าสุดวันนี้ (13 พฤศจิกายน 2564) ทางด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า

ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่งงกับข้อโต้แย้งที่ว่า “การปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้าง” เพราะจริงๆศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกว่าปฏิรูปคือการล้มล้าง แต่บอกว่าการกระทำที่เกิดขึ้นไม่ใช่การปฏิรูปและจะนำไปสู่การล้มล้าง
ดังนั้นหากจะโต้แย้งต้องชี้ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นไปเพื่อการปฏิรูปอย่างไร จะมีน้ำหนักว่าการพูดซ้ำๆว่าปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้างค่ะ เชื่อว่าถ้าจะโต้แย้งก็มีวิธีอธิบายได้อยู่ เช่น “ทุกอย่างที่ทำไปแม้ศาลจะเห็นว่ารุนแรงเกินคำว่าปฏิรูป
แต่จริงๆการปฏิรูปอาจเกิดได้โดยหลายวิธี และการเพิ่มความกดดันบางครั้งก็นำสู่การปรับตัวและส่งผลถึงการปฏิรูปได้เช่นกัน ไม่ใช่จะทำให้เกิดการล้มล้างได้อย่างเดียว ดังนั้นศาลจึงไม่ควรคาดเดาไปในทางเดียวแล้ววินิจฉัยไปในแนวทางที่ทำให้เกิดการปิดกั้นการใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งขัดกับความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญเสียเอง” ส่วนวิธีการที่ว่านั้นจะนำสู่การปฏิรูปซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนได้จริงหรือไม่ สังคมจะตัดสินได้เอง